สมรภูมิอีคอมเมิร์ชเดือด ..อยู่รอดต้องรู้กลยุทธ์

ภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ชในประเทศไทยอีก 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตเพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ำกว่า 8% เป็นเหตุผลพอที่ต้องให้ความสำคัญกับตลาดออนไลน์

จากรายงานของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA มีสรุปมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ชในประเทศไทยปี 2561 อยู่ที่ 3.15 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อน 14.04% ขณะที่ปี 2562 นี้คาดว่าจะเติบโตเพิ่มอีกราวๆ 20% มูลค่าการตลาดเกิน 3.8 ล้านล้านบาท และคาดการณ์ว่าใน 5 ปีข้างหน้าจะเติบโตเพิ่มขึ้นปีละไม่ต่ำกว่า 8% โดยเฉลี่ย ทั้งจากผลการวิจัยของสถาบันที่น่าเชื่อถือหลายแห่ง ที่ประเมินว่าในปีนี้ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั่วโลกจะเติบโตถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ ภูมิภาคที่เติบโตมากที่สุดในโลกคือ เอเชียแปซิฟิค

ปัจจัยสำคัญเนื่องจากคนไทยได้เรียนรู้และรู้จักอีคอมเมิร์ช กันอย่างกว้างขวางประกอบกับผู้บริโภคเชื่อมั่นในการซื้อขายออนไลน์มากขึ้น โลจิสติกส์ได้พัฒนาจนทำให้ค่าบริการถูกลงและส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็วทันตามต้องการ ทุกวันนี้มีคนไทยใช้งานเฟสบุ๊กราวๆ 34 ล้านคนโดย 94% ใช้งานผ่านมือถือ เพื่อเข้าถึงโซเชียลมีเดีย ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้ง่ายขึ้น

ขณะที่การทำธุรกิจ อีคอมเมิร์ช ซึ่งเป็นการขายของบนเว็บไซต์ หรือนำรูปสินค้าขายผ่านเว็บไซต์ที่ฟรี เช่น เฟซบุ๊ค รูปแบบธุรกิจ อีคอมเมิร์ช ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายคือ เว็บไซต์ขายสินค้า โดยการนำสินค้าแสดงให้ลูกค้าเห็น มีไอเดียดีๆการนำเสนอสินค้า เว็บไซด์มีรูปแบบสวยงาม ใช้งานง่าย เปิดให้บริการตลอดเวลา เฟซบุ๊ค จึงเป็นเครื่องมือการตลาด อีคอมเมิร์ช ที่ทรงพลังที่สุด

เมื่อเริ่มต้นทำธุรกิจอีคอมเมิร์ช สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง คือ ธุรกิจหรือแบรนด์ต้องเรียกง่าย จำง่าย ต้องสื่อถึงสินค้าที่จะขาย ชื่อโดเมนต้องสั้น สื่อถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ ต้องกำหนดรูปแบบโครงสร้างและโมเดลธุรกิจให้ชัดเจน มีการวางแผนการตลาดให้รัดกุม ต้องสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่สำคัญซอฟแวร์ ที่เลือกใช้ต้องรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต มีระบบโลจิสติกส์ที่ดี และต้องสร้างมาตรฐานที่ลูกค้าเชื่อใจ

แม้ว่าในสมรภูมิอีคอมเมิร์ซจะดุเดือดเข้มข้น แต่ยังมีผู้บริโภคของไทยไม่น้อยที่ “พร้อมจ่าย” เพื่อบริการที่ดีกว่า นั่นแปลว่า “ราคาถูกที่สุด” ไม่ใช่ตัวชี้วัดการตัดสินใจซื้ออย่างที่หลายคนเข้าใจ

ลองมาดูผลในการสำรวจของ ไพรซ์ซ่า ผู้ให้บริการเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่นเปรียบเทียบราคา พบว่า ร้านค้าใน ‘อีมาร์เก็ตเพลซ’ ที่ได้ใจลูกค้า คือ ร้านที่เอาใจใส่ลูกค้าเป็นอย่างดี ตั้งแต่เรื่องของรูปภาพสินค้า รวมถึงคำอธิบายรายละเอียดสินค้าต้องไม่เกินจริง รู้จักในสินค้านั้น ๆอย่างดีชนิดรู้ลึกและรู้จริง และจัดโปรโมชั่นถี่ ๆ ดึงดูดให้เข้ามาช้อปซึ่งตรงจริตนักช้อปไทย

สิ่งสำคัญคือ ต้องตอบกลับแชท อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะช่องทาง ไลน์ แมสเซ็นเจอร์ หรือ อินสตาแกรม การที่ลูกค้าแชทถาม แสดงว่าสนใจ และคาดหวังว่าจะตอบกลับทันทีทันใด อีกทั้งการจัดส่งสินค้าอย่างรวดเร็วทันใจ จึงจะซื้อใจลูกค้าได้

ขณะที่กลยุทธ์ของ JD เน้นสินค้าต้องมีให้ครบทุกความต้องการ ของทุกกลุ่มผู้บริโภคโดยเฉพาะสินค้ายอดฮิตอย่าง เสื้อผ้าแฟชั่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สุขภาพความงาม เครื่องใช้ในบ้าน ที่สำคัญ ต้องเป็นของแท้จริงๆไม่มีของปลอมเข้ามา

ลูกค้าต้องไม่โดนหลอก  นี่คือสิ่งสำคัญ และถ้าสินค้าได้รับแบบ “same day delivery” จะสร้างความประหลาดใจให้ลูกค้าสร้างความประทับใจและ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นกระทั่งกลายเป็นกระแสบอกต่อแบบปากต่อปาก นั่นแปลว่า  โอกาสที่ลูกค้าจะรีวิวสินค้าและบริการยิ่งมีมากขึ้นตามไปด้วย

ในฟากของยักษ์ใหญ่อย่างของ ‘LAZADA’ กลยุทธ์สำคัญต้อง “หาสินค้าให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด” เรียกว่าอยากซื้ออะไร ใน LAZADA ต้องมี อะไรหายาก ที่ LAZADA มีไว้ตอบสนอง

ด้าน Shopee ระบุว่ากลุ่มสินค้าที่เพิ่มก้าวกระโดดคือ “เกี่ยวกับยานยนต์” ที่เพิ่มขึ้นถึง 250% ตามด้วยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง ส่วนสินค้าชิ้นเล็ก “ซื้อง่ายขายคล่อง” ดูได้จากแคมเปญ Shopee 12.12 Birthday Sale “ถุงเท้าข้อสั้น” ขายได้สูงสุดด้วยผู้ขายรายเดียวยอดขายสูงถึง 47,879 ชิ้น และ ทั้งปี 2561 “อุปกรณ์วางมือถือในรถยนต์” ขายได้รวม 17,691 ชิ้น

 

ที่สำคัญ ลูกค้าไทยชอบ “แชก่อนช้อป”

ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กสามารถสร้างเฟซบุ๊ค เพจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สามารถลงโฆษณากับเฟซบุ๊ค ที่จะช่วยเพิ่มยอดคนเข้าถึงเพจ หรือ เว็บไซต์ ด้วยค่าใช้จ่ายที่ไม่แพง การเริ่มลงมือทำธุรกิจ อีคอมเมิร์ช อย่างถูกต้อง จะทำให้ร้านค้าออนไลน์เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

ฉะนั้นการได้เรียนรู้การทำธุรกิจอีคอมเมิร์ช จากผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการลงมือทำธุรกิจ เป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์และเป็นการเรียนลัดไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้เอง

คุณมัทนี วงศ์ศิริ เจ้าของกิจการ ผ้าซิ่นฝ้ายมัดหมี่ By Mattanee ที่สืบสานภูมิปัญญาของช่างทอผ้าชาวอีสาน จังหวัดอุดรธานี ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ลายไทบ้านเชียง ใช้สื่อออนไลน์เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 200% ต่อเดือน

คุณธนชาติ เจนสาธิต ผู้จัดการบริษัท SUIT ON-LINE GARMENT จำกัด ที่ผ่านประสบการณ์ตัดเย็บเสื้อสูทมากว่า 40 ปี เริ่มเข้าสู่ตลาดออนไลน์ตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว ระยะแรกประสบปัญหาเรื่องลูกค้าไม่กล้าสั่งซื้อ ไม่กล้าชำระเงินโดยการโอนเงินมาก่อน เพราะกลัวโดนเบี้ยว

กระทั่งมีการพัฒนาระบบการชำระเงินจนลูกค้าเกิดความมั่นใจ และได้มีการปรับปรุงเว็บไซด์ พัฒนาระบบสมาชิก จนเป็นร้านสูทร้านแรกในประเทศไทยที่สั่งซื้อผ่านระบบออนไลน์และประสบผลสำเร็จอย่างดี

ตลาดอีคอมเมิร์ชถึงแม้จะมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงขึ้น แต่โอกาสยังเปิดกว้างสำหรับผู้สนใจ เพราะแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคจะหันมาซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆขนาดกรุงเทพฯเจอฝุ่นพิษ PM 2.5 ไม่กี่วัน ยอดขายสินค้าในห้างตกวูบคนหันมาสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์แทน

การตลาดออนไลน์ฉบับรวบรัด มัดใจด้วยการรีวิว

‘อีคอมเมิร์ซ’ เติมเต็มช่องทางการตลาด SMEs ไม่ควรมองข้าม

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

แสดงความคิดเห็น