จากปาก ทายาท ที.เค. การ์เม้นท์ ขั้นตอนการลงทุนในกัมพูชา

เปิดประสบการณ์เส้นทางการค้าและการลงทุนในกัมพูชา เปิดเผยหมดเปลือกเรื่องใต้โต๊ะระหว่างข้าราชการกับนักธุรกิจ กับรองประธาน บริษัท ที.เค. การ์เม้นท์ จำกัด คุณสิทธิโชค จตุรเจริญคุณ

บริษัท ที.เค. การ์เม้นท์ จำกัด ดำเนินธุรกิจด้านอุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ให้กับแบรนด์ระดับโลกมากกว่า 90 แบรนด์ โดยมีฐานการผลิตในประเทศไทยร่วม 30 ปี มีทุนจดทะเบียน 80 ล้านบาท  ซึ่งมีการขยายสาขาไปที่ อ.แม่สอด จังหวัดตากและในประเทศกัมพูชา

เจาะกลุ่มในกัมพูชาด้วยตลาดท่องเที่ยวและร้านอาหาร
คุณสิทธิโชค เล่าว่า สำหรับกาเริ่มต้นธุรกิจในกัมพูชาเกิดขึ้นเมื่อ 24 ปีก่อน โดย ที.เค. การ์เม้นท์ ในกรุงเทพฯ และ อ.แม่สอด จะเป็นฐานการผลิต ซึ่งการทำธุรกิจในกัมพูชาจะดำเนินธุรกิจด้านภาคบริการ ประกอบด้วยโรงแรม ร้านอาหาร และทัวร์เรือสำราญ

ธุรกิจแรกเริ่มที่ กรุงพนมเปญ ทำธุรกิจร้านอาหาร ในลักษณะบุฟเฟ่ต์ หลังจากดำเนินธุรกิจร่วม 10 ปี มี 2 สาขา และพัฒนามาเป็นบุฟเฟ่ต์ที่มีห้องสัมมนาและจัดงานงานต่างๆ พร้อมกับเปิดสาขาที่ 3 ในเมืองเสียมเรียบ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ในประเทศกัมพูชา โดยเป็นร้านอาหารร้านแรกของเมือง ลักษณะเป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์สไตล์ กัมพูชา – เวียดนาม  รองรับได้ 700 ที่นั่ง หลังจากทำร้านอาหารที่เสียมเรียบตลาดท่องเที่ยวโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เปิดร้านที่ 2 และ 3 ในเสียมเรียบ เป็นบุฟเฟต์สไตล์อาหารไทย และอาหารอาเซียนนานาชาติ รวมถึงมีโชว์การแสดงวัฒนธรรม

ด้านธุรกิจทัวร์เรือสำราญที่มาจากทั่วโลก ปีละ 50 ลำ โดยเริ่มทำหลังจากร้านอาหารประสบความสำเร็จอย่างมาก จึงเกิดแนวคิดต่อยอดธุรกิจด้านการท่องเที่ยวนำเที่ยวในประเทศกัมพูชา ทั้งในเมืองเสียมเรียบ และทัวร์นครวัดทั่วประเทศ ซึ่งทำได้ 10 ปี เห็นแนวโน้มการท่องเที่ยวในกัมพูชาโตต่อเนื่องอย่างมาก จึงต่อยอดธุรกิจอีกครั้ง ด้านโรงแรมระดับ 4 ดาว ตั้งอยู่ที่เมืองเสียมเรียบ รองรับแขกได้ 200 ห้อง ลูกค้าหลักเป็นชาวตะวันตกและชาวญี่ปุ่น

จากธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ สู่อุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูป
จากนโยบายค่าแรงงานในประเทศไทยที่สูงขึ้น ทำให้ต้องเริ่มมองหาฐานการผลิตใหม่ โดยเริ่มศึกษาทุกประเทศใน CLMV(กัมพูชา ลาว เวียดนาม เมียนมาร์) ลงพื้นที่เพื่อศึกษาอย่างจริงจังและประเทศที่เหมาะสมที่สุด ในการขยายฐานการผลิต โดยเลือกกัมพูชา เนื่องจากเป็นประเทศที่ได้สิทธิพิเศษมากที่สุด

สำหรับการตั้งฐานการผลิตเริ่มติดต่อไปที่ศูนย์ราชการโดยนิคมอุตสาหกรรมของกัมพูชาจะอยู่ที่ภาคใต้ของประเทศใกล้อยู่ท่าเรือน้ำลึกสีหะนุวิลล์ แต่พื้นที่ที่คุณสิทธิโชคเลือก คือ อำเภอศรีโสภณ จังหวัดบันเตียเมียนเจย ซึ่งติดกับชายแดนไทย โดยส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะเลือกตั้งโรงงานที่ พนมเปญ ปอยเปต และท่าเรือน้ำลึกสีหะนุวิลล์ ซึ่งการเดินทางค่อนข้างไกล ถนนไม่สมบูรณ์และจราจรแออัด อีกทั้งค่าแรงในเมืองหลวงอย่างในพนมเปญค่อนข้างสูงกว่าที่อื่น 3 เท่า

คุณสิทธิโชคกล่าวว่า เมื่อคำนึงถึงคุณภาพชีวิตพนักงานแล้วการตั้งโรงงานตั้งอยู่ใกล้แหล่งการพนันอาจทำให้เกิดผลกระทบได้ จึงเลือกจังหวัดบันเตียเมียนเจยที่ติดกับชายแดนไทย และมีการเดินทางที่สะดวกเมื่อต้องการขนส่งไปที่ท่าเรือแหลมฉบังหรือคลองเตย โดยใช้สิทธิของผ่านแดนในประเทศไทยส่งออกไปประเทศที่ 3 ซึ่งใกล้กว่าและถนนดีกว่ามากเมื่อเทียบกับการเดินทางจากบันเตียเมียนเจยไปที่ท่าเรือสีหะนุวิลล์ ที่ต้องใช้เวลามากกว่า 12 ชม.

“เราต้องการตั้งโรงงานติดชายแดนไทย แต่ถือว่าเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยง เพราะแรงงานกัมพูชาเดิน 3 ก้าว เข้าไทยได้ค่าแรง 300 บาทแล้ว จึงตัดสินใจตั้งโรงงานที่ อำเภอศรีโสภณ จังหวัดบันเตียเมียนเจย โดยบังเอิญอย่างมากที่ผู้ว่าฯ เคยเป็นรองผู้ว่าฯ ที่เสียมเรียบ และความคุ้นเคยกันอย่างดีมา 10 ปี ทำให้ได้รับการสนับสนุนในด้านโลจิสติกส์ ให้รถสินค้าตรงเข้ามา พื้นที่ได้เลย ซึ่งจากชายแดนไทยมาที่นิคมอุตสาหกรรมระยะทาง 50 กม. แต่ไม่สามารถข้ามไปจังหวัดอื่นได้ และมั่นใจได้ว่าจะมีแรงงานเพียงพอแน่นอนต่อความต้องการถึง 4 หมื่นคน”

ลงทุนในกัมพูชาต้องมองให้กว้างกว่าสิทธิค่าแรง
แนวโน้มค่าแรงในประเทศกัมพูชาและชาติอื่นๆ ในอาเซียนจะปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองแค่เรื่องสิทธิค่าแรงถูก แต่ต้องมองเรื่องของสิทธิประโยชน์ภาษีระหว่างกัมพูชากับชาติอื่นๆ เพราะประเทศจีนหรือแม้แต่ไทยถูกมาตรการทางสินค้าต่างๆ จากยุโรปและชาติอื่นๆ ทำให้เสียดุลการค้าและสิทธิทางการค้าหลายทาง แต่สำหรับกัมพูชาเราสามารถเข้าไปใช้สิทธิเหล่านั้นได้

ขั้นตอนการจดทะเบียนและการติดต่อส่วนราชการ
ประเทศกัมพูชาเป็นประเทศที่สนับสนุนการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ ถ้าผู้ประกอบการเข้าไปลงทุนไม่ว่าจะการจดทะเบียนบริษัทที่ไม่เกี่ยวข้องกับที่ดิน(ชาวต่างชาติไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดินนอกจากการสัมปทานเท่านั้น) หรืออสังหาริมทรัพย์ สามารถจดทะเบียนถือหุ้นได้ 100 % ไม่จำเป็นต้องมีหุ้นส่วนเป็นชาวกัมพูชา

ด้านการติดต่อกับส่วนราชการและปัญหาเรื่องใต้โต๊ะนั้นคุณสิทธิโชคกล่าวว่า ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนในประเทศกัมพูชาคือ ได้ไปศึกษาในประเทศเมียนมาร์ เพราะมีความสนใจอย่างมาก เนื่องจากโรงงานที่แม่สอดส่วนใหญ่ใช้แรงงานเมียนมาร์เป็นหลัก ทำให้รู้อุปนิสัยว่าลักษณะของชาวเมียนมาร์เป็นอย่างไร ชาวเมียนมาร์เป็นชาติที่ขยัน เมื่อเทียบกับกัมพูชา ไม่ได้หมายความว่าคนกัมพูชาขี้เกียจ แต่มองจากลักษณะของประเทศโดยรวมประกอบ เนื่องจากความปากกัดตีนถีบของชาวเมียนมาร์มีมากกว่า แต่สิ่งที่ตัดสินใจมาที่กัมพูชาคือเมื่อตอนที่ได้ไปลงพื้นที่ในเมียนมาร์ สถานที่ที่จะไปขอคำปรึกษาคือกระทรวงและหน่วยราชการต่างๆ ในเมียนมาร์ นักลงทุนทุกคนต้องการรู้ว่าสิทธิประโยชน์ทั้งหมด เมื่อเข้ามาลงทุนในเมียนมาร์มีอะไรบ้าง ข้อควรระวังต่างๆ ปรากฏว่าหลายหน่วยงานในเมียนมาร์ให้คำตอบไม่เหมือนกัน

หน่วยงานราชการในเมียนมาร์ให้ข้อมูลกับนักลงทุนไม่ชัดเจน เหมือนประเทศที่เพิ่งเปิดใหม่ ไม่มีความพร้อม ทั้งที่เปิดประเทศมาสักพักแล้ว ทำให้ย้อนกลับมาที่ประเทศกัมพูชาที่เปิดประเทศมาเป็นเวลานาน อุตสาหกรรมต่างๆ เข้าไปลงทุนตั้งฐานการผลิตหลายราย ที่สำคัญรัฐบาลกัมพูชาได้จัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาชื่อ CDC คล้ายกับ BOI ในประเทศไทยโดยหน่วยงานนี้ทำหน้าที่แบบ One Stop Service สำหรับนักลงทุนต่างชาติโดยตรง ทำหน้าที่ส่งเสริมการค้าการลงทุน มีข้อมูลทุกอย่างที่หาได้จากที่นี่ รวมถึงการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องสามารถยื่นได้ที่ CDC ที่เดียว ทำหน้าที่เป็น One Stop Service ทั้งให้ข้อมูล คำปรึกษา เอกสาร และกระจายเอกสารไปตามกระทรวงที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่เอกสารได้รับการอนุมัติจากทุกกระทรวง จะถูกนำมารวมรวมที่ CDC และถึงมือผู้ประกอบการต่างชาติ

สำหรับปัญหาใต้โต๊ะคุณสิทธิโชคกล่าวว่า เชื่อว่าทุกประเทศน่าจะมี แต่จากประสบการที่เจอมายังไม่มีการเรียกไถ หรือได้รับสิทธิพิเศษใดๆ เมื่อจ่ายเงิน เมื่อ 2 ปี ที่แล้วที่ได้เริ่มเปิดนิคมอุตสาหกรรม มีคณะสัญจรจากท่านทูตประเทศไทยใน CLMV ได้เข้ามาดูงานที่โรงงานก็เจอคำถามลักษณะแบบนี้ และกล้าพูดว่าไม่เคยจ่ายเงินใต้โต๊ะให้หน่วยงานใดๆ ทั้งสิ้น ถ้ารัฐบาลกัมพูชายังมีการขูดรีดเงินใต้โต๊ะรัฐบาลนี้ไม่มีทางอยู่ได้ ทุกวันนี้ถ้าเกิดหน่วยงานราชการจะติดต่อจะเป็นลักษณะขอทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ในปัจจุบัน ที.เค. การ์เม้นท์ สนุบสนุนงานกาชาดของจังหวัด ซึ่งถ้าเป็นในลักษณะที่ชัดเจนเป็นการสนับสนุนเพื่อบำรุงสาธารณประโยชน์จริงๆ

“สำหรับเงินใต้โต๊ะที่เป็นการรีดไถนั้นในภาคธุรกิจที่ทำมาทั้งหมด ทั้ง พนมเปญ เสียมเรียบ สีหะนุวิลล์ และศรีโศภณ กล้าพูดได้เลยว่าไม่มีการรีดไถ จ่ายใต้โต๊ะอย่างแน่นอน”

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

BBL_SME-Go-Inter_2_กุมภาพันธ์_1 sme

1121 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น