ข้อพึงระวังในการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์

กรณีของใช้กลโกงของมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งความผิดพลาดของผู้ใช้บริการเองที่ต้องพึงระวัง ในที่นี้เรามีวิธีง่ายๆ ในการรักษาความปลอดภัยในการโอนเงินออนไลน์มาฝากกัน

ในยุค Thailand 4.0 สมาร์ทโฟน คือ ปัจจัยในการดำรงชีวิตประจำวันโดยเฉพาะเรื่อง เงินๆ ทอง ๆ ที่ปัจจุบันทำธุรกรรมกันในสมาร์ทโฟน ทั้งซื้อ-ขาย โอน-รับเงิน หรือกระทั่งการลงทุน ด้วยความสะดวกรวดเร็วที่เราสามารถจะทำที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้(ถ้ามีสัญญาณอินเตอร์เน็ต)แทบจะไม่ต้องจับเงินสด  แต่ด้วยความปรารถนาดี ด้วยความที่มันง่ายและสะดวก ดังนั้นต้องเพิ่มความรอบคอบในการใช้งาน ซึ่งในที่นี้เรามีคำแนะนำสำหรับสิ่งที่ต้องระวังในการยุคที่ทุกอย่างจัดการได้ด้วยสมาร์ทโฟนมาฝากกัน

1.สมาร์ทโฟน คือของใช้สำคัญส่วนตัว : ดังนั้นการขอยืมหรือให้คนอื่นใช้ไม่นับเป็นเรื่องปกติ เพราะอย่างที่ท่านผู้อ่านทราบดีว่าธุรกรรมหลายอย่างทำได้ในสมาร์ทโฟน ดังนั้นควรสงวนไว้ให้ดี ไม่ควรวางไว้เพ่นพ่าน เพราะข้อมูลส่วนตัวการเงินการเข้าถึง Access ต่างๆ อยู่ในนั้นทั้งหมด เชื่อเถอะการป้องกันไว้ย่อมดีกว่าแก้   อย่างใช้สมาร์ทโฟนคนอื่นเข้าถึงอีเมลส่วนตัวหรือโซเชียลมันไม่ใช่เรื่องที่ดี

2.รหัสผ่านตั้งให้ยากๆ : การตั้งรหัสผ่านในการเข้าถึงแอพพลิเคชั่น อินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง ให้ตัวเลข 4- 6  หลัก ดังนั้นจำยาก และไม่ก็ไม่ยากเช่นกันที่จะแฮ็ก ถ้าคุณตั้งมันง่ายไปหรือ ใส่ตัวเลขตามความเคยชิน หรือ ตัวเลขที่เกี่ยวพันกันตัวเอง เช่น วันเกิด เดือนเกิด เลขบัตรประชาชน  เบอร์มือถือ รหัสนักศึกษาของพวกนี้ไม่แนะนำให้ใช้ คิดค้นขึ้นใหม่ และรู้เฉพาะตัวคุณเองเท่านั้น

3.อย่าโอนไว…โดยไม่ดูให้รอบคอบ : บ่อยครั้งที่เกิดความผิดพลาดในการโอนเงินจากบัญชีหนึ่ง ไปอีกบัญชี ซึ่งตัวเลขคุณผิด และบังเอิญเบอร์ที่คุณโอนผิดมันมีเจ้าของ และคุณไม่ดูให้รอบคอบถี่ถ้วนว่าชื่อตรงมั้ย ตัวเลขตรงรึเปล่า เสียเวลาไม่มากหรอก ดูให้แน่ใจก่อนโอนเงิน เพราะการไปตามเงินที่โอนผิดยุ่งยากกว่าการตรวจทานก่อนโอนเยอะ

4.WiFi ไม่ปลอดภัย : ถ้าชอบใช้สมาร์ทโฟนผ่าน WiFi สาธารณะรึหรือแม้แต่ WiFi ที่บ้านก็ไม่ควรใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน เพราะ WiFi เหล่านั้นมีโอกาสที่จะถูกดักจับข้อมูลได้ง่ายมาก ไม่ปลอดภัย คุณควรทำผ่านเน็ตเครือข่ายมือถือของตัวเองที่จ่ายรายเดือนดีที่สุด เพราะโอกาสที่จะโดนแฮ็กข้อมูลแทบจะไม่เกิดขึ้นเลย

5.อีเมลหลอกลวง ต้องระวัง : กลโกงเป็นของที่ใครก็อาจเจอได้ในโลกออนไลน์  โดยเฉพาะอีเมลหลอกลวง อ้างว่าต้องการทราบข้อมูลที่คุณเคยให้ไว้กับธนาคารเมื่อครั้งเคยไปติดต่อ เพราะทุกธนาคารไม่มีนโยบายแจ้งให้เข้าใช้บัญชีทางการเงินผ่านทางอีเมล และอีเมลพวกนี้จะหลอกให้คุณกรอกบัญชีผู้ใช้งานและรหัสผ่านเพื่อขโมยข้อมูลออกไป

6 โปรแกรม Anti Virus ช่วยได้ : ควรจะเป็นโปรแกรม Anti Virus ของแท้ด้วย  เพราะของฟรีมักจะเป็นไวรัสเสียเอง หรือไม่ก็มักตรวจสอบไวรัสแบบผ่านๆ  ยอมเสียเงินที่คุณสมัครใจเสียเพื่อความปลอดภัย ดีกว่าที่จะถูกฉกไป

7.ยืนยัน OTP ที่ส่งทาง SMS : คุณควรเปิดข้อความหรือ SMS แจ้งเตือนกับธนาคาร หรือทำ Verify by Visa หรือ Master Card Secure ซึ่งจะ Lock และยังไม่ตัดเงินทันที จนกว่าคุณจะกรอกตัวเลข OTP ที่ส่งทาง SMS ก่อนเท่านั้นจึงจะชำระได้ เพื่อว่าหากมีการทำธุรกรรมใดเกิดขึ้นที่ไม่ใช่ตัวคุณเองเป็นคนทำ จะได้รีบอายัดบัญชีทันที

8.อีเมลแจ้งเตือน : บริการ SMS แล้วยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่ทุกคนควรมี คุณควรให้อีเมลกับธนาคารเพื่อแจ้งเตือนทุกธุรกรรมของคุณ ซึ่งยังสามรถตรวจสอบการทำธุรกรรมของเราเองและเก็บเป็นหลักฐานได้อีกด้วย

9.ต้อง Log out ทุกครั้งหลังใช้งาน : อย่าลืม Log out หลังเลิกใช้งาน ออกจากระบบทุกครั้งเพื่อป้องกันการสวมรอยแอบใช้กระเป๋าเงินมือถือของคุณ

เชื่อว่าหากสามารถทำตามได้ครบทุกข้อที่เรียบเรียงมาทั้งหมด ก็การันตีความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ของคุณได้ร้อยเปอร์เซนต์  แต่ต้องไม่ลืมว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากความเออเร่อของเราเอง ดังนั้นต้องตั้งสติดีๆ ก่อนทำธุรกรรมทางการเงินทุกครั้งด้วย

ตั้งรหัสผ่านอย่างไร ให้เจาะยากสุดๆ

ความเสี่ยงในธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่คุณจะพลาดไม่ได้

สมรภูมิอีคอมเมิร์ชเดือด ..อยู่รอดต้องรู้กลยุทธ์

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

แสดงความคิดเห็น