มือใหม่อยากเปิดร้านอาหาร (ตอนที่ 4)

เรามีคำแนะนำในการวางแผนใช้เงินลงทุนและการจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ ควบคุมต้นทุนให้ร้านสามารถมีเงินหมุนเวียนได้

การบริหารจัดการเงินลงทุน คือสิ่งสำคัญอันดันต้นๆที่เจ้าของร้านอาหารทุกคนควรให้ความใส่ใจ แม้ว่าเราจะใช้เงินตัวเอง 100 % ก็ตาม และหากว่าเรามีหุ้นส่วนที่ไว้วางใจให้เงินเรามาลงทุนทำร้านอาหาร ก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญมากๆเช่นกัน เพราะการบริหารเงินลงทุน หากใช้ให้ถูกทางจะทำให้เกิดสภาพคล่องทางการเงินให้กับร้านของเราในอนาคต เพื่อที่เจ้าของร้านจะได้ไม่ต้องปวดหัวหาเงินเมื่อร้านขาดสภาพคล่อง

ก่อนเปิดร้านอาหารแน่นอนว่าจำเป็นต้องมีการลงทุนต่างๆ เช่น ค่าก่อสร้าง ค่าตกแต่งร้าน ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าวัตถุดิบ ค่าเช่าสถานที่ ค่าจ้างแรงงาน เงินทุนหมุนเวียน ฯลฯ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายตามมาในอนาคตอีกมากมาย ดังนั้นเจ้าของร้านควรต้องรู้ว่าจะใช้เงินลงทุนอย่างไรและต้องใช้ไปกับอะไรบ้าง ที่สำคัญต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อความโปร่งใส หากหุ้นส่วนขอดูย้อนหลัง แต่ก่อนจะใช้เงินลงทุนสิ่งต่างๆ เรามีเทคนิคการใช้เงินลงทุนอย่างฉลาดมาให้เจ้าของร้านได้ลองนำไปใช้ดูนะครับ

1.เปรียบเทียบราคาและต่อรองราคา  เจ้าของร้านบางคนอาจต้องเสียเงินไปมากเกินความจำเป็นเพราะคำว่า “เกรงใจ” เนื่องจากไม่กล้าต่อรองราคา และไม่กล้าหาซัพพลายเออร์มาเปรียบเทียบราคา ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง การตกแต่งร้าน หรือการซื้อวัสดุ อุปกรณ์ และวัตถุดิบต่างๆ สาเหตุอาจจะมาจากเจ้าของร้านไม่มีเวลาหรือจำเป็นต้องใช้ซัพพลายเออร์ที่หุ้นส่วนแนะนำ สุดท้ายเมื่อไม่มีการเปรียบเทียบราคาระหว่างซัพพลายเออร์หลายๆเจ้า จะทำให้เราไม่ทราบราคากลางที่แท้จริง จึงทำให้ต้องจ่ายแพงทั้งทีไม่จำเป็น และหากเจ้าของร้านไม่กล้าต่อรองราคากับซัพพลายเออร์ ก็ยิ่งทำให้ต้องจ่ายเงินไปมากเกินความจำเป็นไปอีก ซึ่งเทคนิคในการต่อรองราคานี้ เจ้าของร้านอาจขอสิ่งตอบแทนอื่นๆเพิ่มก็ได้หากซัพพลายเออร์ไม่ลดราคา และเชื่อเถอะว่าซัพพลายเออร์เขาตั้งราคามาให้เราต่อรองราคาเสมอ ถ้าเราต่อราคาที่เขารับได้ ก็จะเป็นผลดีทั้งสองฝ่าย ซัพพลายเออร์ก็ได้งาน เจ้าของร้านก็ได้จ่ายไม่แพงเช่นเดียวกัน

2.กำหนดมาตรฐาน  ทั้งวัสดุ อุปกรณ์และวัตถุดิบต่างๆ ที่ต้องซื้อมาใช้ในร้าน ควรต้องมีเกณฑ์มาตรฐานเป็นตัวกำหนดในการสั่งซื้อทุกครั้ง การใช้ของถูกที่สุดอาจไม่ทำให้จ่ายน้อยที่สุดก็เป็นได้ เพราะของถูกจะมีความเสื่อมและการใช้งานที่หมดประสิทธิภาพเร็วกว่า ทำให้ต้องเปลี่ยนใหม่บ่อยๆ การใช้ของดีแล้วใช้ไปนานๆ อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ยิ่งเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร หากใช้ของแพงๆ ไปกับเมนูที่ไม่ค่อยออกก็จะทำให้ต้นทุนสูงตามไปด้วย  ดังนั้นควรกำหนดมาตรฐานแต่ละเมนูว่าต้องใช้วัตถุดิบเกรดไหน ไปกับเมนูอะไร และคอยควบคุมต้นทุนอยู่เสมอๆ

3.มีแผนการใช้จ่ายที่ชัดเจน  เจ้าของร้านควรรู้ว่าในแต่ละเดือน ต้องใช้จ่ายอะไรบ้าง ทั้งค่าใช้จ่ายคงที่ และค่าใช้จ่ายสิ้นเปลือง เป็นต้น ควรมีแผนการใช้จ่ายเงินล่วงหน้าอย่างน้อยสามเดือน เพื่อให้การใช้จ่ายเงินไม่สะดุด และควรมีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการใช้จ่ายด้วยเช่นกัน อีกทั้งหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยถูกๆเตรียมไว้บ้างก็ดีเพื่อความไม่ประมาท

4.มีการประเมินการใช้จ่ายและประเมินรายได้ที่แน่ชัด  การประเมินรายจ่ายและการประเมินรายได้คือสิ่งจำเป็นในแต่ละเดือน เพื่อให้เรารู้ว่าขาดทุนหรือกำไรเท่าไร และเราจะได้นำไปวางแผนการใช้เงินในอนาคต ซึ่งการประเมินรายรับรายจ่ายต้องทำให้เป็นตามความเป็นจริง มากที่สุด ไม่ใช่คิดขึ้นเอาเอง

สุดท้ายแล้วที่บอกว่าการทำร้านอาหารสายป่านต้องยาว หรือต้องมีเงินทุนต่อเนื่องคือเรื่องจริง กว่าเราจะสามารถไปให้ถึงจุดคุ้มทุนและสร้างกำไรอย่างต่อเนื่องได้ ในระหว่างทางก็ควรต้องมีเงินทุนหมุนเวียนตลอด เพื่อให้ร้านเดินต่อไปได้ไม่สะดุดนั่นเอง และวิธีการใช้จ่ายเงินอย่างถูกต้องก็จะทำให้เราไม่เสียประโยชน์ที่เราควรจะได้นั่นเอง

มือใหม่อยากเปิดร้านอาหาร (ตอนที่ 1)

มือใหม่อยากเปิดร้านอาหาร (ตอนที่ 2)

มือใหม่อยากเปิดร้านอาหาร (ตอนที่ 3)

ปี 2562 เทรนด์อาหารอะไรที่กำลังน่าสนใจ

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

แสดงความคิดเห็น