อย่าแก้ปัญหาแบบนี้ ถ้าไม่อยากให้งานล้มเหลว

เคยเจอมั้ย เวลาที่งานมีปัญหา มักได้รับการแก้ไขแบบห่วยๆ ทั้งอาจทิ้งปัญหาไว้ให้เพื่อนร่วมงานอีกด้วย คนแบบนี้ทำงานด้วยยาก

แน่นอนว่างานทุกรูปแบบมักจะเจอสิ่งที่เป็นอุปสรรค ขัดขว้างไม่ให้งานนั้นสำเสร็จลุล่วง เราเรียกว่า ‘ปัญหา’ ซึ่งเจ้าปัญหาที่ว่านี้ แต่ละคนมักมีวิธีในการจัดการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะ สภาพอารมณ์ พื้นฐานจิตใจ ระดับสติปัญญา และปัจจัยรอบข้างต่างๆ ซึ่งในการทำงานเป็นทีมมักหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอปัญหา ขึ้นอยู่กับว่าคนๆ นั้นจะมีวิธีในการแก้ปัญหาอย่างไร แต่แนวทางการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ควรทำ เชื่อว่าคงเห็นมาจนเบื่อแล้ว ในที่นี่เรามาดูนิสัยเสียๆ ในการแก้ปัญหากันบ้าง เพื่อที่เราจะได้หลีกเลี่ยงคนที่มีนิสัยแบบนี้ ไม่แน่ในทีมงานของคุณอาจมีคนแบบนี้อยู่บ้างก็ได้

1.โลกสวย : การมองโลกในแง่ดี มันก็ไม่เลว แต่สำหรับการแก้ปัญหาแบบโลกสวย มันไม่ช่วยอะไร ประเด็นคือ ต้องมองปัญหาให้ขาด มองความผิดพลาดให้ออกและแก้ไขให้ตรงจุด มามัวแต่มองว่าทำแบบนี้ก็ดีแล้ว ทำแบบนั้นก็ดี ทำไมยังเกิดปัญหาขึ้นมาได้ นั่นเพราะคุณมองปัญหาแบบง่ายๆ ในมุมที่อ่อนต่อโลก อะไรที่แย่ ก็ควรมองว่ามันแย่ ไม่ใช่มองว่าเดี๋ยวมันจะดีขึ้นมาเอง วิธีที่อ่อนหัดแบบนี้คนทำงานแบบมืออาชีพเขาไม่ทำกัน รู้ไว้ด้วย

2.แหกกฎ : ความคิดสร้างสรรค์และการสร้างสิ่งใหม่เป็นเรื่องที่ดี แต่คุณต้องแยกแยะระหว่างการแหกกฎกับความคิดสร้างสรรค์ให้ออก กฎการทำงานที่เป็นแบบแผน ทีการโฟกัสเป้าหมายที่ชัดเจน นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ประเมินไว้ นั่นคือแบบแผนการทำงาน มีปรับ ลด เพิ่ม เพื่อให้ประสิทธิ์ภาพสูงสุด แต่การแหกกฎเมื่องานมีปัญหา โดยหวังแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งบางครั้งหากทำอย่างเหมาะสมเป็นเรื่องที่ดี แต่บ่อยครั้งเช่นกันที่ทิ้งปัญหาในระยะยาวไว้ ดังนั้นการทำงานกับคนหมู่มาก อย่าเอามาตรฐานการตัดสินตัวส่วนตัวเพื่อความราบรื่นของงานเฉพาะหน้ามาใช้ เพราะคุณจะทิ้งสิ่งปฏิกูลให้คนข้างหลังคอยตามล้างตามเช็ดไม่สิ้นสุด

3.โยนความผิด : เหตุผลคลาสสิกที่สุดที่เคยได้ยินมา ผมไม่ผิด ฉันไม่ใช่คนผิด ที่สำคัญมักโยนความผิดพลาดให้คนอื่นเสียด้วย หากริจะทำงานแบบทีมเวิร์คมืออาชีพ การรับผิดและรับชอบร่วมกัน คือพื้นฐานสำคัญของทีม เมื่องานเกิดปัญหาอย่างแรกที่ควรทำ คือ หาทางแก้ไข (ยังไม่ถึงเวลาหาคนผิด) เพราะบางครั้ง การบาดหมางในทีมมาจากการมุ่งแต่จะหาว่าเป็นความผิดพลาดของใคร นำมาซึ่งความล้มเหลวในการทำงานเป็นทีม เพราะในเมื่อทุกอย่างมาชี้วัดผลเฉพาะหน้ากันแค่ว่าใครทำผิดพลาด แต่ไม่หาแนวทางในการแก้ไขข้อผิดพลาด ตลอดจนการควบคุมและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน จะไม่เกิดกระบวนการเรียนรู้ในการแก้ไขปัญหา จริงอยู่ คนทำพลาดสมควรที่ต้องได้รับผิดชอบในสิ่งที่ทำ สมควรตำหนิ แต่นั่นเป็นมาตรการที่จะทำหลังจากแก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว

4.หนีปัญหา : สำหรับคนที่รู้ว่าพลาด ควรจะยอมรับและบ่งบอกถึงปัญหาเพื่อหาทางแก้ไข แต่บ่อยครั้งที่การทำงานเป็นทีม มีคนก่อปัญหาไว้ แล้วตัดสินใจแก้ปัญหา คือ การออกจากทีม เพื่อแสดงสปิริต ซึ่งเอาเข้าจริงนั้นคือการสร้างปัญหาให้มันซับซ้อน ซ่อนเงื่อนหนักเข้าไปอีก  คนใหม่ที่เข้ามารับผิดชอบงานเดิมอาจเจอปัญหาในเรื่องเดียวกัน ทั้งที่หากมีการพูดคุย แจกแจงข้อผิดพลาดที่เราได้ก่อไว้ อะไรๆ อาจไม่ได้แก้ไขยากอย่างที่คิด ดังนั้นจำไว้ มีปัญหาอย่างทิ้ง อย่าหนี แต่ต้องร่วมกันแก้ไข

5.ซ่อน : นี่ก็เด็ด …งานเป็นไงบ้าง ดีครับ ถึงไหนแล้ว ใกล้เสร็จแล้วครับ ดีครับท่าน ทันครับผม อะไรทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะพวกอ่อนประสบการณ์แต่คิดว่าตัวเองแน่ คิดว่าแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ ทั้งที่จริงๆ คือ การหลอกตัวเอง เพราะลึกๆ แล้วรู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เกินความสามารถที่จะเยียวยาด้วยตัวเอง แต่ด้วยความมีอีโก้โง่ๆ เลยตัดสินใจซ่อนปัญหาไว้คนเดียวอย่างมิดชิด แก้เองได้ก็ถือว่าดีไป …แต่เห็นมาไม่น้อยที่ปัญหามาแตกโพละเอาหน้างาน เพราะมีการซ่อนปัญหาที่ไม่ควรซ่อนนี่แหละ

6.นิ่งเฉย : อารมณ์เกียร์ว่างที่ก็ไม่ค่อยน่าทำงานด้วย คนประเภทนี้ เมื่องานเกิดปัญหาจะเกิดความทดท้อ ไม่มีพลังงานมากพอที่ต่อกรกับปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความเฉื่อยชาในการทำงาน ผลคือ ปัญหาสั่งสมมากๆ แล้วค่อยมารายงานแก่ทีมหรือหัวหน้า เพื่อที่พยายามจะปกป้องตัวเองให้หลุดพ้นจากสิ่งที่ตนกำลังเจอ แม้จะไม่ใช่การโยนปัญหาแต่ก็นับเป็นประเภทที่รู้ว่ามีปัญหาแต่นิ่งเฉย โทษดินโทษฟ้า ก้มหน้ามองดิน แต่ไม่เคยโทษตัวเองว่าทำงานเฉื่อยชาเช้าชามเย็นชาม คนแบบนี้มีเยอะ น่าเบื่อมาก

7.เห็นแก่ตัว : บ่อยครั้งที่การทำงานล้มเหลวมักเกิดจากการแก้ปัญหาของคนที่เห็นแก่ตัว นั่นคือแก้ปัญหาที่เป็นปัญหาของตนแบบเอาง่ายเข้าว่า และรู้ทั้งรู้ว่าหากทำแบบนี้คนอื่นจะได้รับความเดือดร้อนจากสิ่งที่ตนทำ และก่อปัญหาใหม่ขึ้นมา อาจทำให้งานทั้งระบบรวน แต่ด้วยการเอาตัวเองเป็นที่ตั้งมากไป ไม่สนใจว่าใครจะได้รับผลจากการกระทำของเรา คนแบบนี้ทำงานด้วยยาก เพราะนอกจากจะแก้ปัญหาแบบปัดสวะให้พ้นตัว เท่าที่รู้คนแบบนี้ยังไม่เคยยอมรับว่าตัวเองทำผิด ทั้งอาจจะสามารถโยนความผิดให้พ้นตัวได้อย่างแนบเนียน และทั้ง 7 นิสัยการแก้ปัญหา คนแบบนี้ไม่น่าเอาเข้าทีมมากที่สุด

ดีไซน์ออฟฟิศให้ปังดึงพลังแฝงในตัวพนักงานออกมา

3 สิ่งที่ต้องดูว่าจะรับอดีตพนักงานกลับเข้ามาทำงานดีไหม

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

 

แสดงความคิดเห็น