กัมพูชาพร้อม! รอบด้าน รับ! การลงทุนไทย

2 นักวิชาการ ฟันธง 12 กลุ่มธุรกิจรับทรัพย์ เปิดบ้านกัมพูชา ส่องความพร้อม รับกลุ่มทุนต่างชาติ

ประเทศกัมพูชาเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศ CLMV ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ซึ่งมีความสำคัญต่อการค้าและการลงทุนต่อประเทศไทย เนื่องจากเป็นตลาดที่กำลังพัฒนาและมีความพร้อมในหลายด้าน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม และโอกาสทางการค้าและการลงทุนยังเปิดกว้างอยู่มาก ประชากรในประเทศมีอัตราเพิ่มมากขึ้นทุกปี รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์

ศูนย์อาเซียนและเอเชียศึกษา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จัดงานสัมมนาวิชาการ หัวข้อ เจาะลึกโอกาสการค้าการลงทุนกัมพูชา โดยวัตถุประสงค์การจัดงานเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการค้าการลงทุนในประเทศกัมพูชา รวมถึงให้ความสำคัญกับการวางแผนการตลาดสำหรับภูมิภาคอาเซียนจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่หลายธุรกิจกำลังเตรียมการเพื่อรองรับโอกาสจากการรวมเป็นประชาสังคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ซึ่งกำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ทางธุรกิจ (Business Landscape) ของไทย

นายพูลศักดิ์ คุณอุดม นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ กรมการค้าต่างประเทศ กล่าวถึงโอกาสการค้าการลงทุนในกัมพูชาว่า รายได้หลักของประเทศกัมพูชามาจากการท่องเที่ยว ส่วนสินค้านำเข้าหลักคือ จักรยาน ชิ้นส่วนยานยนต์ เนื่องจากพฤติกรรมนิยมใช้รถมือสองเมื่อใช้ไปสักพักจำเป็นต้องซ่อมทำให้กัมพูชามีแนวโน้มนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์มากขึ้น เช่นเดียวกันกับ ตลาดเครื่องสำอาง เนื่องจากประชากรหลักของประเทศอยู่ในช่วง 24 – 55 ปี และมีพฤติกรรมนิยมผิวขาว รวมถึงรับวัฒนธรรมจากโทรทัศน์ไทย ทำให้ตลาดเครื่องสำอางมีแนวโน้มโตขึ้นตามลำดับ

“สิ่งที่ประเทศไทยเสียเปรียบคือการที่นักธุรกิจไทยไม่ยอมไปกัมพูชา แต่ชาติอื่นๆ ไป ตอนนี้สินค้าไทยกำลังแข่งกับเวียดนามซึ่งราคาถูกกว่า โดยส่วนตัวจึงอยากแนะนำให้ลองไปฝังตัวในกัมพูชา 1 อาทิตย์ แล้วนักธุรกิจSMEไทยจะต้องมองเห็นโอกาสในประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างแน่นอน เพราะคนกัมพูชานิยมสินค้าจากประเทศไทยอย่างมาก แม้แต่เวียดนามเวลาออกผลิตภัณฑ์ยังมีฉลากเป็นภาษาไทยเพื่อหลอกชาวกัมพูชา” นายพูลศักดิ์กล่าว

สำหรับการลงทุนในกัมพูชาผู้ประกอบการชาวไทยสามารถจดทะเบียนลงทุนเป็นผู้ถือหุ้นได้ 100% ยกเว้นสิทธิในการถือครองที่ดิน จะได้สิทธิแค่ในการเช่าสัมปทาน เมื่อเข้าไปทำธุรกิจในกัมพูชาสิ่งแรกที่ต้องทำไม่ว่าสินค้าจะติดตลาดหรือไม่คือการเข้าไปจดสิทธิบัตรทุกๆ ด้าน โดยสามารถขอข้อมูลได้ที่กระทรวงพาณิชย์ และทางสถานทูต

ด้านเลขาธิการสภาธุรกิจไทย – กัมพูชา นายวรทัศน์ ตันติมงคลสุข วิเคราะห์ศักยภาพสินค้าไทยในตลาดกัมพูชาว่า ในช่วง 3 ปี ที่ผ่านมากัมพูชามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวได้อย่างน่าชื่นชม แต่นักธุรกิจไทยให้ความสนใจน้อยมาก รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ด้วย นิสัยของคนไทยให้ความสำคัญกับประเทศเพื่อนบ้านน้อยเกินไป

 

โอกาสในต่างแดน_กัมพูชาพร้อม! รอบด้าน รับ! การลงทุนไทย2 sme

กัมพูชาเป็นคำตอบของนักธุรกิจที่มองหาความมั่งคั่งและความมั่นคงในอนาคตทุกด้าน คนไทยต้องลบภาพกัมพูชาในอดีตหรือในบทเรียนประวัติศาสตร์ไปให้หมด ตอนนี้กัมพูชามีการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป ประกอบด้วย หมู่บ้านหรู สนามกอล์ฟ รวมถึงห้างสรรพสินค้าที่กำลังจะเปิดโดยการลงทุนจากประเทศญี่ปุ่น คนไทยต้องเปลี่ยนมุมมองลดความอคติ เพราะกัมพูชากลายเป็นประเทศที่มีความพร้อมทั้งที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานทางบก ทะเล อากาศ และรถไฟ รวมถึงด้านทรัพยากรทุกด้าน

สำหรับภาคการผลิตจะอยู่ทางใต้ของประเทศกัมพูชาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ท่าเรือสีหนุวิลล์ ซึ่งผู้ประกอบการที่ต้องพึ่งพาการขนส่งทางเรือเป็นหลัก แต่หากมีความต้องการแรงงานราคาถูก อาจต้องตั้งโรงงานในเขตชายแดนไทย – ปอยเปต ซึ่งอุตสาหกรรมที่น่าสนใจและมีแนวโน้มโตอย่างต่อเนื่อง คือ อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ เฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ค้าปลีก – ส่ง พลาสติก เรซิ่น อุตสาหกรรมรถยนต์ เกษตร และเกษตรแปรรูป โดยกัมพูชากำลังอยู่ในช่วงที่เน้นการลงทุนในประเทศมากขึ้น มีการผลิตเพื่อส่งออกและทดแทนการนำเข้า คลัสเตอร์กลุ่มยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นก็เข้าไปลงทุนมากขึ้น

ด้านข้อพึงระวังการลงทุน เลขาธิการสภาธุรกิจไทย – กัมพูชา แนะนำว่า หากผู้ประกอบการไทยที่ตั้งใจเข้าไปขยายฐานการผลิตหรือย้ายฐานการผลิตโดยใช้สิทธิ์ด้านค่าแรงขั้นต่ำอย่างเดียวไม่ได้ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่ตายตัว ควรมุ่งใช้สิทธิประโยชน์ในด้านภาษีและข้อตกลงระหว่างกัมพูชากับประเทศอื่นๆ มากกว่า เพราะค่าแรงในอาเซียนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ส่วนของสลากผลิตภัณฑ์ผู้ประกอบการไม่ควรเปลี่ยนภาษา เนื่องจากชาวกัมพูชานิยมสินค้าจากประเทศไทยอย่างมาก และหากมีการเปลี่ยนแปลงฉลากภาษาจะถูกมองว่าเป็นของเลียนแบบ โดยหากจะผลักดันสินค้าไทยควรส่งเสริม SME ให้มีความรู้ โดยใช้ญี่ปุ่นเป็นโมเดล ลักษณะคือการเข้าไปแบบ Trading หายักษ์ใหญ่ในการจัดจำหน่ายรวบรวม สินค้าจากSMEไปขาย จะดีกว่าปล่อยให้SMEไทยเข้าไปเดี่ยวๆ

ภาคการท่องเที่ยวกัมพูชามีรายได้หลักจากการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวในประเทศครึ่งต่อครึ่งของประชากรทั้งประเทศ สิ่งที่ยังขาดแคลนคือภาคการโรงแรมและร้านอาหาร (มีมากแต่ยังไม่ได้เรื่องคุณภาพและความอร่อย)  โดยฝั่งภาคตะวันออกที่ติดกับเวียดนามมีลักษณะเป็นภูเขาอากาศเย็นสบายตลอดปี

สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชากล่าวว่า กัมพูชามีความพร้อมในทุกด้านและกำลังต้องการนักลงทุนจากต่างประเทศอย่างมาก เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างประเทศในการตอบสนองนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชาให้สำเร็จ อย่างเช่นนักลงทุนไทย CP และ SCG โดยกัมพูชามีความต้องการขยายการลงทุนในประเทศทุกส่วน และรัฐบาลกัมพูชา พร้อมดูแลเสถียรภาพทางการเมืองไม่ให้เกิดปัญหาต่อนักลงทุนต่างชาติ

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

BBL_SME-Go-Inter_2_กุมภาพันธ์_4 sme

657 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น