เทคนิคการ Transform แบบฉบับ SMEs

การปรับเปลี่ยนธุรกิจให้มีความแตกต่างไปจากเดิม หรือที่เราใช้คำว่า Transform เพื่อให้เกิดแนวทางใหม่ๆ ไม่แน่จากเดิมที่แย่ๆ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

การทำธุรกิจในยุค Digital Transformation แม้แต่ธุรกิจขนาดเล็กก็จำเป็นต้องปรับตัว ถึงเวลาที่คุณต้องรู้แล้วว่าแม้จะเป็น SMEs แต่ก็สามารถ Transform ธุรกิจให้แข็งแกร่งและยืนหยัดอยู่ได้ การเรียนจากผู้ที่ทำสำเร็จแล้วนับเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด ซึ่งในที่นี้เรามีกรณีศึกษาของบริษัทต่างชาติแต่ไม่ได้เป็นบริษัทขนาดใหญ่ เมื่อเกิดปัญหา เราใช้เทคนิคอะไรที่ทำให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้

5 กรณีตัวอย่างการ Transformธุรกิจ

1.Brainstorm จากภายใน

ในปี 2009 รายได้ของบริษัท Suzanne Bates’ Wellesley ผู้ให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการภายในองค์กรลดลงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นเงินกว่า 600,000 เหรียญสหรัฐฯ CEO ของบริษัทจึงหันหน้าเข้าหาพนักงานเพื่อช่วยกันหาแนวทางแก้ไข ทีมงานกว่า 10 คนของบริษัทฯ ช่วยกันระดมความคิดเพื่อให้การบริการการฝึกสอนมีความเกี่ยวเนื่องกับลูกค้าปัจจุบันที่มีอยู่ ได้ข้อสรุปว่าเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในธุรกิจมากขึ้นทีมงานของบริษัทต้องเข้าหาลูกค้าทุกช่องทางที่มีอยู่ในมือตั้งแต่การใช้อีเมลรายสัปดาห์ไปจนถึงออกไปพบปะเพื่อร่วมรับประทานอาหารกลางวัน หรือแม้กระทั่งการส่งข้อความคุยกันในเรื่องต่างๆ

นอกจากนี้บริษัทยังมีปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การให้บริการ เช่น ปรับราคาค่าคอร์สให้ถูกลง เพิ่มรูปแบบการโค้ชชิ่งให้หลากหลาย อย่างการสัมมนาทางโทรศัพท์ และการโค้ชแบบกลุ่ม ตามมาด้วยการมองหาและเจาะตลาดกลุ่มล่างเป็นบริษัทเล็กๆ เพื่อเพิ่ม Market share และในท้ายที่สุดผลจากความพยายามในครั้งนี้ของบริษัท ก็ประสบผลสำเร็จ เมื่อบริษัทสามารถทำรายได้รวมสิ้นปีไปได้ถึง 2.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจากที่ที่ผ่านมาเกือบเท่าตัว

2.วิเคราะห์-แยกแยะ ข้อมูลการขาย

บริษัทผลิตน้ำหอม แบรนด์ Tuccini Corp ได้วิเคราะห์ว่าการขายผ่านเว็บไซต์ตัวเองมีแนวโน้มลดลง จึงตัดสินใจโฟกัสไปที่การขายสินค้าผ่านเว็บไซต์คนกลางอย่าง Amazon ทั้งได้รวบรวมข้อมูลและทดลองข้อมูลด้านราคา 3 ครั้งต่อวันเป็นเวลากว่า 5 เดือนเพื่อหาว่าจะปรับราคาอย่างไรและเวลาใดที่มีผลต่อการขาย ตัวอย่างเช่น เรียนรู้ว่าการปรับราคาสินค้าช่วง 6 โมงเย็นจะช่วยให้มีออเดอร์เข้ามามากกว่าตอนบ่าย 2 โมง

จากการใช้งานข้อมูลนี้เองที่นำไปสู่การสร้างโปรแกรมที่ใช้ในการติดตามการขายและปรับราคาสินค้าแบบอัตโนมัติ ใน 4 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ Tuccini Corp ยังได้ทำการพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเพื่อใช้ในการมอนิเตอร์ว่าคำสั่งซื้อมาจากที่ใด และเมื่อรวมโปรแกรมทั้งสองเข้าด้วยกันก็จะสามารถช่วยพัฒนาการขายและการซื้อได้อย่างมาก ทำให้สามารถทำกำไรสิ้นปีที่ 3.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งมากกว่าเดิมถึง 2 เท่าเมื่อเทียบจากปีที่แล้วและยังสามารถปลดหนี้ของบริษัทได้อีกด้วย

3.ใช้เงินลงทุนอย่างฉลาด

บริษัทที่ปรึกษากลยุทธ์ด้านแบรนด์สินค้า Parker LePla มีกำไรลดลงจากเดิม 15% จึงระงับโบนัสพนักงานและนำเงินจำนวนนั้นไปลงทุนทางด้านโฆษณาและสร้างแผนกใหม่ขึ้นเพื่อเน้นไปที่การทำ ดิจิทัลแบรนดิ้ง เพื่อขยายฐานลูกค้า และแผนกใหม่นี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของต่อยอดธุรกิจใหม่ที่สร้างกำไรสุทธิได้เพิ่มขึ้นถึง 30% มีกำไรสิ้นปี ที่ 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

4.ปรับปรุงโครงสร้างราคาใหม่

เมื่อบริษัท Great Neck ตัวแทนดำเนินการประมูลของภาครัฐที่ยุติการสมัครสมาชิกแบบรายปีเพื่อใช้ในการเข้าดูรายชื่อการประมูลของรัฐบาลและปรับโครงสร้างการใช้งานใหม่  โดยรูปแบบการคิดราคาใหม่นี้เริ่มต้นด้วยการทดลองใช้งานฟรี 3 วัน และปรับเป็นสมาชิกแบบรายเดือน  ทำให้พวกเขาก็เริ่มชนะใจและสามารถดึงลูกค้ากลับมาได้ เพราะถือเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจมากสำหรับผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องราคาที่ต้องจ่ายแบบรายปีที่แพงกว่า และโมเดลราคาแบบใหม่นี้ก็สามารถสร้างรายได้ได้มากกว่าแบบเดิมถึง 6 เท่า สร้างกำไรได้มากกว่า 930,000 เหรียญสหรัฐฯต่อปีซึ่งมากกว่าเดิมถึง 58%

5.ตรวจสอบโมเดลธุรกิจมันเปลี่ยนได้

ผู้ก่อตั้งบริษัท HuePhoria LLC คือ หนึ่งในบริษัทที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของตัวเองหลังจากกำไรลดลง บริษัทจึงได้มีการปรับรูปแบบการขายของตัวเองโดยการจับมือกับร้านค้ารายย่อยและให้บริการขายสินค้าแบบ on demand รูปแบบใหม่คือ การทำ Drop shipping นั้นคือการที่ร้านค้าหรือบุคคลธรรมดาเป็นหน้าร้านให้กับบริษัท และทำหน้าที่ในการโฆษณาขายสินค้า เมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามาบริษัทก็จะทำการส่งสินค้าไปยังลูกค้าที่สั่งซื้อโดย กำไรก็จะถูกแบ่งให้กับหน้าร้านตามสัดส่วนที่ได้ตกลงกันไว้ ทำให้ยอดขายของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 72% ในไตรมาสแรกเพื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ก่อนจะทำกำไรทั้งปีได้ถึง 300,000 เหรียญสหรัฐฯ

ทั้ง 5 เคสตัวอย่างที่หยิบยกมาให้ดูเพื่อจะบอกว่าธุรกิจมันดิ้นได้เสมอ ถ้าเรามองปัญหาหรือหาแนวทางในการแก้ปัญหา เห็นได้ว่าบริษัททั้ง  5  ที่หยิบยกมาต่างมีปัญหาในด้านต่างๆ แต่อาศัยการ Transform จากสิ่งเดิมเป็นสิ่งใหม่เพื่อให้ธุรกิจสามารถทำกำไรและไปได้ต่อ และอย่างที่บอกในข้างต้นปัจจุบันธุรกิจดำเนินมาสู่ยุค Digital Transformation ยุคที่ดิจิทัลจะมาแปลงโฉมทุกอย่างให้เปลี่ยนไป ถ้าธุรกิจคุณมีปัญหาลองแปลโฉมมันดูบ้างสิ

Digital Transformation แบบเข้าใจง่าย สไตล์ SMEs

อัพเดทแนวโน้มธุรกิจที่จะเปลี่ยนแปลงด้วย Digital Transformation

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

แสดงความคิดเห็น