เตรียมพร้อมก่อนเจอ 5 ฝันร้ายสำหรับเหล่า Startup

Startup ส่วนมากเริ่มออกเดินทางพร้อมกับการสร้างตลาดใหม่ๆ รูปแบบใหม่ๆ ธุรกิจใหม่ๆ ทำให้โลกรอบตัวพวกเขานั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมากกว่าที่เคย และในการเปลี่ยนแปลงนั้นเองกลับมี ฝันร้ายสำหรับเหล่า Startup ซ่อนอยู่

ซึ่งปัจจัยหลักทั้ง 5 คงหนีไม่พ้นเรื่อง คน สินค้า โอกาส เงิน และตลาด ในขณะที่คนอื่นกำลังโลกสวย มองเห็นแต่ความสำเร็จที่จะถาโถมเข้ามา มันคงจะดีกว่าถ้าคุณจะเตรียมรับมือกับ 5 ฝันร้ายสำหรับเหล่า Startup เหล่านี้

1.   พนักงานเก่งๆหนีออกไป

สำหรับ Startup แล้วสิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดในบรรดา 5 ข้อนั้นคงหนีไม่พ้นเรื่องของพนักงาน ถ้าหากผู้เล่นที่สำคัญลาออกไปแล้วล่ะก็นั่นคงเป็นหายนะขั้นร้ายแรงสำหรับบริษัทเลยทีเดียว ดังนั้นกฎข้อแรก จงจำให้ขึ้นใจไว้เลยว่า “การป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นนั้นดีกว่าการรักษาในภายหลังหลายเท่า” คุณควรที่จะรีบแก้ปัญหาในทันทีที่ทราบ เมื่อคนในองค์กรของคุณเกิดปัญหาอะไรก็ตาม อย่าปล่อยให้มันลุกลามไปจนแก้ไขไม่ได้ในที่สุด

2.   เกิดปัญหาด้านสินค้า

สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมบางครั้งอาจจะใช้เวลาในการพัฒนานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ถึงแม้มันจะคาดการณ์อะไรล่วงหน้ามากไม่ได้ แต่การวางแผนก็ยังช่วยแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้อยู่ดี คุณควรที่จะวาดแผนธุรกิจและแผนการผลิตสินค้าขึ้นมาให้เห็นอย่างชัดเจน ขอคำแนะนำจากผู้รู้เพื่อคำนวณว่าเป้าหมายทั้งหมดของคุณจะสิ้นสุดลงวันไหน และอย่าลืมสร้างแผนสำรองเผื่อในกรณีฉุกเฉินด้วยล่ะ

3.   วิ่งตามความต้องการของตลาดไม่ทัน

ไม่ว่าคุณจะมั่นใจแค่ไหนว่า Startup ของคุณจะตอบโจทย์ของตลาดได้ แต่ในระหว่างการผลิตนั้นความต้องการของตลาดก็จะเปลี่ยนแปลงไปอยู่ดี เพราะฉะนั้น Startup จึงต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถ้าคุณหยุดเดินเมื่อไหร่ หยุดศึกษาสิ่งใหม่ๆเมื่อไหร่ คุณก็จบเมื่อนั้น และพยายามอัปเดตแผนของคุณทุกๆเดือน อย่ารอให้ถึงวันที่วิกฤตเข้ามาหา เพราะมันจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วนั่นเอง

4.   งบหมดก่อนกำไรจะมา

Startup เกือบจะทั้งหมดชอบดูถูกรายจ่ายที่พวกเขาจะต้องเจอ เพราะคิดว่ารออีกหน่อยรายได้ก็จะเข้ามาหาอย่างแน่นอน ทั้งที่จริงๆแล้วสิ่งที่พวกเขาควรใส่ใจเป็นอันดับแรกก็คือ การจัดการ Cash-Flow ของบริษัท จดทุกอย่างที่เป็นค่าใช้จ่ายลงไป จัดแผนการใช้เงินของคุณให้ดี อย่าให้ Startup ต้องมาจบลงเพราะความสำเร็จที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะบางครั้งลูกค้าอาจจะสั่งสินค้าเป็นจำนวนมากจนคุณหมุนเงินไม่ทัน และสุดท้ายธุรกิจต้องปิดตัวลง ซึ่งนี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น

5.   การบอกต่อใช้ไม่ได้อีกแล้ว

ฝันร้ายสำหรับเหล่า Startup สุดท้ายแล้วก็คงหนีไม่พ้นการตลาด เพราะไม่ว่าสินค้าหรือ Startup ของคุณจะเจ๋งแค่ไหน สิ่งที่จะทำให้มันประสบความสำเร็จได้ก็คือการตลาดและคอนเทนท์ที่ดึงดูดนั่นเอง เจ้าของธุรกิจหลายคนชอบคิดไปเองว่าสินค้าของตัวเองดี ทุกคนต้องเข้ามาใช้มัน ซึ่งในความเป็นจริงมันไม่เป็นอย่างนั้น พยายามคิดและวิเคราะห์แผนการตลาดรวมทั้งคอนเทนท์ที่สื่อออกไปให้ดี เพราะถ้าคุณไม่ใช้มันให้เกิดประโยชน์ สักวันหนึ่งลูกค้าก็จะหมดไป แล้วสิ่งที่คุณต้องทำก็คือการลดราคาสินค้าลงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ฝันร้ายสำหรับเหล่า Startup sme

ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก ก 
505 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น