เวียดนาม พัฒนาเศรษฐกิจ ปรับแผนรองรับนักลงทุนต่างชาติ

“เวียดนาม”หนึ่งในประเทศ 10 อาเซียนที่น่าลงทุน เนื่องจากเวียดนามมีการปรับตัวทางด้านเศรษฐกิจดีขึ้น ใส่ใจการลงทุนทุกรูปแบบ เพื่อรองรับนักลงทุนต่างชาติอย่างเต็มที่ รวมไปถึงนักลงทุนต่างชาติยังได้รับสิทธิอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลดหย่อนภาษี สิทธิในการส่งกำไรกลับประเทศ เป็นต้น

ทำไมถึงต้องลงทุนในเวียดนาม?
ประเทศเวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศอาเซียน มีลักษณะเด่นทางภูมิศาสตร์ที่มีแนวชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศเป็นแนวยาวจากเหนือจรดใต้ของทางประเทศ ทำให้การเดินทางระหว่างไทยกับเวียดนามค่อนข้างสะดวก ถึงแม้จะไม่มีแนวพรมแดนติดกันก็ง่ายต่อการลงทุน

สำหรับเศรษฐกิจภายในประเทศเวียดนามมีการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีเสถียรภาพมากขึ้น เนื่องจากกำลังเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จึงทำให้นักลงทุนต่างชาติสนใจเป็นจำนวนมาก เลยทำให้เวียดนามตระหนักในนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศหลายด้าน รวมทั้งได้มีการปรับปรุงกฎระเบียบและเงื่อนไขการลงทุนรอบด้านให้ผ่อนคลายเหมาะแก่นักลงทุนต่างชาติ และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น

ธุรกิจที่น่าลงทุนในเวียดนาม
1.ธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป เนื่องจากเวียดนามมีแนวชายฝั่งเป็นระยะทางจากเหนือจรดใต้ของประเทศ ทำให้มีแหล่งทรัพยากรทางทะเลเป็นจำนวนมาก
2.อุตสาหกรรมการผลิตที่เน้นใช้แรงงาน เนื่องจากภายในเวียดนามมีแรงงานจำนวนมากกว่า 53 ล้านคน และยังมีต้นทุนแรงงานค่อนข้างต่ำ ซึ่งแรงงานในเวียดนามที่ได้รับความสนใจเข้าไปลงทุน คือ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม และรองเท้า
3.ธุรกิจบริการท่องเที่ยว เนื่องจากเวียดนามมีแหล่งท่องเที่ยวตามเมืองสำคัญที่เชื่อมโยงตามแนวเส้นระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเข้าอาเซียน
4.อุตสาหกรรมการผลิตสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยเวียดนามเป็นแหล่งผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่าง ๆ จึงเป็นโอกาสขยายตลาดได้ง่าย
5.อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ยานยนต์ ด้วยการเติบโตตลาดยานยนต์ตามเมืองเศรษฐกิจยกระดับรายได้ของประชากรเวียดนาม อีกทั้งเวียดนามมีจำนวนรถจักรยานยนต์มากเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากจีน อินเดีย และอินโดนีเซีย

5 รูปแบบการลงทุนในเวียดนาม
1.กิจการที่ชาวต่างชาติเป็นเจ้าของทั้งหมด เป็นการลงทุนเต็ม 100% มีลักษณะเป็นบริษัทจำกัดตามทางกฎหมายการลงทุนของเวียดนาม อีกทั้งการลงทุนเช่นนี้ต้องได้รับดารอนุมัติจากกระทรวงวางแผนและการลงทุน หรือเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจอนุมัติระดับท้องถิ่น
2.กิจการร่วมทุน เป็นกิจการที่ต้องได้รับใบอนุญาตและจดทะเบียนก่อตั้งจาก MPI หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นการก่อตั้งบริษัทใหม่ในรูปแบบหุ้นส่วน มีสภาพเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายของเวียดนาม ซึ่งระยะของสัญญากำหนดไว้ไม่เกิน 50 ปีทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงินลงทุน
3.สัญญาร่วมการลงทุนธุรกิจ เป็นการร่วมทุนทำธุรกิจระหว่างนักลงทุนต่างชาติกับนักลงทุนเวียดนามอาจมีมากกว่า 1 ราย แต่ก็ไม่จำเป็นต้องจัดตั้งบริษัทจำกัดใหม่ ซึ่งเป็นการสร้างความผูกพันโดยสัญญาของโครงการนั้น ๆ โดยการลงทุนประเภทนี้ไม่มีข้อบังคับเรื่องสัดส่วนการลงทุนขั้นต่ำของชาวต่างชาติ
4.กิจการที่ทำสัญญากับรัฐบาล รูปแบบนี้ต้องได้รับอนุญาตและจดทะเบียนก่อตั้งจากกระทรวงวางแผนและการลงทุน เป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างหน่วยงานราชการกับนักลงทุนต่างชาติ
5.รูปแบบอื่น ๆ ผู้ลงทุนอาจทำการลงทุนในรูปแบบอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดในแต่ละประเภทธุรกิจ เช่น การตั้งสำนักงานตัวแทนที่ให้บริการด้านต่าง ๆ แทนบริษัทแม่ในต่างประเทศ เช่น การบริการเรื่องข้อมูล หรือจัดตั้งสาขาที่ทำได้เฉพาะธุรกิจบางประเภท คือ ธนาคาร ประกันภัย บริษัทกฎหมาย และบริษัทบัญชี เป็นต้น

สิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน
หากลงทุนในเวียดนามจะได้รับการยกเว้นจัดเก็บภาษีนำเข้าวัตถุดิบที่ใช้ผลผลิตเพื่อส่งออกภายในเวลาไม่เกิน 270 วันนับตั้งแต่ที่นำเข้าวัตถุดิบ รวมถึงสิ่งทอเสื้อผ้าสำเร็จรูป ซึ่งเป็นสาขาการผลิตเพื่อการส่งออก แถมยังให้สิทธิในการส่งผลกำไรกลับประเทศเอย่างเสรี โดยรัฐบาลเวียดนามประกาศยกเลิกการเก็บภาษีจากผลกำไรที่โอนกลับประเทศ อีกทั้งได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยเก็บภาษีอัตราร้อยละ 10-20 จากเดิมร้อยละ 22 ในช่วง 10-15 ปี ส่วนอัตราภาษีส่วนบุคคลธรรมดา ชาวต่างชาติที่พำนักในเวียดนามเกิน 183 วัน/ปี ได้รับสิทธิภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นอัตราเดียวกับชาวเวียดนาม และถ้านักลงทุนต่างชาติเช่าที่ดินในลักษณะสัญญาเช่าระยะยาวสูงสุด 50 หรืออาจขยายถึง 70 ปี หากเป็นโครงการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษ

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: [email protected] สายด่วน 1333

2222 sme

แสดงความคิดเห็น