ความท้าทายของ SMEs ในยุค ‘ดิจิทัล เปลี่ยนโลก’

ผู้ประกอบการ SMEs จะต้องเผชิญความท้าทายของผู้บริโภคยุคใหม่ จากการดำเนินธุรกิจรูปแบบใหม่ ที่สามารถสร้างผลกระทบอย่างรุนแรงผู้นำธุรกิจรายเดิม

วันนี้หลีกเลี่ยง Digital Disruption ไม่ได้แล้ว แล้วจะทำอย่างไร อย่างแรกคือ จะทำอย่างไรที่มีข้อมูลในมือที่นั่งทับกันอยู่ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทุกวันนี้มีข้อมูลในองค์กรกว่า 80% ที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ และจะต้องเลือกใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสม เทคโนโลยีเป็นแค่ตัวช่วยในการเปลี่ยนการทำงาน แต่จุดเริ่มต้นจริง ๆ ต้องเริ่มจากการลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาในองค์กร และสำคัญที่สุดคือทำอย่างไรถึงจะทำให้ทักษะของพนักงานดีขึ้น มีการทำงานร่วมกันมากขึ้น

คำพูดดังกล่าวข้างบนเป็นของ “ปฐมา จันทรักษ์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์บนเวที Academy for THAIs : Intelligent Nation Series  เมื่อเร็วๆนี้

เลือกเครื่องมืออันทรงพลัง สำหรับการตลาดออนไลน์

ทำการตลาดออนไลน์ รู้จัก ‘ไทม์ไลน์’ ลูกค้าดีพอรึยัง?

ธุรกิจทุกวันนี้ถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคอย่างรุนแรง กลายเป็นโลกของดิจิทัล เป็นสังคมของการ “เปิด-แชร์” ข้อมูล ที่แค่ 1 นาทีก็มีผู้คนใช้สื่อและสร้างข้อมูลขึ้นมากมาย พฤติกรรมของวัยรุ่นยุคใหม่ นัดเดตกันผ่าน Tinder เดินทางโดย Grab หางานใหม่ด้วย LinkedIn ฟังเพลงผ่าน Spotify ใช้ Google หาคำตอบ หาเพื่อนจากFacebook โทรศัพท์ผ่าน LINE

นี่คือสิ่งที่ทำให้ Market Factors เปลี่ยนไป แคมเปญตลาด “DG Love China” คืออีกตัวอย่างที่เห็นชัดว่า ทุกวันนี้การตัดสินใจซื้อหรือไม่ใช้บริการหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่แค่โปรดักส์ แต่อยู่ที่มีคนกด like เยอะไหม นี่คือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปขณะที่การรับมือกับการถูก Digital Disruption ถูกแบ่งได้เป็น 4 กลุ่ม

กลุ่มที่1. Dancing with Disruption กลุ่มนี้ไม่ยอมจะหยุดนิ่ง เมื่อถูกก็จะยอมรับ และจัดการเปลี่ยนการทำงานให้สอดคล้องโดยเริ่มที่จะปรับรูปแบบ มองจากมุมมองของคู่แข่ง และนำเอาโอกาสใหม่ ๆ ใช้

สำคัญคือต้องสมดุลกับธุรกิจที่มีอยู่กับธุรกิจใหม่ที่จะปรับไป อาทิ Walmart เมื่อ Amazon ทำให้คนไปซื้อของที่ร้านน้อยลง Walmart เลยเข้าซื้อ Jet ที่มีจุดเด่นด้านออนไลน์ และสามารถวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าจากของที่ซื้อเพียง 1 ชิ้น ทำให้ไม่ถึงปีโตได้ถึง 40% และยังมีแคมเปญส่วนลดให้คนซื้อออนไลน์ผ่าน Jet แต่ไปรับของเองที่ Walmart และเพิ่มรายได้ให้พนักงานด้วยการให้เป็นคนส่งของในละแวกที่พักของตัวเอง เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Walmart ยังยืนอยู่ได้

กลุ่มที่ 2.Trust in The Journey  จะรับฟังว่าฟีดแบ็คจากผู้ใช้เป็นอย่างไร และนำขับเคลื่อนธุรกิจให้ไปข้างหน้า

กลุ่มที่ 3. Orchestrating the Future ทำอย่างไรถึงจะคิดถึงโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อเตรียมการสู่อนาคต

กลุ่มที่ 4 คือ Innovation in Motion นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เพื่อให้ธุรกิจตอบรับกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

อีกสิ่งที่เริ่มเห็นคือ บริษัทเอ็นเตอร์ไพรส์ขนาดใหญ่เริ่มดึงสตาร์ทอัพมาช่วยผนึกกำลังให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ หลายๆตัวอย่างขององค์กรที่นำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ไม่ได้เข้ามาทดแทน “คน” อย่างที่กังวลกัน อาทิ กรณีของบริษัท Credit Mutuel ในฝรั่งเศสที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการอ่านอีเมล์ที่เข้ามาเป็นแสน ๆ อีเมล์ต่อวัน ทำให้พนักงานมีเวลาโฟกัสการให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น

ที่สำคัญคือ การดึง “คนในองค์กร” เข้ามาระดมความคิดเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า สร้างนวัตกรรมหรือบริการใหม่ แต่ “วัฒนธรรมองค์กร” ต้องถูกเปลี่ยนให้เอื้อต่อนวัตกรรมใหม่ อาทิ Haier ให้พนักงานออกความเห็นเกี่ยวกับดีไซน์ตู้เย็นรูปแบบใหม่ ทำให้เกิดตู้เย็นแบบ 3 ประตู เพราะใช้งานได้ดีกว่าสะดวกกว่า และวันนี้กลายเป็นธุรกิจขนาด 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐไปแล้ว

จะเห็นว่าเทคโนโลยีเป็นแค่ตัวช่วยเท่านั้นและต้องให้ทุกคนเข้ามาระดมความคิดและมีส่วนร่วมกันขณะที่ รศ.ดร.พิภพ อุดร อดีตคณะบดีคณะพาณิชย์ศาสตร์การบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เคยพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจใหญ่ทั่วโลกว่าต้องเจอเทคโนโลยี 2 แบบ หนึ่งคือ Disruptive Technology คือเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วจนไปสกัดกั้นธุรกิจแบบเดิมให้หัวคะมำ และสองคือ Dominant Technology  เทคโนโลยีที่ต่อยอดของเดิมไปเรื่อย ๆ

 

จำแนกคุณลักษณะของ Digital Entrepreneur ไว้ดังนี้

1.มีความเป็นนักเล่าเรื่อง ต้องขายไอเดียให้เป็น วิธีขายไอเดียที่ดีที่สุดคือเล่าเรื่องให้คนเข้าใจ เพราะคนจำเรื่องได้ เล่าให้มีตัวละคร พล็อต ไคลแม็กซ์ ถ้ามีความสามารถในการเล่าเรื่อง คุณจะเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ

2.เทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตคน ไม่ต้องเก่งทุกเทคโนโลยี แต่ต้องเก่งบางเทคโนโลยี และต้องเข้าใจ Ecosystem ของเทคโนโลยีที่ผสานเชื่อมต่อกันได้ ต้องมีพื้นฐานบางอย่าง เช่น search engine optimization(SEO) หรือการทำ Facebook Marketing ถ้าไม่มี เป็น Digital Entrepreneur ไม่ได้

3.ต้องมีจิตใจแบบนักทดลอง ลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ อย่ามัวแต่เป็นนักวางแผน ระมัดระวัง กว่าจะทำอะไรต้องรอบคอบให้ถึงที่สุด อย่ามัวคิดว่าต้องเก็บเป็นความลับ ที่คิดว่าทำออกไปตู้มเดียวจะประสบความสำเร็จ ไม่มีอีกแล้วบนโลกนี้ ในทางกลับกันยิ่งผิดเร็วเท่าไร จะได้ทำใหม่ Chief Technology Officer ของแอปเปิล เขาใช้คำพูดล้อเพลงว่า Don’t worry, Be Crappy’ คือ ลองทำห่วยๆ ไปก่อน จะได้รู้ว่าอะไรเวิร์ก ไม่เวิร์ก ทำ prototype ให้คนจับต้องได้ แล้วก็แก้ อย่าทำสินค้าที่เพอร์เฟ็กต์ออกมาเลย เพราะของเปลี่ยนใหม่ตลอดเวลา

4.ต้องมีความสามารถในการจัดการเรื่องเงิน จะหาเงินอย่างไร เงินที่มีอยู่เท่ากันคุณใช้ไปกับเรื่องอะไร  ในธุรกิจสมัยใหม่ ทรัพย์สินที่สำคัญที่สุด คือทรัพย์สินที่ไม่มีอยู่ในงบการเงิน ก่อน Facebook มีทรัพย์สินรวมทั้งบริษัท 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่มีคนมาขอซื้อในราคา 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ สิ่งที่มองไม่เห็นคือฐานผู้ใช้ทั่วโลก นี่คือทรัพย์สินที่สำคัญที่สุด แล้วมันจะเปลี่ยนเป็นรายได้ให้คุณในอนาคต

5.ชีวิตเราต้องมีเป้าหมายสูงสุด ที่ไม่ใช่เรื่องเงินและกำไร ตราบใดที่คุณทำให้ชีวิตคนดีขึ้น เงินจะตามมาเอง  ถ้าคุณไม่สร้างอะไรที่ใหญ่และสำคัญ ในชีวิตนี้คุณจะเหนื่อยทุกวัน แต่ถ้าวันนี้ออกไปทำงาน จะมีคนที่ชีวิตดีขึ้นเพราะงานที่เราทำ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณเป็นผู้ประกอบการได้โดยไม่ท้อ ทำให้คุณขวนขวายหาเงิน หาคอนเน็คชั่น เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ทำนั้นดีกับชีวิตคน

Digital Disruption

ทั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการรู้จักใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ หรือรู้เท่าทันโลกดิจิทัลเท่านั้น แต่คุณลักษณะเฉพาะตัวของผู้ประกอบการ SMEs ก็เป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จในการทำธุรกิจ 

‘อีคอมเมิร์ซ’ เติมเต็มช่องทางการตลาด SMEs ไม่ควรมองข้าม

Big Data อาวุธการตลาด กำชัยปี 62

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

แสดงความคิดเห็น