ล้งทุเรียนหาลูกเขย…กระแสสนั่น “ออนไลน์จีน”

จากกรณี ‘ล้งทุเรียน’ประกาศหาคู่ให้กับลูกสาวก่อให้เกิดคำค้นหาใหม่มาแรงใน Baidu ที่คนจีนสืบค้นกว่าแสนครั้งเพียงไม่กี่วัน ซึ่งเรื่องราวเกิดขึ้นจากวิดีโอไวรัล ที่แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

ตกเป็นข่าวฮือฮาทั้งในสื่อกระแสหลักและสื่อโซเชียลไม่น่าเชื่อว่าโด่งดังไม่เฉพาะเมืองไทยไทยเท่านั้น  สำหรับกรณีเศรษฐีชุมพรเจ้าของ “ล้งทุเรียน” รายใหญ่ที่ประกาศหาคู่ให้กับลูกสาวคนเล็ก มีเงื่อนไขง่ายๆไม่ต้องรวย ไม่ต้องเรียนสูงขอแค่ขยันทำมาหากินเพื่อจะให้มาสานต่อธุรกิจล้งทุเรียน

4 วิธีสร้าง Viral ให้โดนใจผู้บริโภค

Viral Video Clips พระเอกใหม่บนสังคมออนไลน์ยุคดิจิทัล 

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 

พลันที่ประกาศออกไปไม่ทันไร มีหนุ่มๆสนใจต่างพากันสมัครนับพันรายเรียกว่าคนเหนือความคาดหมาย  จนต้องประกาศปิดรับสมัครและประกาศล้มโปรเจ็กต์นี้ดื้อๆ ข่าวนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากทั้งในแง่บวกและแง่ลบ บางคนก็บอกว่าอยากดัง แต่ก็มีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยตั้งข้อสงสัยว่าเป็นกลยุทธ์การตลาดหรือไม่ แรกๆก็ไม่เข้าใจว่า จะส่งผลสะเทือนทางการตลาดอย่างไร

ล้งทุเรียน

กระทั่งมาอ่านข้อมูลจากเพจที่ใช้ชื่อว่า ‘อ้ายจง’ ซึ่งเป็นนามปากกาของ ‘ภากร กัทชลี’ ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท Mango Group Media บริษัท Digital agency การตลาดออนไลน์จีน ที่สร้างแบรนด์ไทยในจีนมามากมาย

อ้ายจงเป็นผู้เชี่ยวชาญเมืองจีนและการตลาดจีน ที่ตั้งคำถามว่า “กระแส “เจ้าของล้งทุเรียนประกาศหาคู่ให้ลูกสาว” ให้อะไรกับเราบ้าง ในแง่การตลาดจีน” และก็หาคำตอบในที่สุด

ลองมาดูว่าเพจ อ้ายจงมีคำตอบอย่างไร .. ‘ไม่ว่าจะเพื่อการตลาดจริงหรือไม่? แต่ขอบอกว่ามันส่งผลในเชิงตลาดออนไลน์จีนมากทีเดียว’

1.กระแสนี้ก่อให้เกิดคำค้นหาใหม่มาแรงใน Baidu คำว่า 泰国榴莲大王招婿 เจ้าของล้งทุเรียนตามหาลูกเขย คือเริ่มมีข่าวในจีน วันที่4 มีนาคมที่ผ่านมา ก็มีการค้นหาเกือบ 30,000 ครั้ง พอเมื่อวานนี้ 5 มีนาคม ก็ถึงจุดพีคมีการสืบค้นถึง 113,000 ครั้ง คนพูดถึงในวงกว้าง (มากกกกก)

2.ทำให้รู้ว่าคนที่สนใจในกระแสนี้ 5 อันดับแรก อยู่ใน หังโจว, เสิ่นเจิ้น, ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้ และกว่างโจว

3.จากข้อ2 พบว่า เป็นกลุ่มที่ใกล้เคียงกับกลุ่มคนที่สนใจในไทยและเที่ยวไทย ซึ่งอยู่ใน ปักกิ่ง, เซี่ยงไฮ้, เฉิงตู, กว่างโจว และ หังโจว (ต่างจากข้อ2 แค่เมืองเฉิงตู)

4.กระแสนี้ในจีน ส่งผลให้ “ทุเรียนไทย” ถูกพูดถึงมากในโลกโซเชียล​จีนอีกครั้ง โดยจะเห็นว่าดีกรีความฮอตจากการวิเคราะห์​ Big Data พุ่งโดดไปถึงจุดพีคที่สูงกว่าปกติเกือบ11เท่า ในวันที่4มีนาคม

5.จาก Big data ของข้อมูลทั้งหมดในโลกออนไลน์จีนช่วง 7 วันที่ผ่านมา พบว่าสิ่งที่เกี่ยวข้องเมื่อพูดถึงทุเรียนไทย ล้วนมีเรื่องของเจ้าของล้งหาคู่ให้ลูกสาว รวมถึงเชื่อมหาวิทยาลัยในจีนที่ลูกสาวมาเรียน มหาวิทยาลัยจงซาน Sun Yat-Sen University ก็อยู่ในระดับเกี่ยวข้องมาก

ต้องยอมรับว่าหลังๆมา ในโลกออนไลน์จีนจะพูดถึง ทุเรียนมูซันคิงของมาเลเซียแข่งขันเบียดมากับเรา บางจังหวะก็จะมากกว่าหมอนทองของไทยเล็กน้อย

จากกระแสนี้ ทำให้หมอนทองมีดีกรีความฮอตในโลกออนไลน์​จีน พุ่งสูงแซง มูซันคิง หลายเท่า  …นี่คือตัวอย่างของการที่กระแส Viral ก่อให้เกิดการรับรู้ awareness ในวงกว้างอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นในที่นี้ก็มีสิ่งหนึ่งที่ได้รับประโยชน์เต็มๆ ก็ ทุเรียนไทย และที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือตัวเจ้าของล้งและลูกสาว เป็นที่จดจำในโลกออนไลน์จีนไปอีกสักพักใหญ่ๆแน่นอน

ถ้าอ้ายจงเป็นคนทำธุรกิจเกี่ยวกับทุเรียน รวมถึงสายท่องเที่ยว จะรีบใช้กระแสนี้ให้เป็นประโยชน์ในการทำตลาดจีน แต่ก็ต้องรีบหน่อย เพราะคำว่ากระแส ล้วนมาไว ไปไว ไม่จีรังยั่งยืน

จากข้อมูลของ “เพจอ้ายจง” สะท้อนให้เห็นว่า การตลาดเป็นอะไรที่คาดไม่ถึง แม้เสี่ยเจ้าของล้งทุเรียนชุมพรรายนี้ จะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม แต่งานนี้คนจีนได้รู้จักและสนใจทุเรียนไทยและท่องเที่ยวเมืองไทยมากขึ้นแน่ๆ เป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศไทย การท่องเที่ยวไทยและทุเรียนไทย โดยที่รัฐไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าโฆษณาแต่บาทเดียว

นี่คือ การตลาดที่คาดไม่ถึงในยุคโซเชียลมีเดีย ครองโลก

เลือกเครื่องมืออันทรงพลัง สำหรับการตลาดออนไลน์

ทำการตลาดออนไลน์ รู้จัก ‘ไทม์ไลน์’ ลูกค้าดีพอรึยัง?

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

แสดงความคิดเห็น