ปัญหาคนรุ่นใหม่ลาออกบ่อย เราจะแก้ยังไง ?

เชื่อแน่ว่าเจ้าของกิจการส่วนใหม่เจอปัญหาคนรุ่นใหม่ ลาออก บ่อย ทั้งจากปัญหาต่างๆ จากภายใน และภายนอก หรือกระทั่งจากตัวคนรุ่นใหม่เอง

คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบมาในปัจจุบัน ที่กำลังจะเข้ามาเป็นแรงงานในองค์กรต่างๆ ซึ่งอย่างที่ทราบว่าธุรกิจไม่สามารถดำรงอยู่ได้ถ้าขาดการเปลี่ยนถ่ายระหว่างคนรุ่นก่อน และคนรุ่นใหม่ ซึ่งประเด็นคือ คนรุ่นใหม่ที่เห็นได้บ่อยในปัจจุบันมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ทำให้บางครั้ง ‘เกิดความไม่เข้าใจระหว่างการทำงาน กับการใช้ชีวิต’ ให้ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอันไหน คือหน้าที่ ที่ควรทำ อย่างไหนคือชีวิตส่วนตัว ปนเปกันไปหมดท้ายที่สุด องค์กรไม่สามารถรักษาคนรุ่นใหม่ไว้ได้ต้อง ลาออก ไป ดังนั้น การรักษาคนรุ่นใหม่ เราต้องเข้าใจเขาก่อน เพื่อการทำงานร่วมกัน

องค์กรควรรู้ เหตุผลอะไรกัน? ที่ทำให้พนักงานชั้นดี มีความคิด จะลาออก

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 

ลาออก

ประเด็นแรก นิสัยของนักศึกษาจบใหม่ในปัจจุบันที่เกิดและเติบโตในยุคที่เศรษฐกิจกำลังเฟื่องฟู มีนิสัยใส่ใจเทคโนโลยี ความล้ำสมัย ชอบที่จะเรียนรู้จากการลงมือทำด้วยตัวเอง กล้าคิด กล้าทำ

ประเด็นที่สอง คนรุ่นใหม่ สนใจในการทำงานกับบริษัทที่มีขนาดกลางถึงใหญ่ขึ้นไป เพราะต้องการมองหางานที่ให้ความมั่นคงและมีลู่ทางในการเติบโต ทั้งมีจุดเด่นคือใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องตัว เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เรียนรู้สิ่งใหม่ได้ในระยะเวลาอันสั้น

ประเด็นที่สาม การสื่อสารระหว่างคนต่างวัยเป็นประเด็นสำคัญ เห็นได้ชัดว่าการสื่อสารระหว่างนักศึกษาจบใหม่และพนักงานเก่าค่อนข้างจะมีปัญหาในตอนต้นเสมอ ตรงนี้อาจต้องใส่ใจเป็นพิเศษเพราะการแบกรับความเครียดสะสมไม่ใช่สิ่งที่คนรุ่นใหม่ทำได้ดีนัก ต่างจากคนรุ่นเก่า

ประเด็นที่สี่ เรียนรู้ข้อเสีย นักศึกษาจบใหม่ส่วนใหญ่ ใจร้อน มีความอดทนต่ำ ไม่ชินกับการรอคอย เพราะ เติบโตมากับเทคโนโลยีและการตอบสนองที่รวดเร็ว แม้จะมีความมั่นใจในความคิดตัวเองสูงและกล้าที่จะแสดงออก แต่ไม่ค่อยรอบคอบ และมักมีคำถาม และการให้เหตุผลสั้นๆ จะไม่ช่วยอะไรเลย และเมื่อเผชิญปัญหาคนกลุ่มนี้จะหนีมากกว่าสู้ และทางเลือกของพวกเขาคือเปลี่ยนงานใหม่นั่นเอง

ประเด็นที่ห้า พวกเขาอาจจะถูกโลกโซเชี่ยลเบี่ยงเบนความสนใจจนไม่เป็นอันทำงานได้ ผลจากการสำรวจพบว่าคนส่วนใหญ่มักจะใช้เวลามากกว่า 25 นาทีกว่าที่จะออกจากโลกโซเชี่ยลและกลับมาตั้งใจทำงานได้ คนรุ่นใหม่บางคนเสพติดโซเซี่ยลมากกว่านั้น

เราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง เพื่อรักษาบุคลากรรุ่นใหม่ให้สามารถเป็นกำลังหลักขององค์กรในอนาคตได้ 

ใช้ค่าตอบแทนสร้างแรงจูงใจ : 84% ของนักศึกษาจบใหม่ทำงานหนักได้ดี ยิ่งกับบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือและมีระบบการเงินของบริษัทที่ดี ยิ่งถวายหัว ด้วยค่าแรงที่คุ้มค่า รวมทั้งการสร้างคุณค่าในการทำงานอาจจะสามารถเป็นได้ทั้งการเลื่อนตำแหน่งหรือการเพิ่มเงินเดือน แล้วการให้โบนัสเป็นเงินนั้นจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการทำงานได้มาก

สภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน :  เจ้าของกิจการก็ควรที่จะสร้างวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน เพื่อให้พนักงานเกิดแรงจูงใจที่จะพัฒนาตัวเองและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทั้งปรับองค์กรให้รองรับเทคโนโลยีใหม่ๆเสมอ เพราะการพัฒนาเทคโนโลยีที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆบวกกับการเปลี่ยนผ่าน Generation ที่คนรุ่นใหม่ทยอยเข้ามาแทนที่ คนทำงานในระดับหัวหน้าหรือตำแหน่งอาวุโสนั้นจะต้องเข้าใจและปรับตัวให้เทคโนโลยีเหมือนกัน นับเป็นการพัฒนาศักยภาพของพนักงานทั้งหมดไปพร้อมๆ กัน

สร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่าง Generation อย่างต่อเนื่อง : สถิติของพนักงานรุ่นใหม่ทั่วๆไป รู้สึกว่าการทำงานระหว่างแผนกในองค์กรนั้นไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ นั้นต้องการการพูดคุย หรือ ยินดีที่จะรับฟังผลตอบรับจากการทำงานมากกว่าคนรุ่นก่อนๆ และมากกว่า 40% ของพนักงานส่วนใหม่แล้วต้องการการพูดคุยแบบต่อหน้าหรือการประชุมเป็นทีมมากว่าการพูดคุยผ่านเครื่องมือสื่อสาร ดังนั้นแล้วในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของกิจการหรือหัวหน้างานก็ควรที่จะพูดคุยกับพนักงานแบบต่อหน้าให้มากขึ้น ชื่นชมหรือตำหนิงานไปตามความจริง และอย่าลืมให้กำลังใจ หรือจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดการรู้จักและพูดคุยกันมากขึ้น เพื่อการลดช่องว่างระหว่างวัย

ลดความเครียดในสถานทำงาน : เจ้าของกิจการไม่ควรมองว่าความเครียดหรือความบาดหมางต่างๆ ในที่ทำงาน คือเรื่องปกติ มองว่าปัญหาเหล่านั้นเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะ 80% ของการผิดพลาดในงานนั้นล้วนเป็นผลมาจากความเครียดสะสม ดังนั้นควรมีการสังเกตความเป็นไปในบริษัทดูบ้าง เพื่อจะได้หาทางปรับปรุงแก้ไข เช่นหากมีเรื่องไม่ลงรอยกัน ควรหาทางไกล่เกลี่ย ทั้งการตรวจสอบโดยตรง และการทำแบบลับๆ ซึ่งเรื่องนี้เราสามารถหาพนักงานที่ไว้ใจได้คอยเป็นหูเป็นตา แน่นอนว่าเรื่องดราม่ามีอยู่ในทุกองค์กร แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้กระทบกับงานและความมาลงรอยกันระหว่างพนักงาน เรื่องนี้ละเอียดอ่อน ต้องค่อยๆ แก้ไข

ในอนาคต นักศึกษาจบใหม่จะมีทักษะมากพอในการก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้น รับผิดชอบในงานได้มากขึ้น และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าต่อไป ดังนั้นการรักษาขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านจากรุ่นต่อรุ่นเป็นเรื่องสำคัญ และการรักษาพนักงานรุ่นใหม่ยิ่งสำคัญมาก เพราะหากคุณรักษาไว้ได้ก็จะเกิดผลดีอย่างมาก เพราะว่าเมื่อเวลาผ่านไปช่วงหนึ่ง คนรุ่นใหม่เหล่านี้จะเกิดการเรียนรู้งาน และสามารถทดแทนคนเก่าๆ ที่เกษียณอายุ หรือเป็นผู้ช่วยชั้นดีได้ …

สุดท้ายถือเป็นเรื่องที่รู้กันทั่วไป เมื่อถึงเวลา ถึงคราวแยกย้าย ก็ปล่อยเขาไป และหาใหม่มาทดแทน เพราะคนรุ่นใหม่รักความก้าวหน้าและความท้าทาย จะไม่ย่ำกับที่นานๆ

ดูแลพนักงานคนเก่งยังไง ไม่ให้ลาออก ด้วย 3 ปัจจัยที่ควรใช้ในการยื้อ

อย่าเพิ่งใจร้อน !!! ถ้า 5 สิ่งนี้ยังไม่พร้อม อย่ารีบลาออกจากงานประจำ มาลุย Startup เชียว

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

แสดงความคิดเห็น