JPW เน้นสร้างส่วนแบ่งตลาด สร้างแบรนด์เป็นของตัวเอง

บริษัท JPW นำเข้าจักรยานมือ 1 และมือ 2 จากประเทศญี่ปุ่น สร้างยอดขายเป็นอันดับหนึ่งของไทยกว่า 20 ล้านบาท พร้อมตั้งระบบแฟรนไชส์ตอบสนองผู้ประกอบการจนได้รับความนิยมติด TOP 5 ควบคู่กับทุ่มงบหลายสินล้านสร้างแบรนด์น้องใหม่ “จักรยาน เจพี”เพื่อไต่มาเก็ตแชร์ในปี 59 ให้อยู่อับดับ 3-5

คุณจักรพันธ์ ประจวบเหมาะ ประธานกรรมการบริหารของ บริษัท เจพี มอเตอร์เวิร์ค จำกัด (มหาชน) และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท เจพี เวิลด์ เทรดดิ่ง จำกัด (มหาชน)หรือ JPW ได้มาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จว่า “เริ่มแรกของการทำธุรกิจใช้วิธีการซื้อมาขายไปเมื่อปี 2551 พอธุรกิจเริ่มไปได้ด้วยดี จึงเริ่มเปิดร้านซื้อ-ขาย รถจักรยานยนต์มือ1และมือ2 ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 หลังจากนั้นได้เล็งเห็นว่ามีผู้ประกอบการที่สนใจเป็นเจ้าของกิจการศูนย์จำหน่ายรถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก เลยตัดสินใจจัดตั้งระบบแฟรนไชส์ เจ พี เวิลเทรนด์ดิ่ง จำกัด (มหาชน) กระทั่งกิจการรุ่งเรือง มีลูกค้าให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ติดTOP 5 แฟรนไชส์ที่มีผู้สนใจลงทุนมากที่สุดในประเทศไทย ที่จำหน่ายทั้งรถจักรยานมือ 1 และมือ 2 นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งมีรถเด็กหัดเดิน รถของเล่นเด็ก อีกทั้งมีมอเตอร์ไซต์เช่นกัน กระทั่งเรากลายเป็นธุรกิจที่มียอดจำหน่ายสูงสุดอันดับหนึ่งของประเทศไทย”

ความยากง่ายของการทำธุรกิจ คุณจักรพันธ์ ได้เล่าว่า “ก็ไม่มีอะไรมาก เพราะทีมงานทุกคนเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ คิดเร็วทำเร็ว สินค้าส่วนใหญ่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีคุณภาพดีในระดับเกรด A พร้อมทั้งเป็นสินค้ารูปแบบใหม่และรูปทรงใหม่”

ส่วนกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ “เนื่องด้วยปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเราต้องรวดเร็วและหมุนตามโลกให้ทัน ซึ่งต้องดูว่า ขณะนี้ลูกค้านิยมอะไร แล้วสถานการณ์ในสังคมเป็นอย่างไรบ้าง เปรียบเสมือนการสำรวจเพื่อนำมาปรับใช้ในธุรกิจให้มั่นคงขึ้น ดังนั้นจะเห็นได้ว่าเด็กไทยเริ่มเป็นโรคอ้วนขึ้นทุกวัน เหตุเพราะมัวแต่นั่งเล่นไอแพด เล่นคอมพิวเตอร์ ซึ่งเราจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยให้เด็กไทยหันมาดูแลสุขภาพตัวเอง เพราะประเทศสิงค์โปรเขาพัฒนาให้เด็กหันมาใช้สกูดเตอร์เด็ก โดยใช้เท้าไถที่มีเยอะกว่าเด็กมานั่งเล่นไอแพดด้วยซ้ำ ฉะนั้นจึงควรปลูกฝังเด็กทางด้านนี้”

การทำตลาด คุณจักรพันธ์ ได้เล่าว่า “อย่างที่กล่าวมาเน้นสินค้านำเข้าใหม่ๆ จากประเทศญี่ปุ่นที่มีคุณภาพเกรด A ดังนั้น หลายคนจึงให้การตอบรับเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็มีคลังสินค้ากว่า 10 สาขาที่สามารถบรรจุรถได้กว่า 500 คัน พร้อมทั้งมีรายย่อยกว่า 100 ราย ที่เขาซื้อสินค้าของเราแล้วก็นำไปขายอีกที ฉะนั้นกลไกนี้ถือได้ว่าเป็นการทำตลาดชนิดหนึ่งก็ว่าได้”

เจ พี เวิลเทรนด์ดิ่ง จำกัด (มหาชน) มีสินค้ามากกว่า 50 รายการ ตั้งแต่รถเด็กหัดเดินไปจนถึงรถผู้ใหญ่ โดยคุณจักรพันธ์ ได้เล่าว่า “เงินทุนเริ่มต้นตั้งแต่ทำธุรกิจใช้เงินเพียง 20,000 บาท แล้วขยายธุรกิจมาเรื่อยๆ กระทั่งเข้าปีที่ 5 แล้ว ส่วนกำไรจาก 4 เดือนที่ผ่านเฉลี่ยแล้ว 20 ล้านบาท เนื่องด้วยจักรยานนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เป็นสินค้ายอดนิยมอันดับ 1 อีกทั้ง ตอนนี้มีแบรนด์เป็นของตัวเองที่ทุ่มงบกว่าหลายสิบล้าน เพื่อสร้างแบรนด์น้องใหม่ในชื่อว่า “จักรยาน เจพี” โดยผลิตที่จังหวัดสมุทรสาคร เนื่องด้วยเราต้องการทำตลาดจักรยานใหม่ เพื่อขอส่วนแบ่งตลาดในปีหน้าสักอันดับ 3-5 ให้ได้ แต่ตอนนี้จักรยานนำเข้าจากญี่ปุ่นของเราอยู่ในอันดับ 1 แต่จักรยานใหม่อยู่อันดับที่ 7-8 เพราะตอนนี้อันดับ 1 กับ2 คือจักรยานแอลเอและเทอร์โบ”

นอกจากนี้ คุณจักรพันธ์ ได้เล่าว่า “เจ พี เวิลเทรนด์ดิ่งขายแฟรนไชส์ 3 รูปแบบ คือ 1.) สำหรับแม่และเด็กลงทุนในหลักหมื่น ก็สามารถเปิดร้านของเล่นได้เลย 2.) ถ้าโตขึ้นมาอีกหน่อยก็จะเป็นแฟรนไชส์จักรยานมือ 2 ลงทุนหลักหมื่นถึงแสนก็สามารถเป็นเถ้าแก่ร้านจักรยานมือ 1 หรือ 2 ได้เลยเช่นกัน ส่วน 3.) ร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ มอเตอร์ไซค์ อันนี้ต้องลงทุนเยอะนิดหนึ่งประมาณหลักแสน เพราะว่าต้องใช้เงินทุนหมุนเวียน และท่านใดที่ซื้อสินค้าเยอะก็จะมีบัตรสมาชิก เพื่อใช้ลดราคาซื้อสินค้าในครั้งต่อไป”

หัวใจสำคัญของการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ  “เนื่องด้วยเราเป็นธุรกิจที่ทำมานาน แถมเป็นบริษัทจำกัดมหาชน ซึ่งมีฐานลูกค้าหนาแน่น อีกทั้งลูกค้าที่ต้องการมาลงทุนกับเราล้วนมั่นใจทั้งสิน ดังนั้น ในอนาคตจะสามารถขยายธุรกิจได้ต่อเนื่อง พร้อมทั้งเตรียมจ่อไปประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัน”

หลังจากที่ AEC เข้ามาอย่างเต็มตัว “ธุรกิจของเราดีขึ้นแน่นอน เพราะตอนนี้ประเทศเมียนมาร์ และกัมพูชานิยมซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง และอีก 5 ปีข้างหน้าธุรกิจของเราจะเติบโตขึ้น เพราะสินค้าของเจ พี เวิลเทรนด์ดิ่ง แปลกใหม่ไปตามเทรนด์ในปัจจุบันนั่นเอง” คุณจักรพันธ์ เล่าทิ้งท้าย

BBL_-SME-in-Focus1_มีนาคม-2559_4

แสดงความคิดเห็น