เปิดสำรับ “ข้าวแช่” 5 ร้านเด็ด ควรค่าที่ต้องไปลองกิน

ข้าวแช่ หอม เย็น ชื่นใจ ของกินประจำหน้าร้อน นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่พื้นเพดั้งเดิมมาจากอาหารมอญ คนรุ่นใหม่ๆ อาจไม่ค่อยคุ้นแต่คนรุ่นใหญ่นี่ถูกใจแน่นอน

อากาศร้อนเยี่ยงนี้  คนไทยโบราณไม่มีไอศกรีมให้กินดับร้อน  มีเพียง “ข้าวแช่” เท่านั้นที่เป็นอาหารดับร้อนของคนโบราณ

“ข้าวแช่”เป็นมรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมที่คนไทยรับเอามาจากชาวมอญ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 และเป็นที่นิยมแพร่หลายมากในสมัยรัชกาลที่ 4 จวบจนสมัยรัชกาลที่ 5   ว่ากันว่าข้าวแช่เป็นอาหารในรั้วในวัง  ที่ไม่อาจหาซื้อกินที่ไหนได้ง่าย ๆ หากเป็นอาหารที่ต้นเครื่องในวังที่เตรียมถวายเฉพาะในช่วงหน้าร้อน  หรือครั้งเสด็จประพาสต้นในช่วงหน้าร้อนเท่านั้น

ต่อมาข้าวแช่กลายเป็นอาหารที่เหล่าตระกูลดังจะต้องทำขึ้นประชันขันแข่งกันตามสูตรเด็ดของแต่ละบ้าน  แต่การทำข้าวแช่ค่อนข้างจะยุ่งยากมากถึงมากที่สุด  เพราะนอกจากกับข้าวหลายอย่างแล้ว ขั้นตอนยังต้องละเมียดอีกด้วย ดังนั้นเมื่อถึงเทศกาลข้าวแช่จึงต้องรวมญาติและบ่าวในบ้านมาลงแรงกันทำ3 วันเต็ม ๆ กว่าจะได้ข้าวแช่มา 1 สำรับ

10 ของกินคลายร้อน หาง่าย ดับกระหายดีเวอร์!!!

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 

ยกตัวอย่างเฉพาะตัวข้าวแช่ก็ต้องขัดข้าวให้กลมเกลี้ยง น้ำลอยดอกไม้ก็ต้องเตรียมไว้ค้างคืน  ส่วน”กับข้าวแช่” ที่มีครบสูตรคือ ลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้  หอมแดงสอดไส้ หมูหรือเนื้อฝอย ตลอดจนผักและผลไม้ที่นำมาเป็นเครื่องเคียงไว้ตัดรสชาติของกับข้าวแช่

เนื่องจากข้าวแช่มีกรรมวิธีทำที่ยุ่งยาก  ปัจจุบันจึงหาข้าวแช่สูตรครบเครื่องแบบชาววังกินยากมาก  ส่วนร้อนนี้ใครอยากลิ้มลองข้าวแช่ชาววังสูตรเด็ดที่ขอบอกว่าควรค่าที่ต้องลองกินสักครั้งหนึ่งในชีวิต จัดไปให้หายร้อน

ร้าน R.HAAN

เป็นร้านอาหารไทยที่เพิ่งจะได้รับมิชลิน 1 ดาวประจำปี 2562 สด ๆ ร้อน ๆ สำหรับหน้าร้อนนี้ เชฟชุมพล  แจ้งไพร ได้ลงมือสร้างสรรค์เมนูข้าวแช่ที่นำสูตรลับที่สืบทอดมาถึง 5 แผ่นดิน

ข้าวแช่สำรับนี้ประกอบไปด้วย ลูกกะปิที่เลือกใช้กะปิชั้นดีถึง 3 แหล่งผัดกับเครื่องนานถึง 8 ชม.จนเนื้อเหนียวแล้วปั้นเป็นลูกเล็กแต่รสชาติถึงเครื่อง  พริกหยวกสอดไส้กลิ่นกุ้งผัดเครื่องหอมกลมกล่อมห่อมาในหรุ่มจากไข่เป็ดไล่ทุ่งมาทำเทียนหยดสวยงามมาก  หอมแดงชุบแป้งทอด  หมูฝอยหวาน และไช้โป๊วผัดหวานกับน้ำตาลปี๊บจนขึ้นเงา

พิกัด : 131 ทองหล่อ ซอย 9  

ร้าน KHAO

เชฟวิชิต มุกุระ เป็นเชฟอาหารไทยแถวหน้าของเมืองไทย  อดีตเคยทำร้านอาหารศาลาไทย โรงแรมโอเรียนเต็ล ให้โด่งดังไปทั่วโลก  3 ปีที่ผ่านมาเชฟวิชิตออกมาเปิดร้าน KHAO ขายอาหารไทยสไตล์ Chef Table

สำหรับร้อนนี้เชฟวิชิตลุกขึ้นทำสำรับข้าวแช่ โดยดัดแปลงสูตรของตระกูลบุนนาคที่เคยทำที่โอเรียนเต็ลมานานนับสิบปี แล้วเพิ่มรสชาติที่หอมจัดจ้านขึ้น  โดยเฉพาะ “ลูกกะปิ” ที่ผัดได้เนื้อเนียนเหนียว รสชาติอร่อยกลมกล่อมมาก ส่วนน้ำข้าวแช่ใช้ดอกชมนาดกับอบเทียนให้กลิ่นหอมเหมือนหุงข้าวใหม่ ทีเด็ดอีกอย่างคือหมูกรอบยิ่งเคี้ยวยิ่งหอม

ข้าวแช่สำรับ 2 คนกิน แต่ปริมาณเยอะมาก  ประกอบด้วย ลูกกะปิชุบไข่ พริกหยวกยัดไส้กุ้ง หอมแดงชุบแป้งทอด ไช้โปวผัดหวาน หมูฝอย ไข่เค็มแดงชุบแป้งทอด

พิกัด : เลขที่ 15 ซอย เอกมัย 10  

ร้านท่านหญิง

ข้าวแช่ร้านท่านหญิงเป็นต้นตำรับของวังศุโขทัยหนึ่งเดียวเท่านั้น  ส่วน“เครื่องข้าวแช่” มีเพียง 5 อย่างคือ ลูกกะปิ พริกหยวก หอมยัดไส้ เนื้อฝอย (หมูฝอย) และหัวไชโป๊วผัดไข่

ลูกกะปิที่ร้านนิ้ใช้เนื้อปลาช่อน (ขณะที่ที่อื่น ๆ ใช้เนื้อปลาดุก) ทำให้ไม่มีกลิ่นคาว ส่วนกลิ่นกะปิก็ไม่แรงแบบโดด พริกหยวกสอดไส้นอกจากรสชาติหอมกลมกล่อมด้วยกุ้งผัดกับสามเกลอ(รากผักชี กระเทียม พริกไทย) ที่ร้านนี้ยังทำ “หรุ่ม”หรือสไบห่มพริกหยวกได้สวยงามชนะเลิศกว่าทุกร้าน

พิกัด : ถนนประมวล  เปิดบริการเวลา 11.30 -22.00 น. ทุกวัน

ร้านบ้านแม่ยุ้ย

ข้าวแช่ของบ้านแม่ยุ้ยนั้น เป็นข้าวแช่ของตระกูลซอยราชครู แม้จะเป็นสไตล์ข้าวแช่บ้านๆ แต่ก็พิถีพิถันไม่แพ้ข้าวแช่ชาววัง เพราะเครื่องข้าวแช่มีครบ ทั้ง ลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้ห่มด้วยหรุ่มที่โรยไข่เป็นตาข่าย หอมแดงสอดไส้ชุบแป้งทอด ไชโป๊วหวาน หมูหวานฉีกฝอยทอดกรอบ และทีเด็ดคือ ปลาช่อนแดดเดียวหั่นเป็นชิ้นพอคำ ทอดให้กรอบกำลังดีผัดกับน้ำตาลจนใส เวลาโดนน้ำแข็งแล้วจะกรอบหอมจริงๆ

กินข้าวอิ่มแล้วแนะนำให้ล้างปากด้วยไอศกรีมมะยงชิดที่อร่อยสุดยอดเพราะใช้เนื้อสด ๆ มาปั่นใส่ในเนื้อไอศกรีมด้วย

พิกัด : ซ.อารีสัมพันธ์ 1

ร้านจิมป์ทอมสัน

จุดเด่นข้าวแช่ร้านนี้คือ เป็นข้าว 2 สี คือข้าวหอมมะลิจากแหล่งที่ดีทุ่งกุลาร้องไห้ และข้าวม่วงจากดอกอัญชัญ แค่เห็นสีของข้าวก็ดูน่ากินแล้วส่วนน้ำลอยดอกมะลิกับอบควันเทียน 1 คืน กลิ่นหอมเย็นชื่นใจ

เครื่องกับข้าวมีมากอย่างเช่นกัน อาทิ ลูกกะปิที่ใช้ทั้งเนื้อปลาช่อนและปลาดุกผัดกับกะปิอย่างดีจากระยอง กลิ่นหอมของกะชายนำ พริกหยวกสอดไส้ หอมแดงสอดไส้ ไชโป๊วผัดหวาน ที่เพิ่มเติมขึ้นมาคือ ปลาเค็มชุบแป้งทอดและ ปลายี่สนผัดหวานซึ่งหากินได้ยากมาก

พิกัด  : ซ.เกษมสันต์ 2 สถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ

 

“ข้าวแช่” ชาววังนั้นพิถีพิถันในทุกขั้นตอน  ตั้งแต่น้ำข้าวลอยดอกไม้หอมใส่ในคนโทดินเผาแบบมอญ  เพื่อให้น้ำเย็นภายหลัง  ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา  มักมีการเติมน้ำแข็ง  ซึ่งเดินทางมากับเรือสินค้าจากสิงคโปร์จนเป็นที่นิยมในปัจจุบันเพื่อให้เย็นถึงใจขึ้น  เช่นเดียวกับ “กับข้าวแช่” ที่ต้องมีครบทั้งลูกกะปิ พริกหยวกสอดไส้กุ้ง  หมอแดงสอดไส้ทอด ปลาเค็มชุบไข่ เนื้อฝอย  เป็นต้น  ตลอดจนผักและผลไม้ที่นำมาเป็นเครื่องเคียง

ส่วนข้าวแช่แบบชาวบ้านนั้นก็มักจะนิยมทำกันในครอบครัวใหญ่ที่มีผู้เฒ่าผู้แก่ตลอดจนเด็กเล็ก  ลงมือช่วยกันคนละไม้คนละมือแล้วแต่ความถนัด  แม้ว่าข้าวแช่แบบชาวบ้านอาจจะไม่ได้ใช้เครื่องปรุงอย่างดีหรือครบเครื่อง  หรือไม่ได้พิถีพิถันประณีตแบบชาววัง  แต่การทำข้าวแช่แบบชาวบ้านก็ถือเป็นการกระชับรักในครอบครัวให้อบอุ่นมากขึ้น  ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมของครอบครัวไทยที่อยู่กันแบบครอบครัวใหญ่

เนื่องจากขั้นตอนในการทำค่อนข้างจะยุ่งยากจึงทำให้ความนิยมข้าวแช่เริ่มลดน้อยลงไป   ยิ่งคนรุ่นใหม่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะรู้จักข้าวแช่  แต่หลายคนยังรู้จักแต่เพียงข้าวแช่สูตรแบบชาวบ้านที่มีขายตามท้องตลาดเท่านั้น

ในยุคนี้เริ่มมีการฟื้นฟูงานประเพณีเทศกาลต่าง ๆ กันขึ้น  ข้าวแช่  จึงกลายมาเป็นอาหารยอดฮิตอีกครั้งหลังจากที่เงียบหายไปจนคนรุ่นหลังเกือบจะไม่รู้จักเสียแล้ว  ดังนั้นข้าวแช่สูตรโบราณของวังต่าง ๆ จะถูรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่  สนนราคาก็แตกต่างกันไปตั้งแต่ข้าวแช่ระดับชาวบ้านชุดละ 50 บาทไปจนถึงข้าวแช่สูตรชาววังชุดละเกือบ 500 บาทก็ยังมีให้ลองลิ้มและสัมผัสกับมรดกวัฒนธรรมทางอาหารของไทยกันให้อร่อยแบบเย็น ๆกันบ้าง

สูตรข้าวแช่ของแต่ละวังจะกลายเป็นสูตรลับสูตรเด็ดที่คิดค้นกันขึ้นมาประชันกัน  ยังไม่เคยมีการให้คะแนนว่าข้าวแช่สูตรเด็ดของวังใดกันแน่ที่อร่อยสุด ๆ เพราะปัจจุบันเจ้าของตำรับส่วนมากก็เสียชีวิตไปเกือบหมดแล้ว  คงเหลือแต่ลูกหลานหรือลูกมือที่ถ่ายทอดสูตรกันมาเพื่อใช้ทำมาหากิน  สุดแต่ใครจะรับกันมามากน้อยเพียงใด

กางเต็นท์หน้าร้อนแบบสบายๆ ได้บรรยากาศไม่แพ้กัน

นวัตกรรมคลายร้อน ช่วยให้ชีวิตคุณเย็นสบายขึ้น

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

แสดงความคิดเห็น