ขายรองเท้ามือสองต้นทุน 5 พัน แต่รายได้หลักล้าน/เดือน

เริ่มต้นธุรกิจไม่ยาก แต่สร้างฐานลูกค้านั้นยากกว่า ยกตัวอย่างธุรกิจ “รองเท้ามือสอง 35 บาท เบญจมาศ” ที่เริ่มจากศูนย์ขายรองเท้ามือสองตามตลาดนัดดูชั้นเชิงตลาด กระทั่ง 2 ปีผ่านไปธุรกิจก้าวหน้าขายดีต่อเนื่อง ขยายออกสู่หน้าร้านโดยฉับพลัน และจากกำไร 5,000 ต่อเดือน ทำให้ปัจจุบันมีรายได้หลักล้านบาทต่อเดือน

“ร้านรองเท้ามือสอง 35 บาท เบญจมาศ” เป็นธุรกิจประเภทขายส่ง-ปลีกรองเท้ามือสองที่ได้คุณภาพระดับทัดเทียมสินค้ามือหนึ่ง ซึ่งเจ้าของร้านคือคุณเพชรลัดดา อาจยุทธิ์ (มาม่า) เปิดโอกาสมาเล่าถึงจุดเริ่มต้นและความสำเร็จของธุรกิจให้ฟังว่า “ธุรกิจนี้เริ่มตั้งแต่มาม่าอายุ 19 ปี จนตอนนี้อายุ 26 ปี ซึ่งวินาทีแรกที่คิดทำธุรกิจเกิดจากความต้องการอยากมีรายได้เพื่อเลี้ยงดูแม่ ดังนั้นมาม่าจึงเริ่มจากเปิดร้านขายเสื้อผ้าอยู่ที่ประตูน้ำ แต่บังเอิญเจอป้าขายรองเท้ามือสองอยู่ข้าง ๆ ร้าน  ซึ่งเขาขายดีมาก เราก็เลยถามป้าว่า “รองเท้ามือสองไปรับมาจากไหนคะ” เมื่อรู้สถานที่แล้วจึงหาข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมลองไปรับมาขายดูก่อนที่ตลาดใหญ่แถวบ้าน ซึ่งปรากฏว่าลูกค้าให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมาก และจากขายรองเท้ามือสองตามตลาดนัดก็เริ่มขยายธุรกิจลงสู่หน้าร้านในเวลาอันรวดเร็ว”

ต้นทุนของการขายรองเท้ามือสอง 35 บาท เบญจมาศ
“เริ่มแรกมาม่าใช้เงิน 5,000 บาท โดยซื้อรองเท้ามือสองมาลองขายดูประมาณ 200 คู่ คู่ละ 30 บาท พร้อมนำมาขัด ซ่อมแซมส่วนที่สึกหลอ และเอาไปขายตามตลาดคู่ละ 60 บาท ในวันแรกสามารถขายได้กำไรเท่าตัว 5,000 บาท คืนทุนทันที ต่อมาก็ขายรองเท้ามือสองตามตลาดนัดเรื่อย ๆ อยู่ประมาณ 2 ปี จึงเริ่มขยับขยายธุรกิจเป็นหน้าร้าน ตั้งอยู่ในซอยวัดศรีเรืองบุญ หลังจากร้านเรามีชื่อเสียงสื่อรายการต่าง ๆ เริ่มติดต่อเข้ามาสัมภาษณ์ จนทำให้ร้านรองเท้ามือสอง 35 บาท เบญจมาศ กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งมีช่องทางตลาดก็เลยเปิดเป็นโกดังรองเท้ามือสองอยู่ที่โรงเกลือ”

รายได้ที่ได้รับปัจจุบัน
“ปัจจุบันมีรายได้หลักล้านต่อเดือน ส่วนสินค้ารองเท้ามือสองทั้งหมดมาจากประเทศจีน เกาหลีใต้ ฮ่องกง โดยสินค้าจะเอามาลงที่อรัญ เราก็จะไปคัด ๆ เก็บมาไว้ที่โกดังและนำมาขายยังหน้าร้านอีกที”

วิธีการบริหารกำไร
1.ใช้สื่อ facebook ในการบอกต่อ
2.อัพเดตข้อมูลใน facebook เป็นประจำ
3.ทำสินค้าให้มีคุณภาพ เอาใจลูกค้า
4.บริการอย่างเป็นมิตร”

เคล็ดลับการบริหารธุรกิจ
1.สินค้าต้องมีคุณภาพ
2.ราคาต้องคงที่
3.ต้องสร้างความประทับใจ
4.ไม่เอาเปรียบลูกค้า

7_ร้านรองเท้ามือสอง 35 บาท เบญจมาศ
ปัญหาและอุปสรรค
“ร้านรองเท้ามือสอง 35 บาท เบญจมาศ ส่วนใหญ่มักเจอปัญหาเรื่องการส่งสินค้าถึงมือผู้บริโภค อย่างลูกค้าที่อยู่ต่างจังหวัด ระยะทางค่อนข้างไกลจึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการจัดส่งประมาณหนึ่งอาทิตย์ ดังนั้น เราจึงพยายามอธิบายให้ลูกค้าฟัง เพื่อให้เข้าใจตรงกันและเพื่อไม่ให้เสียลูกค้า”

แนวโน้มธุรกิจในอนาคต
“สินค้ารองเท้ามือสองมาม่าคิดว่า ต้องไปได้ไกลแน่นอน เพราะในยุคเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ กลุ่มลูกค้ามักเริ่มหันมาบริโภคสินค้ามือสองมากขึ้น อีกทั้งสินค้ามือสองย่อมมีคุณภาพดีไม่แพ้สินค้ามือหนึ่งเช่นเดียวกัน”

วิธีการจับตลาด/กลุ่มเป้าหมาย
“ตอนนี้กลุ่มลูกค้าหลักเป็นกลุ่มนักศึกษา วัยทำงาน หรือเกือบทุกวัยก็ว่าได้ เนื่องจากรองเท้าสามารถใส่ได้ทุกวัยไม่มีข้อจำกัด แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง ซึ่งวิธีการจับกลุ่มลูกค้ามาม่าใช้สื่อออนไลน์ และลูกค้าส่วนใหญ่มักรู้จักผ่านรายการทีวีต่าง ๆ”

วิธีการเอาชนะคู่แข่ง
“คู่แข่งทางด้านสินค้ารองเท้ามือสองถือว่ามีมากพอสมควร แต่ไม่ซีเรียส เพราะว่าบางร้านที่ขายรองเท้ามือสองได้ติดราคาไว้ 65 บาท แต่เมื่อเอาเข้าจริงราคากลับสูงกว่าราคาป้าย แต่สำหรับร้านรองเท้าเบญจมาศราคาเดียวทั้งร้าน 35 บาททุกคู่ แถมคุณภาพดีหมด อีกทั้ง ลูกค้าที่มาซื้อรองเท้าจากร้านเราสามารถนำไปขายต่อเพื่อเก็งกำไรเพิ่มขึ้นได้อีก 60-70 บาท และราคาสินค้ารองเท้ามือสองนี้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน”

BBL_-SME-in-Focus1_มีนาคม-2559_7

แสดงความคิดเห็น