เปิดคัมภีร์วิถี OEM อยากเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้า

แนวการจ้างผลิตสินค้า (OEM) แบรนด์ของเราสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องลงทุนโรงงานผลิต เพียงแค่มีความรู้และไอเดีย ก็สามารถเปลี่ยนสิ่งเหล่านี้ให้

เชื่อว่าหลายคนกำลังรู้สึกไม่สนุกกับงานที่ทำอยู่ และกำลังมองหาโอกาสใหม่ๆ งานใหม่ หรืออาชีพใหม่ หรือสามารถผลิตสินค้าอะไรก็ได้สักอย่างมาขาย อืมมม แนะนำว่า ถ้าคิดแค่นี้ให้เลิกคิดและก้มหน้าทำงานต่อไป วันหนึ่งคุณอาจจะเป็นผู้ประกอบการ เป็นเจ้าของสินค้ายี่ห้อดัง …แต่ไม่ใช่วันนี้ !!!

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้ประกอบการ เป็นเจ้าของสินค้าที่คุณอยากทำมันขึ้นมาให้เป็นที่รู้จัก และคนส่วนใหญ่ให้การยอมรับ มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่จะทุ่มเทให้กับเป้าหมายของคุณเอง  งั้นเรามาเริ่มกันเลย

เราเชื่อว่าหลายท่านรู้จักคำว่า การจ้างผลิตสินค้า (OEM) รูปแบบการรับจ้างผลิตสินค้าตามแบบของผู้ว่าจ้าง วิธีนี้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกเลือกใช้มากมาย ข้อดีคือ ตัดต้นทุนด้านโรงงานผลิตออกไป สามารถจัดการต้นทุนค่าผลิตได้โดยเลือกใช้โรงงานผลิตในท้องถิ่นที่ต้นทุนด้านแรงงานต่ำ อาทิ ธุรกิจสิ่งทอที่มีสินค้าแฟชั่นหลายแบรนด์เลือกใช้ไทยเป็นฐานการผลิต ต่อมาค่าแรงไทยสูงขึ้น แบรนด์เหล่านี้ก็ย้ายไปเวียดนาม บังคลาเทศ กัมพูชา อินโดนีเซีย นี่คือจุดเด่นของ การจ้างผลิตสินค้า (OEM)

คือเราจะจ้างใครก็ได้ ผลิตสินค้าตามแบบที่เราต้องการ ดังนั้นจะเห็นว่าหลายปีที่ผ่านมา การเป็นเจ้าของสินค้าสักอย่างเป็นเรื่องที่ง่ายพอๆกับตื่นมากินมื้อเช้า ทำให้เกิดเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่กระโจนสู่การว่าจ้างผลิตแบรนด์สินค้าขึ้นมากมาย ดูจากตัวเลข SMEs ปัจจุบันที่มีการจดทะเบียนพาณิชย์ประมาณ 3 ล้านราย แต่ที่มีศักยภาพจริงๆ มีไม่ถึง 3 แสนราย ที่เหลือคือกำลังดิ้นรนและบางส่วนกำลังไปไม่รอด  กระนั้นแม้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง …ว่ามั้ย

โอกาสธุรกิจ OEM ไทย ผลิตป้อนแบรนด์ชื่อดังระดับโลก

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 

เริ่มต้นง่ายๆ สไตล์ OEM

สินค้ายอดนิยมที่มักว่าจ้างผลิตกันในปัจจุบันอาทิ กลุ่มเครื่องสำอาง อาหารเสริม และอาหาร ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้เป็นกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย ที่สำคัญการจะเป็นเจ้าของสินค้าเหล่านี้ง่ายแสนง่าย (ถ้ามีทุน) มีธุรกิจเป็นของตนเองได้ทันที แม้จะไม่เชี่ยวชาญในด้านการผลิตหรือการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดก็ตาม เพราะเพียงแค่เข้ามาปรึกษากับทางโรงงานที่ให้บริการด้านแบบครบวงจร มีเงินจัดให้ได้ทุกอย่าง แค่นี้ก็เป็นเจ้าของสินค้าได้แล้ว ไม่ยากเลยใช่มั้ย ?

มาลงรายละเอียดกัน ในที่นี้เราขอสมมุติว่าจะจ้างผลิตอาหารเสริมแบรนด์ AA แต่ก่อนที่จะจ้างผลิตเรามาทำการบ้านกันก่อน

1.ศึกษาตลาดสินค้าที่เรากำลังจะจ้างผลิต หลักการรู้เขา รู้เราสามารถใช้ได้ในข้อนี้ ทั้งรูปแบบธุรกิจนี้ แนวโน้ม ผู้บริโภค มาตรฐาน ราคา กำหนดคู่แข่งในอนาคต และกรณีศึกษา เรียกว่ารู้ให้มากที่สุดกว่าคนปกติรู้จะดีมาก ซึ่งจะมีความสำคัญมากในข้อต่อไป

2.วางแผนการตลาดสินค้าที่กำลังผลิต ความผิดพลาดครั้งใหญ่ของเจ้าของแบรนด์มือใหม่คือ จ้างผลิตสินค้าทั้งที่ยังไม่มีแผนการตลาด และกำหนดช่องทางจัดจำหน่าย ใช้ข้อมูลที่เราได้ทำการบ้านในข้อแรก มาวางแผนการตลาดสำหรับสินค้าของเราเอง มือใหม่ลองจัดการง่ายๆ ด้วยหลักการบ้านๆ  4P ช่วยท่านได้ ที่สำคัญ คือ ต้องสร้างความแตกต่างจากตลาดแบบเดิมให้ได้

3.ศึกษาในด้านของวัตถุดิบ สิ่งที่เราจะนำมาใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ ซึ่งในเคสนี้เราสมมติว่ากำลังว่าจ้างผลิตอาหารเสริม ดังนั้น ข้อมูลด้านสารสกัด ส่วนผสม และความรู้ด้านสมุนไพร อาจจำเป็นต่อคุณอย่างมาก คิดสูตรผลิตภัณฑ์อาหารเสริมของคุณไว้คร่าวๆตรงนี้เลย ไว้ไปสรุปอีกทีตอนที่ไปคุยกับโรงงานผลิต

4.วาง Concept สินค้าไว้อย่างชัดเจน เช่น รูปแบบสินค้า แพ็คเก็จ ออกแบบแบรนด์ และต้นทุนคร่าวๆ โดยสิ่งที่เรากำลังผลิต คือ อาหารเสริม ดังนั้นสิ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้คือ Story คิดไว้เลย

5.ศึกษาโรงงานที่เรากำลังจะไปว่าจ้างผลิตสินค้า ก่อนตัดสินใจจ้างโรงงานผลิตฯทุกครั้ง สามารถตรวจสอบรายชื่อโรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายในเว็บไซต์กรมโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งต้องดูเรื่องมาตรฐานการรับรอง รองแรกที่โรงงานต้องมี คือ GMP จะดีกว่านั้นมากมี HACCP , ISO 22000 เรื่องนี้สำคัญมากดูให้ชัวร์

การจ้างผลิตสินค้า (OEM)

ติดต่อเข้าพบ OEM

เมื่อตกลงปลงใจเลือกโรงงานผลิตได้แล้ว สิ่งที่ต้องมีไปคุยกับผู้ผลิต คือ  Concept Product เตรียมข้อมูลความต้องการที่จะผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ในที่นี้เราผลิตอาหารเสริม เล่าแนวคิดให้ผู้ผลิตฟัง และบอกความต้องการของเราในที่นี้ปลงใจแล้วว่าจะผลิตผงชงสมุนไพรบำรุงสุขภาพ เคลียร์กันให้ชัดเลยว่าต้องสั่งเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่  และผู้รับจ้างสามารถช่วยอะไรเราได้อีกบ้าง เช่น

  • การคิดค้นสูตร จัดเตรียมและเลือกใช้ส่วนผสมที่ใช้แล้วได้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการของ ในที่นี้เราสามารถคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพสูงที่สุดในกรอบของราคาที่เรารับได้ และตรงกลุ่มเป้าหมายของลุกค้าที่เราวางแผนการตลาดไว้
  • สินค้าทดลอง หรือของที่เราสามารถนำไปทำการตลาดในเบื้องต้นได้ ซึ่งทางผู้ผลิตจะมีผลิตภัณฑ์ตัวอย่างจัดส่งมาให้เรา แต่ตรงนี้ทางผู้ผลิตจะคิดเงินนะไม่ได้ให้ฟรี
  • วางมัดจำ 50 % และ ให้ทางผู้ผลิต แจ้งจด อ.ย. และเครื่องหมายการค้า(แบรนด์) หลังจากสรุปส่วนผสมและชื่อของผลิตภัณฑ์ได้แล้ว ตรงนี้กะเวลาต่ำไว้ที่ 3 เดือน
  • ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ถ้าเราทำเองก็ตรงนี้ก็ไม่ต้องจ้าง แต่แนะนำว่าจ้างเถอะตรงนี้OEM รายใหญ่จะมีฝ่ายออกแบบที่เชี่ยวชาญ จำไว้แพ็คเก็จจิ้งที่ดูดีจะดึงดูดความสนใจของลูกค้า แต่ไม่ควรให้มีราคาที่แพงเกินไป
  • โรงงานเริ่มผลิตสินค้าตามออเดอร์ บรรจุและส่งมอบมาให้เรา ตรวจรับให้ละเอียดและดูว่าตรงตามที่ระบุไว้หรือไม่ และชำระเงินที่เหลือ

ทั้งนี้ เราในฐานะผู้จ้างผลิตควรทราบในทุกขั้นตอนของการผลิต หากสินค้าเกิดปัญหาต่างๆในกระบวนการผลิตนอกจากโรงงานรับจ้างผลิตจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้นจำเป็นที่เราต้องกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอน ที่สำคัญ ต้องให้ตรวจสอบสัญญาว่าจ้างที่เขียนไว้กับโรงงานอย่างรัดกุม โดยเฉพาะความลับด้านส่วนผสมและกรรมวิธีในการผลิตสินค้า เพื่อให้เป็นความลับระหว่างเรากับโรงงานรับจ้างผลิตเท่านั้น หากโรงงานรับจ้างผลิตนำข้อมูลที่เป็นความลับไปเผยแพร่ เราสามารถดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที

แน่นอนว่าคุณไม่ได้ผลิตสินค้ามาใช้เองทั้งหมด ดังนั้นจงขายมันไปให้ได้ เรื่องนี้ต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาดและช่องทางการขาย ตามที่เรากำหนดไว้ในแผนแรก เอาความมุ่งมั่นและความรู้ที่คุณมีนำมาใช้ เชื่อว่าโอกาสที่จะประสบความสำเร็จนั้นย่อมมีสำหรับคนที่ไม่ย่อท้อ

สุดท้ายถามกันเยอะเลยว่าลงทุนทำแบบนี้ใช้เงินเท่าไหร่ …ง่ายๆ บ้านๆ ก็หลักหมื่นบาท ที่นอกเหนือจากนั้นก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณเอง จำไว้ทุกความต้องการที่สูงนั่นหมายที่ค่าใช้จ่ายด้วย ดังนั้นไตร่ตรองให้รอบคอบ

ทางสองแพร่ง OEM หรือสร้าง Brand แบบไหนดีกว่ากัน

แกะรอย ‘ซัยโจเดนกิ’ จาก”OEM”สู่แอร์แบรนด์ไทยแท้

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

แสดงความคิดเห็น