การกลับมาของแฟชั่น ‘ผ้ามัดย้อม’

สำหรับแฟชั่นผ้ามัดย้อมที่กำลังโดนใจสาวกแฟชั่นนิสต้า กระแสมากแรงมากโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา หลังจากที่แฟชั่นมัดย้อมได้เฉิดฉายบนเวทีของ New York Fashion Week

ในทศวรรษ 1960 แฟชั่น ผ้ามัดย้อม เป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านสังคม เป็นการแสดงออกสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการจะหลีกหนีจากกฎเกณฑ์ทางสังคม และแสดงออกถึงความเป็นอิสระ ความเป็นตัวของตัวเองแต่ด้วย สีสันต์อันจัดจ้าน โดดเด่นเห็นแต่ไกล ไฉไลในที่ทุก ทำให้ผ้ามัดย้อมกลายเป็นแฟชั่นแพงขึ้นอีกครั้ง เมื่อดีไซน์เนอร์แบรนด์ดังหยิบไปดีไซน์ให้มีความไฮแอนด์

ทำให้ทุกวันนี้ ผ้ามัดย้อม กลายเป็นแฟชั่นชั้นสูงที่ถูกนำมาวางขายทั่วไป ซึ่งเทรนด์ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว บนเวทีของ New York Fashion Week แม้ว่าสีของผ้ามัดย้อมในปี 2019 จะไม่จัดจ้านเหมือนสีของผ้ามัดย้อมที่เป็นแฟชั่นในทศวรรษ 1960 แต่ยังคงนำสีต่างๆจำนวนมากเข้าสู่แฟชั่น

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 

การกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ของผ้ามัดย้อม ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นระบุว่า การกลับมาในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงจิตสำนึกที่เกี่ยวกับการต่อต้านความวุ่นวายการเมืองและการต่อต้านกลุ่มอนุรักษ์นิยม ที่ถูกแสดงออกอย่างเป็นสันติ นอกจากเหตุผลเรื่องการเมืองแล้ว แนวโน้มผ้ามัดย้อมยังแสดงให้เห็นถึงการเคลื่อนไหวของสังคมในปัจจุบัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเคลื่อนไหวของกลุ่ม “MeToo”  (กลุ่มที่เคลื่อนไหวเรื่องการคุกคามทางเพศ) ที่นักออกแบบเสื้อบางรายเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนโฉมหน้าแฟชั่นที่พยายามออกจากการเป็นทาสแฟชั่นที่เหมือนกันไปหมด เข้าสู่การนำเสนอที่แสดงความกล้าหาญ ความเป็นอิสระทางความคิด และการเป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้น

ในยุคนี้ ผู้บริโภคกำลังให้ความสนในมากขึ้นต่อ sustainable living (วิถีชีวิตที่ยั่งยืน) และการรักษาสิ่งแวดล้อมและสิ่งเหล่านี้ได้นำไปสู่การเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อเสื้อผ้า เข้าสู่การซื้อสินค้าที่เป็นแบบ sustainable shopping นั้นคือการซื้อสินค้ามือสองหรือแม้กระทั่งการเช่าเสื้อผ้ามาใส่เพิ่มมากขึ้น

 ผ้ามัดย้อม

ด้วยเหตุนี้เลยทำให้เริ่มมีเทรนด์ที่ต่อต้านแฟชั่นที่มาไวไปไว (fast fashion) เกิดขึ้น  นอกจากนี้ influencers และ bloggers จำนวนมากกำลังหยุดนำเสนอ “haul video” หรือ วิดิโอที่มีการนำเอาสินค้าที่ซื้อมาอวดกัน และหันมาเข้าร่วมการเคลื่อนไหวที่เป็น “no-buy” หรือ หยุดซื้อสินค้าตามแฟชั่นและหันมาซื้อสินค้ามือสองหรือหยุดซื้อสินค้าไปเลย

ผ้ามัดย้อมสอดคล้องกับกระแสต่อต้านแฟชั่นได้เป็นอย่างดี เพราะผ้ามัดย้อมเคยเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวของกลุ่ม hippie และเป็นวิถีของการรีไซเคิลเสื้อผ้าและการสร้างมูลค่าให้เศษวัสดุ (upcycle) ที่ผู้บริโภคทุกกลุ่มอายุสามารถทำได้

อย่างไรก็ดี มีข้อสังเกตว่าร้านค้าเสื้อผ้าที่นำผ้ามัดย้อมกลับเข้าสู่แฟชั่นกลับกลายเป็นร้านค้าปลีกเสื้อผ้าประเภทที่เสนอสินค้าวิ่งตามแฟชั่น (fast-fashion) เช่น H&M, Zara, Abercrombie, Urban Outfitters หรือว่านี่ก็คือกลยุทธ์การตลาดรูปแบบหนึ่ง …จี๊ดๆ ใช่มั้ย ปูพื้นมายืดยาวสุดท้ายเป็นการตลาด ใครนะที่ช่างคิด

อ้างอิง : สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครลอสแอนเจลิส

เข้าใจเทรนด์ Gender-Neutral ก่อนที่จะพลาดเรื่องสำคัญ

โฆษณายุคใหม่ ต้องสื่อสารให้เหมาะสมกับทุกเพศ

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

แสดงความคิดเห็น