การสื่อสารทางกายที่สะท้อนความเป็นผู้นำ

คุณแสร้งแสดงออกว่าคุณมีความมั่นใจ แต่ดูเหมือนเรากำลังหลอกตัวเอง ไม่ใช่ภาษากายจะสะท้อนมาจากจิตใจแต่มันอัพเกรดได้ และนี่คือพื้นฐานของการแสดงออกทางกายแบบผู้นำ

คนเรียนสื่อสารทุกคนต้องมีสักวิชาที่มีการสอนเรื่อง ‘ภาษากาย’ หรือที่เรียกว่า อวัจนภาษา คือ ภาษาที่ปรากฎออกมาทางท่าทาง และหลาย ๆ ศาสตร์ต่างก็ให้ความสำคัญกับภาษากายมากพอๆ กับภาษาพูด เพราะการแสดงออกทางร่างกายเป็นสิ่งที่สั่งตรงมาจากทางสมองเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ หรือพูดอีกนัยก็คือ การแสดงออกทางภาษากายโกหกได้ยากกว่าภาษาพูด ตรงนี้อาจยกเว้นในกรณีแสแสร้งแสดงขึ้นมา เพราะบางครั้งดูง่าย แต่บางคนก็ดูยาก แต่ที่สำคัญท่านทราบหรือไม่ว่า ภาษากายยังสามารถสะท้อนบุคลิกภาพความเป็นผู้นำได้ด้วย

ลองสังเกตคนที่มีพื้นฐานการศึกษาเท่ากัน อาชีพ ฐานะใกล้เคียงกัน แต่บุคลิกภาพหรือการแสดงออกทางกายต่างกัน จะได้รับความนิยมจากผู้คนรอบข้างแตกต่างกันไปด้วย หรือเราอาจจะไม่ชอบใครสักคนเพียงแค่เจอครั้งแรก นี่คือ การสื่อการทางกายสะท้อนบุคลิกภาพ

มารยาทในการแต่งกายนั้น สำคัญแค่ไหน ?

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 

Amy Cuddy หรือ Amy Joy Casselberry Cuddy นักจิตวิทยาสังคมชื่อดังชาวอเมริกา ได้บรรยายเกี่ยวกับการเปลี่ยนภาษากายเปลี่ยนชีวิต ไว้ว่า คนเราส่วนใหญ่แล้วมักตัดสินและสันนิษฐานลักษณะของคนอื่นจากภาษากาย ซึ่งการตัดสินดังกล่าว สามารถส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อชีวิตของคนๆนั้นได้เลยทีเดียว เช่น ในการสัมภาษณ์งานผู้ว่าจ้างยอมให้ความสนใจต่อผู้ที่แสดงออกอย่างเป็นมิตร ยิ้มแย้ม ดูสง่า มากกว่าคนที่หน้าบึ้ง นั่งไหล่ห้อ หน้างอ คอหัก อย่างแน่นอน

การบรรยายของ Cuddy สอดคล้องกับผลการศึกษาของ Nalini Ambady นักวิจัยที่ Tufts University โดยได้ให้กลุ่มตัวอย่างดูคลิปวิดีโอที่มีความยาว 30 วินาที ที่ไม่มีเสียงพูด ของการปฏิสัมพันธ์จริงระหว่างแพทย์กับคนไข้ พบว่า แพทย์ที่กลุ่มตัวอย่างโหวตว่า “เป็นแพทย์ที่ดี” คือแพทย์ที่ดูท่าทางใจดี เป็นมิตร ยิ้มแย้ม ในทางกลับกัน “แพทย์ที่ไม่น่าคบหามากที่สุด” คนที่กลุ่มตัวอย่างเลือกก็คือ แพทย์ที่ดูดุ หน้าบึ้ง

ดังนั้นจำไว้ รอยยิ้ม ท่าทีเป็นมิตร เพิ่มเสน่ห์ให้คุณได้มาก

ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า หากเราเปลี่ยนการใช้อวัจนภาษา ชีวิต ตัวตน และความคิดของเราจะเปลี่ยนไปด้วย โดยธรรมชาติสิ่งมีชีวิตต้องการเพื่อใช้ในการดำรงชีพมากที่สุด ก็คือ “พลังอำนาจ” นั้นก็คือ การทำให้ตัวเองตัวใหญ่ โดยการยืดอกให้ผึ่งผาย ยืนหลังตรง เปิดตัวเองออกมาเผชิญหน้าผู้คน แล้วเราจะมีออร่าของพลัง เกิดความรู้สึกว่ามีอำนาจ มีความมั่นใจ แล้วการทำสิ่งต่างๆจะเป็นไปอย่างราบรื่นเพราะเรามีความมุ่งมันจากกำลังใจที่เกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เราส่วนใหญ่แสดงออกโดยปกติ ก็คือ เมื่อเราไปอยู่ในสถานการณ์ที่รู้สึกได้ว่ามีคนที่มีอำนาจมากกว่าเรา เราจะห่อตัวเล็กลง ทำตัวลีบๆ เหมือนทำให้ตัวเองไร้ตัวตน

ผลที่ตามมาจากการสังเกตของ Cuddy ก็คือ ในชั้นเรียนบริหารธุรกิจที่ Cuddy เป็นอาจารย์สอน เธอพบว่า นักเรียนบางคนที่ทำตัวเป็นผู้นำ มักจะปราดเข้ามาในห้อง จับจองที่นั่งตรงกลางห้อง และจะแผ่ขยายตัวเอง จนทำให้คนอื่นๆ ตัวลีบจนแทบจะหดหายไปเลย ซึ่งพวกคนที่เหลือพยายามทำตัวให้เล็กที่สุด ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดปัญหาเรื่องช่องว่างของเกรดที่เกิดจากเด็กที่แสดงออกชัดเจนว่ามั่นใจในตนเอง กับเด็กที่เกือบจะไร้ตัวตนในห้อง เพราะคะแนนส่วนหนึ่งมาจากการมีส่วนร่วมในห้องเรียน และคนที่แสดงออกว่ามั่นใจย่อมได้เปรียบในข้อนี้

ต่อมา Cuddy จึงได้ทำการศึกษาเชิงทดลอง พบว่า หากเรา “แสร้งทำ” ท่าที่มีอำนาจ คือ  ยืนหลังตรง ไหล่ผาย เปิดใบหน้ามองคู่สนทนา ยืนเต็มเท้า พบว่า กลุ่มคนที่แสดงท่ามีอำนาจเป็นเวลา 2 นาที มากกว่า 86% มีความมั่นใจในตนเองมากขึ้น

เห็นมั้ยว่าแม้แต่แสร้งทำก็ได้ผล

ภาษากาย

ดังนั้นหากคุณผู้อ่านต้องการเพิ่มความมั่นใจให้แก่ตนเองอย่างเร่งด่วน ลอง “แสร้งทำ” ท่าที่ มีอำนาจ เช่น ยืนหลังตรง ไหล่ผาย เปิดใบหน้ามองคู่สนทนา ยืนเต็มเท้า รับรองได้เลยว่าคุณผู้อ่านจะรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจ มีพลัง มีความมั่นใจในการทำสิ่งต่างๆอย่างแน่นอน และขอให้การ “แสร้งทำ” นั้นติดตัวคุณ จนกลายเป็นตัวคุณอย่างแท้จริง รับรองเลยว่าหากคุณผู้อ่านสามารถเปลี่ยนภาษากายได้ ชีวิตคุณผู้อ่านจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

อ้างอิง: https://www.ted.com/talks/amy_cuddy_your_body_language_shapes_who_you_are/transcript#t-203529

: https://www.istrong.co/service

ออฟฟิศน่าอยู่ พนักงานแฮปปี้ Productivity เพิ่มแน่นอน

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

แสดงความคิดเห็น