รัสเซียระส่ำ ! กระทบเศรษฐกิจซบเซาช่วงไตรมาสแรก

ไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดีนักสำหรับการส่งออกรัสเซียของไทยในไตรมาสแรก สินค้าหลายรายการหดตัวที่เลขสองหลัก ขณะที่เศรษฐกิจภายในรัสเซียเองก็ส่อเค้ายุ่งเหยิงภายใน

ภาพรวม เศรษฐกิจรัสเซีย ในไตรมาสแรกของปี 2562 มีภาพรวมที่ไม่ดีนัก เนื่องจากผลของการขึ้นภาษี VAT ทําให้อัตราเงินเฟ้อ เดือน ม.ค.-มี.ค. 2562 สูงถึง 1.8% และคาดว่าจะสูงถึง 4.7-5.2% ภายในสิ้นปีนี้

หน่วยงานรัสเซียคาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโตประมาณ 1.2-1.7% ขณะที่ธนาคารโลกคาดว่า เศรษฐกิจรัสเซีย จะเติบโตที่ 1.4-1.5% นอกจากนี้ แม้ไตรมาสนี้จะมีการลงทุนด้านในภาคที่ไม่ใช้การธนาคารและภาคที่อยู่อาศัยมากถึง 1.15 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (เทียบกับ 6.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2561) แต่นักวิชาการรัสเซียคาดว่าจะเป็นการขยายตัวชั่วคราว

ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลค์ Facebook bangkokbanksme 

ด้านการค้าไทย-รัสเซียในไตรมาสแรกมีมูลค่า 890.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมากกว่าปี 2561 ที่ 14.85% แต่การส่งออกไทยไปรัสเซียหดตัว 16.3% (254.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และการนําเข้าจากรัสเซียขยายตัว 34.89% (636.49 ดอลลาร์สหรัฐ) สาเหตุหลักมาจากการหดตัวของการส่งออกสินค้าไทยในหมวดต่าง ๆ ได้แก่ ยานยนต์ของไทย (ช่วง ม.ค.-ก.พ. 2562 หดตัว 24%) ผลิตภัณฑ์ยาง (หดตัว 21%) ผลไม้แปรรูป (หดตัว 3%) อัญมณีเครื่องประดับ (หดตัว 63%) และยางพารา (หดตัว 4.5%) แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจรัสเซียถึงจุดอิ่มตัว

อย่างไรก็ดี ยอดการส่งออกการส่งออกเครื่องปรับอากาศเพิ่มขึ้น 95% เครื่องจักรเพิ่มขึ้น 52% และตลับลูกปืนเพิ่มขึ้นถึง 355%

ด้านเหตุการณ์ด้านเศรษฐกิจที่สําคัญของรัสเซียในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 มีดังนี้

การจับกุมนาย Michael Calvey ชาวสหรัฐฯ ผู้ก่อตั้งบริษัท Baring Vostok หนึ่งในนักลงทุนต่างชาติที่มี ชื่อเสียงในรัสเซีย ในข้อหาฉ้อโกงธนาคาร Vostochny Bank โดยการจับกุมนาย Calvey ส่งผลเชิงลบต่อบรรยากาศการลงทุนในรัสเซีย และหนังสือพิมพ์ Financial Times รายงานว่าเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำรัสเซีย และบริษัทอเมริกันจะไม่เข้าร่วมการประชุม St. Petersburg International Economic Forum 2019 เนื่องจากสาเหตุดังกล่าว

กระทรวงการคลังรัสเซียมีแผนลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้ของรัฐบาล เพื่อนำงบประมาณไปใช้ดําเนินโครงการ National Projects จำนวน 12 โครงการที่เป็น blueprint สําหรับการพัฒนาประเทศ โดยจะต้องใช้งบประมาณราว 4.065 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทั้งนักวิเคราะห์และประชาชนชาวรัสเซียต่างตั้งคําถามเกี่ยวกับที่มาของงบประมาณดังกล่าว และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยในช่วงไตรมาสนี้ กระทรวงการคลังรัสเซียได้เสนอแผนการลดค่าใช้จ่ายรัฐบาลและเพิ่มรายได้รัฐบาล ได้แก่ การลดจํานวนข้าราชการลง 10% จากที่ปัจจุบันมีข้าราชการมากกว่า 2 ล้านคน ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา ดมีตรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซีย  พยายามลดจํานวนข้าราชการหลายครั้ง แต่ไม่ได้ผล

รวมทั้ง การเพิ่มภาษีประเภทใหม่ ๆ โดยจะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2564 อาทิ ภาษีกําจัดขยะ ภาษีนักท่องเที่ยว ภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือ และภาษีการใช้ถนน นอกจากนี้ยังมีแผนจะเพิ่ม utilization fees เพื่อทดแทนรายได้ของรัฐจากการลดภาษีนําเข้ารถยนต์อีกด้วย

อีกกรณีที่น่าสนใจ คือ  นายAnton Siluanoy รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนาย Maxim Oreshkin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจฯ วิจารณ์การวัดอัตรารายได้ที่แท้จริงของหน่วยงาน Russian Federal State Statistics (Rosstat) ว่าขาดประสิทธิภาพ

โดย Rosstat รายงานว่าอัตรารายได้ที่แท้จริงของรัสเซียตกลงตั้งแต่ปี 2557 ขณะที่ค่าจ้างที่แท้จริงและการค้าปลีกเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ในเดือน มีนาคม 2562 Rosstat ยังรายงานว่า 79% ของครัวเรือนในรัสเซียประสบปัญหาทางการเงินบางอย่าง ทําให้มีการเรียกร้องให้ Rosstat ปรับวิธีการเก็บสถิติ

ขณะที่ ธนาคารกลางรัสเซียรายงานว่า การทําธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยในปี 2561 ส่วนมากเป็นการดําเนินธุรกรรมโดยบริษัทก่อสร้าง (29%) บริษัทธุรกิจบริการ (21%) บริษัทค้าปลีกและค้าส่ง (16%) และบริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค (16%) โดยบริษัทเหล่านี้โยกย้ายเงินจากโครงการของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือภาคอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่ shady Economy

อีกหนึ่งข่าวร้ายของรัสเซีย คือ บริษัท Ford ปิดโรงงานประกอบรถยนต์ในรัสเซีย 2 โรงงานและย้ายออกจากรัสเซีย เนื่องจากยอดขายที่ตกต่ำในตลาดรัสเซีย

นอกจากนี้ มีข้อคิดเห็นว่าเศรษฐกิจรัสเซียยังคงได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางรัสเซียพยายามปกป้องเศรษฐกิจรัสเซียจากความท้าทายจากภายนอกและสานต่อแผนการพัฒนาประเทศ และคาดว่าจะรักษาอัตราดอกเบี้ย 7.75% ให้คงที่ต่อไป

ส่วนแนวโน้มการส่งออกของไทยมายังรัสเซียในไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 มีแนวโน้มที่จะไม่ดีนัก เนื่องจากปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่

1.ภาพรวมเศรษฐกิจรัสเซียที่ค่อนข้างชะลอตัว มีความเป็นไปได้สูงที่การนําเข้าสินค้าไทย อาทิ อาหารและเครื่องประดับจะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย

2.การปิดตัวโรงงาน Ford และแผนการเพิ่ม utization fees ของรัฐบาลรัสเซียเพื่อทดแทนรายได้ของรัฐจากการลดภาษีนําเข้ารถยนต์ จะส่งผลเชิงลบต่อการนําเข้ายานยนต์และชิ้นส่วนจากไทย ซึ่งถือเป็นอัตราส่วนถึง 40% ของสินค้าส่งออกมารัสเซียในปี 2561

ผู้ประกอบการที่ค้าขายกับรัสเซียช่วงนี้คงต้องจับตาความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจในรัสเซียอย่างใกล้ชิด เพราะข่าวในแง่ลบที่ออกมามีผลอย่างมากต่อเศรษฐกิจภายในของรัสเซียที่เห็นได้ชัดว่า ‘แกว่ง’ อย่างมาก

อ้างอิง : สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก

8 บริษัททรงอิทธิพลในรัสเซีย ดินแดนหลังม่านเหล็ก

กัมพูชาผนึกจีน-รัสเซีย แก้เกมอียูตัด GSP

Bangkok Bank SME ราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก www.bangkokbanksme.com หรือ โทร call center 1333

แสดงความคิดเห็น