ศุภิดา ไวว่อง ไม่กลัวความล้มเหลว ปั้นธุรกิจถุงเท้ารวยเป็นล้านต่อเดือน

ทุกคนที่เริ่มต้นธุรกิจใหม่ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ อาจมีเจ๊งบ้าง ล้มเหลวบ้าง แต่หนึ่งเดียวที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จคือ ความอดทน ไม่ย่อท้อ และมีเป้าหมายในชีวิต และเหตุนี้เองที่ทำให้ธุรกิจ J & Ray Sock ถุงเท้า 10 บาท ก้าวสู่ความสำเร็จได้ภายในครึ่งปี มีลูกค้าแฟรนไชส์แล้ว 100 ราย มีรายได้อย่างต่ำ 1-2 ล้านบาทต่อเดือน

ธุรกิจ J & Ray Sock ถุงเท้า 10 บาท ก่อตั้งอย่างเป็นทางการได้ 1 ปีเต็ม โดยคุณศุภิดา ไวว่อง ผู้บุกเบิกแฟรนไชส์ถุงเท้าราคาถูก ซึ่งเดิมเมื่อ 10 ปีก่อน เธอคลุกคลีกับการขายถุงเท้า แต่ด้วยความต้องการอยากมีอาชีพที่ดีกว่าปัจจุบัน เลยทำให้ต้องทะยานหาความฝันที่มั่นคงขึ้น กระทั่งทำไปหลายอาชีพเจ๊งไม่เป็นท่า ถึงขั้นเดินกลับมาปัดฝุ่นธุรกิจเก่าจนประสบความสำเร็จ ดังนั้น คุณศุภิดา นักธุรกิจหน้าใหม่ได้มาเปิดใจบอกเล่าเคล็ดลับความสำเร็จในการทำธุรกิจ J & Ray Sock ให้ฟังว่า “ส่วนตัวเป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูง อยากมีชีวิตที่มั่นคง มีอาชีพที่ดี มีเงินมากมาย เห็นอาชีพไหนคิดว่าดีก็ลองทำหมด และสิ่งนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวในหลาย ๆ อาชีพ”

“ต้องขอย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้วเดิมทำธุรกิจขายถุงเท้า แต่นานไปด้วยความรู้สึกที่อยากทำอาชีพอื่นที่คิดว่ามันต้องดีกว่านี้ เลยไปเปิดร้านไอศกรีม แต่สู้ไม่ไหวหันไปเปิดร้านอาหารต่อ เพื่อยกระดับให้ดูดีขึ้นมา ปรากฏว่าเหนื่อยหลายด้าน เลยทำให้ธุรกิจที่ผ่าน ๆ มาทั้งหมดถือว่าเจ๊งแต่ไม่เป็นหนี้ เพราะเอาบ้านไปจำนอง เพื่อนำเงินมาลงทุนต่อ” จากนั้นจึงตัดสินใจเปิดร้านขายเสื้อผ้าเด็ก รายได้ตกเดือนละ 2 แสน แถมเหนื่อยน้อยลง มีเวลามากขึ้น แต่ข้อเสียของการขายเสื้อผ้าเด็กอยู่ที่ว่า สินค้าอันไหนที่ขายไม่ได้ต้องเก็บสต็อก ส่งผลให้เป็นสินค้าเก่าและล้าหลัง เพราะเทรนด์แฟชั่นนั้นเปลี่ยนไปเรื่อยๆ”

“หลังจากสินค้าที่ค้างสต็อกกลายเป็นสินค้าล้าหลัง จึงตัดสินใจใหม่ว่าจะแก้ไขอย่างไรดี ฉะนั้นเลยควักเงิน 3,000 บาทลงทุนซื้อถุงเท้าที่คุ้นเคยมาขายคู่กับเสื้อผ้าเด็ก เพราะเป็นสินค้าที่ใช้ได้ทุกโอกาสไม่มีทางเอ้าท์แน่นอน ซึ่งช่วงแรกขายถุงเท้าในราคาส่งยากมาก จนปรับรูปแบบเป็นแพ็กเก็จราคาถูก มีทั้งราคา 30 บาทแพ็กละ 3 คู่ 2 คู่บ้าง ราคา 50 บาทแพ็กละ 2 คู่ 3 คู่ ปรากฏว่าขายดีมากลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดีเลย ณ เวลานั้นจึงมีลูกค้าทั่วไปติดต่ออยากทำอาชีพนี้เยอะ จึงตัดสินใจเปิดแฟรนไชส์ในราคาเบา ๆ เริ่มต้นเพียง 5,000 บาท ก็สามารถรับถุงเท้าไปขายได้กว่า 681 คู่ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับราคาแพ็กสินค้าด้วยว่าคุณจะเลือกแพ็กละราคาเท่าไร ซึ่งถ้าเราขายให้ลูกค้าแฟรนไชส์จะขายในราคาที่ถูกกว่าประมาณ 22 บาทต่อแพ็ก ทำให้มีรายได้อย่างต่ำเดือนละ 1-2 ล้านบาท และใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนสามารถไถ่ถอนจำนองบ้านได้สำเร็จ”

โอกาสดีที่มีโปรดิวเซอร์รายการทีวีหนึ่งเดินมาเจอร้านขายถุงเท้า ได้เชิญไปออกรายการ เนื่องจากเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ กระทั่งรายการออกอากาศมีคนสนใจติดต่อเข้ามาถึง 2-3 พันราย แต่ก็โชคร้ายไม่มีสินค้าเตรียมไว้ จึงกลายเป็นปัญหาขึ้น และหลังจากนั้นจึงลงทุน 10 ล้านบาท เพื่อสต็อกสินค้าไว้ให้เยอะๆ

7_ถุงเท้า 10 บาท

ธุรกิจร้านถุงเท้า 10 บาท ประสบความสำเร็จก้าวแรกเมื่อครึ่งปีที่ผ่านมา ด้วยความอดทน และไม่ย่อท้อต่อปัญหา ส่งผลให้มีลูกค้าแฟรนไชส์รายเล็กภายในครึ่งปีหลังมีทั้งหมด 100 ราย “ลูกค้าทั้งหมดที่เข้ามาเป็นแฟรนไชส์กับธุรกิจธุรกิจ J & Ray Sock ถุงเท้า 10 บาท ทางเราได้ป้องกันความเสี่ยงสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าไปแล้วขายไม่ออกสามารถนำกลับมาคืนได้ แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องลงทุน 20,000 บาทขึ้นไป เนื่องจากกลุ่มนี้นับว่าเป็นผู้ที่ต้องการขายอย่างจริงจัง แต่ในขณะเดียวกันมีผู้ที่คืนสินค้าเพียง 1 รายเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าของเรา 80% มักเป็นมือใหม่ และคอนเฟิร์มว่าถ้าลงทุน 5,000 บาทได้กำไร 30-40% ทั้งนี้ ลูกค้ารายใหม่ที่ไม่เคยลงทุนเราจะให้คำแนะนำทางด้านสินค้า เรื่องของเนื้อผ้า วิธีการเลือกทำเลขาย แต่ตอนนี้เรากำลังปรับระบบแฟรนไชส์ถุงเท้า 10 บาทให้เหมือน 7-11 อยู่ พร้อมทั้งจะพัฒนาป้ายหน้าร้าน และทำเลที่ตั้งให้ เป็นต้น”

“นอกจากนี้สินค้าทั้งหมดมาจากโรงงานที่กรุงเทพ แต่ส่วนใหญ่เป็นโรงงานต่างจังหวัด เป็นโรงงานผลิตของญาติ และมีรับแบบออร์เดอร์ด้วย สำหรับคุณภาพของถุงเท้าเราคัดสรรเนื้อผ้าที่ดี เหมาะแก่การใช้งานแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็น ใส่แบบแฟชั่น ใส่ออกกำลังกาย ใส่ไปโรงเรียน ใส่กันหนาว เป็นต้น”

ก้าวแรกประสบความสำเร็จ พร้อมก้าวที่สองเดินหน้าเข้าห้างสรรพสินค้าให้ได้ โดยกำลังดิวกับเทสโก้โลตัส และบริษัทกันตนาอยู่ คาดว่าอีก 2 เดือนรู้ผล

“เคล็ดลับการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จง่าย ๆ เลยคือ สินค้าต้องมีคุณภาพ ไม่เอาเปรียบลูกค้า และที่สำคัญราคาสินค้าต้องถูกและดีควบคู่กับไป ถ้าทุกอย่างครบเครื่องและสมบูรณ์ก็ไม่จำเป็นเลยที่ต้องเสียเงินทำโฆษณา เดี๋ยวลูกค้าก็บอกปากต่อปากเอง ทั้งนี้ ในเรื่องของคู่แข่ง อย่าไปกังวลให้มากนัก เพราะถ้าเราวิตกกังวลจิตใจของเราจะอ่อนแอ ให้คิดเสียว่ามันคือแรงผลักดัน เพื่อที่จะพัฒนาธุรกิจให้ดีกว่า”

“สำหรับใครที่อยากประสบความสำเร็จเหมือนดั่งเราภายในครึ่งปี อย่างแรกต้อง กล้าคิด กล้าเปลี่ยน และกล้าลองทำ บางคนอาจจะทำธุรกิจเจ๊ง แต่หนึ่งเดียวที่จะให้ทุกคนประสบความสำเร็จได้นั้นอยู่ที่ความอดทน และไม่ย่อท้อ มีความมุ่งมั่นในชีวิต เพราะทุกคนที่เริ่มต้นใหม่ไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ”

 

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

BBL_-SME-in-Focus1_มีนาคม-2559_3

แสดงความคิดเห็น