รวยทะลัก ! ด้วย “ผักหวานป่า” ฟันรายได้เดือนละหลักแสน

ชีวิตต้องสู้มุ่งสืบทอดธุรกิจครอบครัวแบบเกษตรก้าวหน้า “สวนผักหวานป่าเจริญทรัพย์” ที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 40 ปี ในเนื้อที่ 40 ไร่ เก็บเกี่ยวผลผลิต 3 วัน/ครั้ง ประมาณ 800 กิโลกรัม ฟันกำไรถึง 6-7 พันบาท/ครั้ง เฉลี่ยต่อเดือนสร้างรายได้อู้ฟู่ทะลุหลักแสน จนทำให้ตระกูล “เจริญทรัพย์” ก้าวสู่เศรษฐีชาวสวนเพียงชั่วข้ามคืน

คุณณัฐติกาญจน์ เจริญทรัพย์ ทายาทสวน ผักหวานป่า เจริญทรัพย์ เข้ามาสานต่อธุรกิจต่อจากคุณแม่ที่ได้ปลุกปั้นมากับมือนานนับ 40 ปี โดยปัจจุบันมีเนื้อที่สวนผักหวานป่าทั้งหมด 40 ไร่ แบ่งหน้าที่การดูแลให้แก่คนงานช่วย ๆ กันประมาณ 5 คน นอกจากจะปลูกผักหวานแล้ว ยังปลูกพืชล้มลุกต่างๆ แทรกเพื่อเสริมรายได้อีกหลายทาง

เหตุผลที่หันมาสืบทอดธุรกิจเกษตร “สวนผักหวานป่าเจริญทรัพย์”

คุณณัฐติกาญจน์ เล่าว่า “สวนผักหวานเป็นธุรกิจของครอบครัวที่ช่วยให้มีฐานะเลี้ยงดูตนมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งตอนนี้เราเป็นทั้งชาวสวนและแม่ค้าไปพร้อมกัน เพื่อบริหารธุรกิจเกษตรอย่างเต็มรูปแบบ ส่วนวิธีปลูกผักหวานป่าก็ง่ายๆ เหมือนปลูกพืชทั่วไปเลย คือ
1.ต้องเริ่มปลูกต้นมะขามเทศเพื่อให้เกิดร่มเงาก่อน เพราะผักหวานไม่ชอบแสงแดด และการปลูกต้นมะขามต้องเว้นระยะห่างประมาณ 3 เมตร
2.ก่อนนำผักหวานลงปลูก ให้ขุดดินลึกราว 1 หน้าจอบ
3.ทำการครอบเข่งที่มีปากขนาด 30 ซม. (การครอบเข่งจะช่วยให้เกิดร่มเงา และถ้าจะเอาครอบเข่งออก ต้องให้ผ่านไป 1 ปีก่อน)
4.นำไม้ไผ่สั้นมาปัก เพื่อยึดเข่งไม่ให้เคลื่อน เพราะหากเคลื่อน อาจทำให้เป็นอันตรายต่อผักหวานได้
5.ในช่วงแรกให้ลดน้ำ 2 วัน/ครั้ง จนครอบ 1 ปี ค่อยเว้นระยะอาทิตย์ละครั้ง
6.เมื่อครบอายุ 2 ปี ให้ตัดแต่งกิ่ง รูดใบออก เพื่อบังคับให้ยอดอ่อนงอกออกมา แล้วนำไปขายได้เลย”

เทคนิคการกระตุ้นผักหวานให้ออกยอดเร็วๆ
 1.ให้ตัดแต่งกิ่งใบล่วงหน้า 30 วัน ก่อนครบกำหนดเก็บเกี่ยว
 2.ให้น้ำสม่ำเสมอตามระยะที่กำหนด
 3.ให้ฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นยอดผักหวาน
 3.1 ฮอร์โมน 18 ช้อนแกง
 3.2 นมผง 10 ช้อนแกง
 3.3 เครื่องชูกำลัง 2 ขวด
 3.4 น้ำสะอาด 200 ลิตร
 3.5 ในช่วงฤดูฝน ใบของผักหวานจะเป็นลาย ให้ผสมสารป้องกันเชื้อราลงไปด้วย

วิธีการเก็บยอดผักหวานป่า

1.ต้องหักสุดก้านไม่ให้เหลือต่อเลย เพื่อให้ยอดครั้งต่อไปขึ้นง่ายๆ
2.ขนาดที่จะเก็บ ขึ้นอยู่กับความยาวของยอดตามที่ตลาดต้องการด้วย โดยปกติมีด้วยกัน 3 ขนาดคือ 1.ความยาว 10 ซม. ราคา 300 บาท/กิโลกรัม 2.ความยาว 15 ซม. ราคา 200 บาท/กิโลกรัม 3.ความยาว 20 ซม. ราคา 100 บาท/กิโลกรัม

สำหรับระยะการเก็บเกี่ยวตามช่วงฤดูกาล “ช่วงหน้าหนาวผลผลิตจะดี แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าร้อนผลผลิตจะแย่ลง  เนื่องจากผักหวานป่าชอบอากาศหนาว ฉะนั้นราคาขายในช่วงหน้าหนาวอยู่ที่ 100 บาท แต่ถ้าเป็นช่วงหน้าร้อนราคาอยู่ที่ 40-50 บาท นอกจากนี้ตลาดหลักๆ ตอนนี้อยู่ที่ตลาด 2 แห่งคือ ตลาดไท ส่งขายครั้งหนึ่งประมาณ 500-800 กิโลกรัม แต่ก็ขึ้นอยู่กับอัตราการสั่งซื้อของแม่ค้าด้วย และตลาดสี่มุมเมือง ส่งขายครั้งหนึ่งประมาณ 400 กิโลกรัมถึง 2 ตัน ซึ่งถ้าให้เฉลี่ยรายได้สำหรับการขายผักหวานป่าในแต่ละครั้งก็ประมาณ 6-7 พันบาท ภายใน 1 เดือนมีรายได้เกือบแสน”

การลงทุนสวน ผักหวานป่า

“ปลูกผักหวานป่าจำนวน 1 ไร่ ต้องใช้ต้นผักหวานประมาณ 400-600 ต้น ใช้เงินลงทุน 35,000 บาท (สำหรับการลงมือปลูกเอง) แต่ถ้าจ้างคนงานปลูก ต้องใช้เงินลงทุนถึง 50,000 บาท เพราะต้องจ่ายค่าแรงงานด้วย ฉะนั้นทางที่ดีปลูกเองดีกว่า จะได้ลดภาระค่าใช้จ่าย ส่วนพันธุ์ผักหวานที่ปลูกมีอยู่ด้วยกัน  2 สายพันธุ์ คือ ผักหวานป่าพันธุ์ใบกลมเขียว ก้านใหญ่ น้ำหนักดี แต่ตลาดต้องการผักหวานป่าพันธุ์ใบรีมากกว่า ซึ่งจะมีลักษณะเหลืองนิดๆ ออกสีทองสวย แต่น้ำหนักน้อย”

“สำหรับเกษตรกรที่สนใจปลูกผักหวาน 1.ต้องมีความอดทน 2.ต้องมีความตั้งใจ 3.ต้องไม่ล้มเลิกง่ายๆ และ 4.ต้องเชื่อมั่นในผลงาน ทั้งนี้ถ้าใครสนใจปลูกผักหวานป่า สามารถเข้ามาศึกษาที่ “สวนผักหวานป่าเจริญทรัพย์” ได้เลย โดยโทร.มาได้ที่เบอร์ 087-116-2338 ที่ตั้งสวนอยู่ที่ ตำบลหนองบัว อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี”

 

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

ผักหวานป่า

แสดงความคิดเห็น