เวียดนาม เข้าร่วม TPP คาดอีก 3 ปีรุ่งสุดใน 12 ประเทศ

เวียดนามร่วมลงนามเป็นสมาชิก TPP คาดอีก 3 ปี บังคับใช้ หนุนรายได้โตสุดใน 12 ประเทศสมาชิก

ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans – Pacific Strategic Economic Partnership Agreement: TPP)  เป็นการตกลงทางการค้าเสรีที่มีมาตรฐานเข้มแข็ง เพื่อให้เกิดการบูรณาการทางเศรษฐกิจในด้านการเปิดตลาดการขายสินค้า บริการ   และการลงทุน ในการสร้างความสอดคล้องทางเศรษฐกิจให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เช่น นโยบายการแข่งขัน การจัดซื้อโดยรัฐ ทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานแรงงาน และสิ่งแวดล้อม เป็นต้น นอกจากนี้ TPP ยังถูกมองว่าเป็นข้อตกลงทางการค้าเสรีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วย 12 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น แคนาดา ชิลี เม็กซิโก เปรู ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน และล่าสุดคือ เวียดนาม

จากการรวบรวมข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า เวียดนามอีโคโนมิก ไทมส์ มีการรายงานความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ของประเทศเวียดนามที่เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ โดยจะมีผลบังคับใช้ในปี 2561 ซึ่งเป็นโอกาสให้กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพิ่มมูลค่าการส่งออก ขณะเดียวกันจะนำมาซึ่งความท้าทายใหม่ในเวียดนามอีกด้วย

ในรายงานมีการเปิดเผยว่า นายหวู ฮวี ฮวาง รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ประเทศเวียดนาม กล่าวถึงการดำเนินการที่จะเป็นไปตามแผนการไว้เป็นสิ่งสำคัญและสะท้อนให้เห็นว่า TPP จะมีผลบังคับใช้ตามเวลาที่สัญญา ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา นอกจากการบรรลุข้อตกลงร่วมระหว่าง 12 ประเทศใน TPP เวียดนามจะได้บรรลุการเจรจาทวิภาคีกับประเทศสมาชิกบางประเทศ เช่น ข้อตกลงทวิภาคีระหว่างเวียดนามกับสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ข้อตกลงระหว่างเวียดนามกับออสเตรเลียเกี่ยวกับการเพิ่มเวลาทำงานสำหรับบุคคลธรรมดา   (Natural Person) ที่ทำงานในประเทศนี้ เป็นต้น

เนื้อหาที่ระบุไว้ในข้อตกลงประกอบด้วย ทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายการลงทุนต่างชาติ มาตรฐานสิ่งแวดล้อมและแรงงาน นโยบายจัดซื้อแข่งขันและรัฐวิสาหกิจ รวมไปถึงกระบวนการแก้ไขข้อพิพาท หลังเสร็จสมบูรณ์ TPP จะครอบคลุมร้อยละ 40 ของเศรษฐกิจโลก และเพิ่มขึ้น 300 พันล้านดอลลาร์ต่อปีให้กับ GDP โลก ที่สำคัญกว่านั้นคือข้อมูลการวิจัยของสถาบันเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศปีเตอร์สัน (PIIE) เผยว่า หลังจากที่เวียดนามลงนาม TPP แล้ว จะกลายเป็นประเทศที่มีรายได้และการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นที่สุดใน 12 ประเทศสมาชิก ที่ร้อยละ 13.6 และร้อยละ 13.7 ตามลำดับ ส่วนประเทศมาเลเซียและญี่ปุ่นก็จะได้รับผลประโยชน์เช่นกัน ขณะที่ประเทศที่ไม่เข้าร่วม TPP จะได้ผลเสียอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนทิศทางการค้า โดยเฉพาะประเทศจีน การส่งออกจะลดลงร้อยละ 1.2

นอกจากนี้ในรายงานยังเปิดเผยอีกว่า การส่งออกภาคสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และสินค้าเกษตร ประเทศเวียดนามจะเติบโตสูงเมื่อ TPP มีผลบังคับใช้ ส่วนภาคสินค้าการเกษตรและอาหารทะเลอาจขยายตัวต่ำกว่า เพราะการส่งออกสินค้าอาหารทะเลของเวียดนามไปยังตลาดสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นสูงอยู่แล้ว เพียงแต่เวียดนามต้องรักษาคุณภาพสินค้าส่งออกและความสามารถในการแข่งขันด้านความปลอดภัยทางอาหาร นอกจากนั้นความท้าทายในด้านการเลี้ยงสัตว์จะเป็นอุปสรรคมากที่สุดสำหรับเวียดนามเมื่อความตกลง TPP มีผลบังคับใช้ เนื่องจากการผลิตยังอยู่ในขนาดเล็ก รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการผลิตสูง ตลอดจนความสามารถในการเข้าร่วมห่วงโซ่การผลิตและห่วงโซ่อุปทานโลกยังต่ำ

ทั้งนี้ เพื่อลดจุดอ่อนภาคการเลี้ยงสัตว์ของเวียดนาม ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนการขยายและปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ  รวมทั้งผลักดันการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาส่งเสริมในการเพาะปลูกและปศุสัตว์

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: [email protected] สายด่วน 1333

TPP sme

แสดงความคิดเห็น