เผยแผนแก้วิกฤติ โฮจิมินห์ซิตี้ป้องกันน้ำท่วม

แม้ว่าเวียดนามใต้อาจประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรงในประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่ยังต้องวิตกกังวลถึงปัญหาในระดับภูมิภาคมากกว่านั้นซึ่งอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มอย่างโฮจิมินห์ซิตี้ นั่นคือ ปัญหาอุทกภัย

โฮจิมินห์ซิตี้จะต้องเจอมรสุมทุกปี แม้แต่จากแม่น้ำไซ่ง่อนก็สามารถไหลเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มนี้ได้  แต่ปัญหาอุทกภัยในโฮจิมินห์ซิตี้ที่เคยเกิดขึ้นนั้น ยังไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย ที่เจอวิกฤติอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปี 2011

สาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาอุทกภัยนั้น พบว่าเกิดจากการแสวงหาผลประโยชน์จากน้ำบาดาลสำรองในโฮจิมินห์ซิตี้ ข้อมูลจากการประปาไซ่ง่อน (Sawaco) ชี้ให้เห็นว่า มีการใช้น้ำประมาณ 2.2 พันล้านลิตร (581,200,000 ดอลลาร์สหรัฐแกลลอน) ต่อวัน จากปริมาณ 1,650,000,000 พันล้านลิตร  (435,883 ล้านดอลลาร์สหรัฐแกลลอน) หรือร้อยละ 75 ของการผลิต

โฮจิมินห์ซิตี้จึงแก้ปัญหาขจัดน้ำออกจากพื้นดิน ที่เป็นสาเหตุทำให้พื้นดินทรุด ส่งผลให้จมลงไปในระดับที่น่าตกใจ
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นเวียดนาม (NRSE) ได้ประมาณการณ์ไว้ว่า มีพื้นที่ 20 แห่งของเมืองจะจมน้ำลงปีละ 15 มิลลิเมตร หรือครึ่งนิ้ว ในขณะที่พื้นที่อื่น ๆ อีกราว 40 แห่ง จะจมปีละ 5-10 มิลลิเมตร พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดในปัจจุบันครอบคลุมมากกว่า 7,200 เฮกตาร์ (17,792 ไร่)

ตัวเลขเหล่านี้อาจดูเหมือนไม่มากนัก แต่ความจริงแล้วพื้นที่ลุ่มนี้จะค่อย ๆ จมน้ำลงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งโฮจิมินห์ซิตี้นี้เป็นเมืองที่อยู่ในระดับพื้นที่ลุ่ม แต่ก็ถือว่ายังอยู่เหนือระดับน้ำทะเล ขณะที่บางพื้นที่อยู่ในระดับต่ำมาก 0.6-0.9 เมตร หรือ 1.97-2.95 ฟุต

ปัญหาเหล่านี้เกิดจากการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ทั้งในแนวราบและแนวตั้ง มีพื้นที่ชานเมืองเคยเป็นหนองน้ำหรือป่าชายเลน ขณะที่การก่อสร้างของเมืองเพิ่มสูงขึ้น  ซึ่งต้องใช้ดินและน้ำจำนวนมากเป็นส่วนประกอบหลักในการก่อสร้าง
ดังนั้น โฮจิมินห์ซิตี้จึงมีการวางแผนพัฒนาในระยะยาว วิศวกรจะเร่งลงมือติดตั้งระบบสายไฟในอุโมงค์ใต้ดินของรถไฟใต้ดินในโฮจิมินห์ซิตี้  และสร้างคอนกรีตเพื่อป้องกันน้ำที่ท่วมอยู่ด้านนอก ไม่ให้ไหลเข้ามาท่วมภายในอุโมงค์รถไฟใต้ดินได้

644 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น