แค่ทำให้คนเก่งขึ้น 1% คุณก็จะทำงานน้อยลง 99%

“แค่ทำให้คนเก่งขึ้น 1% คุณก็จะทำงานน้อยลง 99%” เป็นชื่อหนังสือเล่มหนึ่งที่พอเห็นปุ๊บถึงกับต้องหยิบขึ้นมาดู เรียกได้ว่าแค่ชื่อก็กระตุ้นความสนใจได้ไม่น้อย เพราะถ้าเป็นจริงก็นับว่าเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ๆ และคุ้มค่าเห็น ๆ

ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้คือ โคโนะ เอตาโร่ กรรมการผู้จัดการ สายบริหารธุรกิจข้ามชาติของ IBM ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้นำในการปฏิรูปทรัพยากรบุคคลขององค์กร และเคยทำงานกับเอเจนซี่ยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นและบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก

โดยโคโนะ เอตาโร่ เห็นว่าการพัฒนาตัวเองเพื่อให้เก่งขึ้นจนคนอื่นตามไม่ทันนั้นเป็นวิธีการที่ดี แต่ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร เพราะสุดท้ายแล้วคนเก่งก็ต้องรับผิดชอบงานทั้งหมดอยู่ดี ซึ่งก็จะทำให้ไม่เหลือเวลาให้กับเรื่องอื่น ๆ ในชีวิต
ในขณะที่การทำให้คนรอบตัวเก่งขึ้น กลับจะเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของเราได้มากกว่า (ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะไม่ถึง 99% แต่ก็คงจะช่วยได้ไม่น้อย)

หนังสือเล่มนี้โคโนะ เอตาโร่ ได้นำเคล็ดลับของผู้บริหารญี่ปุ่นที่ใช้ในการบริหารจัดการคนมานำเสนอ ซึ่งเป็นวิธีที่แพร่หลายและยังช่วยทำให้คนที่ทำงานให้คุณทำงานได้เก่งขึ้น และมีผลงานเป็นที่น่าพอใจ

โดยในหนังสือเล่มนี้จะแบ่งออกเป็นเคล็ดลับต่าง ๆ 8 บท ที่เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกคนมาเข้าทีม เคล็ดลับการขอความร่วมมือเรื่องงาน เคล็ดลับกระตุ้นผลงานคนในทีม เคล็ดลับการจัดการกับปัญหา รวมไปถึงเคล็ดลับการสร้างความก้าวหน้าให้ทีม การเติมไฟให้ทีม การสอนคนในทีม และการฝึกตัวเราเองให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ซึ่งล้วนเป็นเรื่องของการบริหารจัดการทีมและการเป็นผู้นำทั้งสิ้น

ผู้เขียนจะปูพื้นตั้งแต่เรื่องความแตกต่างของหัวหน้ากับเจ้านายที่หลาย ๆ คนยังสับสน และทำให้เกิดปัญหาการบริหารจัดการ ซึ่งผู้เขียนได้นิยามคำว่า “หัวหน้า” ว่า คือ คนที่กระตุ้นให้คนอื่นรู้สึกอยากทำงาน โดยมีพื้นฐานความเชื่อว่า คนเราทุกคนมีความตั้งใจ ในขณะที่ “เจ้านาย” คือ คนที่เชื่อว่า คนทำงานมีความเหลวไหล ดังนั้นเจ้านายจึงมักมีบุคลิกของการเป็นคนที่คอยควบคุมคนอื่น

และเมื่อหัวหน้าและเจ้านายมีความแตกต่างกัน ในหนังสือเล่มนี้จึงอธิบายถึง เคล็ดลับของการเป็นหัวหน้างานที่ดี ซึ่งผู้เขียนใช้วิธีการเขียนเป็นตอนสั้น ๆ ทำให้อ่านสบาย และเข้าใจได้ง่าย จึงทำให้หนังสือเล่มนี้กลายเป็นหนังสือขายดีถล่มทลายในประเทศญี่ปุ่น

เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้อาจจะดูเป็นหัวข้อที่หลาย ๆ คนคิดว่ารู้อยู่แล้ว แต่อย่างน้อยหนังสือเล่มนี้ก็ช่วยทบทวนหรือกระตุ้นให้คนที่เป็นหัวหน้ามีไฟในการทำงานมากขึ้น ในขณะเดียวกันหากใครที่เดิมเคยเป็น “เจ้านาย” ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะได้เข้าใจและปรับบทบาทหน้าที่ของตัวเองให้กลายเป็นคนที่ลูกน้องรักมากขึ้นและพร้อมที่จะทุ่มเททำงานให้ ซึ่งก็จะทำให้คุณทำงานน้อยลง และมีเวลากับเรื่องอื่น ๆ มากยิ่งขึ้น ความสำเร็จและความสุขจะไปไหนเสีย จริงมั้ยละคะ

818 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น