ควักเงิน 3 ล้าน ช่วยเกษตรกรสวนมะขาม สร้างกิจการ Nine Tamarind

มะขามอบแห้งแบรนด์ Nine Tamarind เกิดจากความต้องการของ คุณชัยวัฒน์ ที่อยากช่วยชาวสวนมะขามที่ขายมะขามไม่ออกจนเน่าเสียและต้องทิ้งไป โดยนำมาแปรรูปเป็นมะขามอบแห้ง ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลตัวอย่างที่สามารถต่อยอดผลผลิตที่เกือบไร้ค่าสู่สินค้าชั้นเยี่ยมฝีมือคนไทย ด้วยการลงทุนทำห้องเย็นเกือบ 3 ล้านบาท เอาไว้แช่มะขามเพื่อรักษาความสด และสามารถคืนทุนได้ภายใน 3 ปีแรก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ให้การตอบรับที่ดีมาก

คุณชัยวัฒน์ ศรีเทศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนน์ แทมมะรินด์ จำกัด และบริษัท ไนน์ เพชรบูรณ์ เทรดดิ้ง จำกัด  ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจมะขามอบแห้งว่า “ก่อนหน้านี้ผมเป็นพนักงานกินเงินเดือนในธนาคารมากว่า 20 ปี ส่วนธุรกิจนี้ถือว่าเป็นการต่อยอดมาจากอาชีพของพ่อกับแม่ เพราะครอบครัวผมทำสวนมะขามอยู่แล้ว ดังนั้นผมจึงรู้เรื่องเกี่ยวกับมะขาม อีกทั้งเมื่อปี 2535 เป็นต้นมา ได้เกิดปัญหาทางด้านตลาด เนื่องจากพ่อค้าคนกลางมาซื้อมะขามและขอลดราคาลง ซึ่งผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่านี่คือเทคนิคการซื้อขายแบบฉบับของพ่อค้าหรือเปล่า แต่ด้วยมะขามที่มักจะออกผลปีละครั้ง ชาวสวนมะขามก็อยากได้กำไรจากการขายเช่นกัน อีกทั้งในบางคราวก็ขายมะขามไม่หมด ทำให้ถูกเก็บสต็อกจนเน่าเสีย ดังนั้น ผมจึงเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรที่จะแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ พอเข้าปี 2549-2550  ผมก็ทำห้องเย็นเพื่อเก็บมะขามแช่เย็น และค่อยๆ นำไปทยอยออกขาย เพื่อลดปัญหามะขามที่ขายไม่ออก ซึ่งวิธีการนี้ นับว่าได้ผลสำเร็จที่ดีมาก ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบ รวมทั้งสามารถเก็บไว้ขายตอนไหนก็ได้ ผมจึงพลิกผันตัวเองกลายมาเป็นนักธุรกิจแปรรูปมะขามสดสู่มือคนไทยและต่างชาติ ภายใต้แบรนด์ไนน์ แทมมะรินด์ มากว่า 3 ปีแล้ว จากความคิดตอนแรกเพียงแค่ต้องการช่วยพ่อแม่และญาติพี่น้องชาวสวนมะขาม เพื่อลดปัญหามะขามเน่าเสียเท่านั้น”

“เงินลงทุนการทำธุรกิจแรกเริ่ม ใช้เงินทำห้องเย็น 3-5 ล้านบาท ทำธุรกิจนี้มาได้ 3 ปีกว่าแล้ว โดยในระยะ 3 ปีนี้ก็สามารถคืนทุนได้แล้วเช่นกัน ส่วนเงินทุนในการแปรรูปไม่สามารถคาดคะเนค่าใช้จ่ายได้ เนื่องจากมีการใช้จ่ายทั้งค่าแรงงานคนงาน และวัตถุดิบต่างๆ แต่ถ้าถามว่าตอนนี้ได้กำไรเท่าไร บอกได้เลยว่า ผมไม่ได้หวังเรื่องกำไรมากนัก เพราะอย่างที่กล่าว ผมต้องการช่วยชาวเกษตรกรสวนมะขามเท่านั้น ทั้งนี้กรรมวิธีการผลิตง่ายๆ เลยคือ เพียงแค่นำมะขามสดมาปลอกเปลือก แกะเมล็ดออก แล้วนำไปอบให้แห้งก็เสร็จแล้ว ต่อมาก็ออกแบบแพ็คเก็จจิ้งใส่วางขาย สินค้าทั้งหมดนี้ถือว่ามีผลตอบรับที่ดีมาก แต่ก็มีปัญหาและอุปสรรคเช่นกัน โดยหลักๆ ก็จะเป็นเรื่องของเวลาที่ซื้อมะขามสดๆ เราไม่ทราบว่าเนื้อข้างในเป็นอย่างไร จะมีมอดหรือไม่ก็ไม่รู้ ดังนั้นก็มีความเสี่ยงอยู่บ้าง แต่ผมก็ไม่ได้กังวลอะไร”

“เนื่องจากมะขามอบแห้งของผม ส่วนใหญ่ 90% เป็นมะขามอบแห้งแบบธรรมชาติ และธุรกิจนี้ก็เกิดจากการช่วยพ่อแม่ และญาติพี่น้องชาวเกษตรกรสวนมะขาม เพื่อลดปัญหามะขามเน่าเสียจากการไม่มีคนซื้อ เปรียบเสมือนผมเป็นตัวกลางที่คอยรับซื้อผลผลิตจากสวน เพื่อมาแปรรูปเป็นสินค้าของคนไทย”

สำหรับช่องทางการขาย คุณชัยวัฒน์ ได้เล่าว่า “เกือบ 100% ส่งขายเข้าห้างสรรพสินค้าทั้งหมด ขายผ่านหน้าร้าน 10% ขายเอง 10% แต่ต่อไปผมจะเพิ่มช่องทางการขายผ่านออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือไลน์ เพราะการส่งขายตามห้างบางครั้งก็พบปัญหา นั่นก็คือ ถูกเอาเปรียบ เช่น ผมเอาสินค้ามะขามอบแห้งใส่แพ็คเก็จจิ้งไปนำเสนอขาย พอผ่านขั้นตอนตรงนี้ก็สามารถนำสินค้าเข้าไปขายได้ แต่ก็ถูกเรียกเก็บค่าแรกเข้าตั้งแต่หลักหมื่นขึ้นไป ขณะเดียวกันที่แย่กว่านั้น บางห้างไม่เอาสินค้าผมวางขายตาม shelf แต่กลับเอาไปเก็บไว้ แล้วก็เรียกให้ผมไปเอาสินค้าคืน พร้อมกับบอกว่าขายไม่ออก ซึ่งในส่วนนี้เองผมจึงอยากขายเองมากกว่า”

“นอกจากนี้ ผมยังนำสินค้าไปออกบูธร่วมจัดกิจกรรมกับหน่วยงานต่างๆ อีกทั้งเมื่อก่อนก็ได้ส่งสินค้าไปยังประเทศบรูไน สิงคโปร์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย เวียดนามบ้าง แต่หลังๆ มานี้ มะขามอบแห้งแบบของเราถูกชาวต่างชาติก๊อปไปเยอะ ก็เลยหันมาขายในประเทศไทยมากกกว่า ซึ่งถ้าชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อไปทานจริงสามารถมาซื้อได้ด้วยตนเอง หรือสั่งซื้อผ่านเทรดดิ้งที่เป็นตัวแทนต่างประเทศได้”

แผนการพัฒนาธุรกิจในอนาคต คุณชัยวัฒน์ เล่าว่า “ตอนนี้ต้องการเครื่องแกะเปลือกมะขาม ซึ่งคิดว่ากำลังสร้างอยู่ และถ้ามีเครื่องนี้ก็จะง่ายต่อการขยายยอดผลผลิตได้เยอะ เนื่องจากจะได้ลดระยะเวลาการผลิตด้วย เพราะแกะเปลือก 50% แกะเมล็ด 20% ของเสียอีก 10% แล้วต้องเข้าสู่การอบแห้งอีก ซึ่งทำให้ผลิตไม่ทันต่อความต้องการของลูกค้า อีกทั้งสิ้นปีนี้ผมจะมีโครงการ Nine Phetchabun Farm ที่ตั้งอยู่ในจ.เพชรบูรณ์ เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่สนใจเข้ามาศึกษาถึงกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นห้องแกะเปลือก ห้องแกะเมล็ด ห้องอบ โดยใช้พื้นที่ทั้งหมด 30 ไร่ อีกทั้งยังมีรีสอร์ทไว้ให้พักผ่อน และมีลานจอดรถสำหรับเข้าชมงานด้วย”

“ช่องทางติดต่อของผมจะมีด้วยกัน 2 ช่องทางคือ ที่บริษัท ไนน์ แทมมะรินด์ จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิต และอีกแห่งหนึ่งคือ บริษัท ไนน์ เพชรบูรณ์ เทรดดิ้ง จำกัด เป็นที่จัดจำหน่ายโดยเฉพาะ และยังมีหน้าร้านที่กรุงเทพฯ ตั้งอยู่เลขที่ 256,256/1 ราษฎร์บูรณะ 32/2 สามารถโทร.มาได้ที่เบอร์ – 089-140-6643,- 02-840-9619 และเว็บไซต์ www.Nine-tamarind.com Facebook:www.facebook.com/9tamarind

 

 

มะขาม

1590 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น