เปิดแผนพัฒนา ศก.ชาติ วางเป้า ปท.หลุดพ้นรายได้ปานกลางใน 10 ปี

ภาครัฐ หนุนโลจิสติกส์ยุคใหม่ ลดขั้นตอนราชการ ตั้งเป้าหลุดพ้นประเทศรายได้ปานกลาง

นางสาวสุนันทา กังวานกุลกิจ รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ภาครัฐและหลายภาคส่วนหนุน Trade Facilitation เพื่อยกระดับการค้า และแนวโน้มการนำเข้า–ส่งออกของ SME ไทย ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ยุค 4.0 โดยมีการวางเป้าหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์การค้าระหว่างประเทศให้ทุกภาคส่วน เตรียมพร้อมและมีความทันต่อเทคโนโลยีที่จะเข้ามาสนับสนุนในการดำเนินธุรกิจด้านต่าง ๆ ที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยเฉพาะ  SME ไทยในภูมิภาคต่าง ๆ ที่เปรียบดั่งฟันเฟืองเศรษฐกิจของชาติ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายทางเศรษฐกิจไทย ผลักดันให้เอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางลงทุนในภูมิภาค

ด้านนายวรรณวิทย์ อาขุบุตร รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ วิเคราะห์ศักยภาพและแนวโน้มการแข่งขันด้วย Trade Facilitation ของผู้ประกอบการไทยว่า สถานการณ์ปัจจุบันนั้นประเทศไทยเปรียบเสมือนปลาที่ไม่รู้จักน้ำ ว่ายอยู่ในแหล่งน้ำที่ไม่คุ้นเคย ไม่รู้จัก จากกฎระเบียบและขั้นตอนทางกฎหมาย รวมถึงเทคโนโลยีที่เข้ามาหนุนในภาคธุรกิจต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ที่สำคัญข้อกฎหมายของไทยยังไม่สอดคล้องกับกฎหมายสากล (องค์การการค้าโลก หรือ World Trade Organization : WTO)  ซึ่งเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2013 WTO ได้มีข้อกำหนด Trade Facilitation ให้กับประเทศด้อยพัฒนาได้เข้ามาในกลไกตลาด

นายวรรณวิทย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า มติจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2015 เห็นชอบในเรื่องการแจ้งบทบัญญัติที่ไทยพร้อมปฏิบัติได้ทันทีเมื่อความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการค้ามีผลบังคับใช้ (Category A) รวม 131 บทบัญญัติ และเห็นชอบระยะเวลาปรับตัวสำหรับบทบัญญัติที่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว (Category B) รวม 12 บทบัญญัติ นอกจากนี้ยังให้กระทรวงพาณิชย์แจ้งมติจากคณะรัฐมนตรีไปยังองค์การการค้าโลก (World Trade Organization : WTO)  ด้วย

สำหรับความคืบหน้าในเรื่องระบบอำนวยความสะดวกทางการค้า (Trade Facilitation) ในประเทศไทยนั้น นางสาวศศิธร พลัตถเดช  รักษาการผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์การผลิตและบริการ กล่าวว่า แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติจะวางยุทธศาสตร์ระยะยาว 20 ปี โดยแบ่งออกเป็นแผน 4 แผนระยะกลาง แผนละ 5 ปี ซึ่งเป้าหมายที่ได้วางไว้เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยหลุดจากกลุ่มประเทศที่มีประชากรมีรายได้ 1,200 เหรียญสหรัฐต่อคน ขึ้นมาเป็น 12,000 เหรียญสหรัฐต่อคน ภายใน 10 ปี และ GDP ประเทศต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5  โดยตัวเลขในปี 2015 ที่ผ่านมาอยู่ที่ร้อยละ 2.8 และคาดการณ์ว่าในปีหน้า (2017) จะโตเพียงแค่ร้อยละ 3.3 ในปัจจุบันใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 ซึ่งภายในปีนี้ 2016 จะเริ่มปรับมาใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 โดยในแผนดังกล่าวได้มีการวางเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลางภายใต้ยุทธศาสตร์นี้

ในด้านยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน จะมีการพัฒนาโลจิสติกส์ การสื่อสาร คมนาคม การขนส่งมนุษย์และสินค้า พร้อมกับพัฒนานโยบายและกฎระเบียบ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานหน่วยงานรัฐ ซึ่งจะมีการลดขั้นตอนการทำงานให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น และเอกสารจะพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ อนาคตการค้าไทยภายใต้กรอบการค้าโลก นางจันทิมา สิริแสงทักษิณ รองประธานอนุกรรมการเพื่อปรับลดขั้นตอนกระบวนการทำงานของหน่วยงานภาครัฐรายสินค้ายุทธศาสตร์ ชี้แจงว่า ขณะนี้ทางภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการปรับลดกระบวนการเรื่องเอกสาร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ โดยเริ่มจากสินค้าหลัก  5 ประเภท เพื่อเป็นกรณีศึกษา ประกอบด้วย น้ำตาล ข้าว ยางพารา ประมง ปศุสัตว์ และวัตถุอันตราย

นางจันทิมา ได้ยกตัวอย่างกรณีสินค้าน้ำตาล จากเดิมมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 9 แห่ง การดำเนินการ 18 ขั้นตอน และมีการใช้เอกสาร 586 ฉบับ รวมถึงกฎหมายที่ต้องรู้อีก 13 ฉบับ โดยมีการวางเป้าหมายเพื่อลดขั้นตอนต่าง ๆ ให้น้อยลงที่สุด และปรับลดการใช้กระดาษลง เพื่อผลักดันให้เห็นว่าไทยได้สร้างความสะดวกสบายลดขั้นตอนการทำงานของหน่วยงานรัฐและเอกชนได้ จากการศึกษาพบว่า การดำเนินเรื่องเอกสารจะมีการขอบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านทุกครั้ง ทุกหน่วยงาน ซึ่งส่วนนี้สามารถปรับลดได้โดยนำกรณีศึกษาจากโรงพยาบาลรามาธิบดีที่สามารถใช้แค่ชื่อจริงกับนามสกุล โดยทางโรงพยาบาลมีการประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอดูทะเบียนราษฎร์ ก็สามารถทำบัตรประจำตัวผู้ป่วยที่โรงพยาบาลได้ จากโมเดลนี้ทำให้สามารถปรับลดเอกสารลงได้ รวมถึงจะปรับลดขั้นตอนการลงลายเซ็นอนุมัติให้ผ่านบุคคลน้อยลงและใช้ใบอนุญาตฉบับเดียวสามารถนำไปใช้ได้ทั้งหมด รวมถึงขยายอายุการใช้งานใบอนุญาต และทำให้ที่ทำการราชการกลายเป็น One Stop Service ได้

ทั้งนี้ นางจันทิมา ยังเสริมอีกว่า สำหรับการพัฒนาระบบที่กล่าวมานั้นต้องไม่ลืมที่จะพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะที่มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในระบบ อย่างเช่น องค์กรภาคเอกชนได้มีการนำ E-Commerce เข้ามาใช้ให้กับผู้สูงวัย ผ่านทาง Website ซึ่งภาคเอกชนได้มีการเตรียมแผนความพร้อมในการปรับตัว เป็นการจัดการเตรียมความพร้อมที่ดี โดยภาครัฐจะมีการนำความรู้ต่าง ๆ เข้ามาอบรมควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงระบบที่กำลังเกิดขึ้น

Bangkok Bank SME มีบริการสินเชื่อเพื่อการส่งออกในหลายผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองทั้งวงจร ท่านสามารถส่งสินค้าขายถึงปลายทางด้วยบริการแบบเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

กรอบยุทธศาสตร์ sme

571 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น