เนื้อหอมขีดสุด ฮ่องกงจ่อลงทุนอาเซียน

จากการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ FTA ระหว่างอาเซียนและฮ่องกงที่คาดว่าจะสำเร็จในเดือนกรกฎาคม 2559 ส่งผลให้ฮ่องกงย้ายฐานการผลิตมายังกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะ CLMV

ฮ่องกงเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ลำดับที่สองของอาเซียน และยังมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก จากที่ผ่านมาฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างก้าวกระโดดของจีน ซึ่งทั้งจีนและฮ่องกงได้มีการกำหนดให้อาเซียนเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับต้น ๆ ผ่านยุทธศาสตร์แห่งการเชื่อมต่อเส้นทางการค้าทางบกและทางทะเลภายใต้นโยบาย One Belt One Road และแผนความช่วยเหลือทางการเงินผ่านกองทุน Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB) ที่ระบุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีน ฉบับที่ 13 ในระยะเวลาตั้งแต่ปี 2559–2564

นอกจากนี้ ฮ่องกงได้นำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติของจีน ฉบับที่ 13 มาปรับใช้นโยบายแผนฯ 3  ปีของฮ่องกง จากการที่การค้าและการลงทุนระดับมหาศาลกำลังรุกคืบเข้ามายังอาเซียน ทำให้ไทยในฐานะเป็นประเทศผู้ประสานงานฝ่ายอาเซียนสำหรับการผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง จำเป็นต้องเตรียมรับมือและใช้ประโยชน์จากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

การค้าระหว่างอาเซียนและฮ่องกงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีอัตราการขยายตัวสูงกว่าการค้าระหว่างฮ่องกงกับจีน ในช่วงที่ 2552-2557 เติบโตที่ร้อยละ 9.6 และ10.1 ซึ่งสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์มีการเติบโตมากที่สุด ในขณะที่ฮ่องกงกับประเทศสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น มีตัวเลขการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 4.8 เท่านั้น สำหรับสินค้าที่ฮ่องกงนำเข้าและส่งออกกับอาเซียนนั้น จะอยู่ในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และส่วนประกอบเครื่องจักร

ในส่วนของการใช้สิทธิพิเศษฮ่องกงสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้าที่จีนทำไว้กับอาเซียน ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement : FTA) ที่ครอบคลุมการให้บริการด้านการขนส่ง การเงิน การกระจายสินค้าระหว่างทั้งสองภูมิภาค จนทำให้มูลค่าของการค้าด้านบริการ (Trade in Services) ระหว่างฮ่องกงและอาเซียนสูงขึ้นกว่า 16.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ฮ่องกงได้ย้ายฐานการผลิตจากเดิมที่เคยอยู่ที่ประเทศจีนมาที่อาเซียน จากการลงนามข้อตกลงความร่วมมือ FTA ระหว่างอาเซียนและฮ่องกงที่คาดว่าจะสำเร็จในเดือนกรกฎาคม 2559 ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งจะกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดการย้ายฐานการผลิตจากจีนเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนที่มีเป้าหมายหลักอยู่ที่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และกลุ่มประเทศเกิดใหม่อย่าง CLMV (เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และเวียดนาม)

ปัจจุบันฮ่องกงเป็นตลาดหลักสำคัญในการส่งออกข้าวของไทย ส่วนใหญ่เป็นการส่งออกข้าวหอมมะลิไทย ข้าวหอมปทุมธานี ข้าวเหนียว และข้าวขาว นอกจากนี้ไทยขอให้ฮ่องกงให้ความช่วยเหลือในการรับรองเรื่องการขนถ่ายลำเรือที่ส่งสินค้าจากไทยผ่านฮ่องกงไปยังประเทศจีน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่าย และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ส่งออกไทยมากขึ้น อีกทั้งฮ่องกงมีการแข่งขันกับประเทศคู่ค้าอื่น ๆ สูง ทำให้ฮ่องกงเป็นประเทศที่มีตลาดเป็นเสรี โดยสินค้าไทยมีความโดดเด่นในเรื่องของคุณภาพ และมาตรฐานสินค้า ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ฮ่องกงกำหนด เช่น ผักและผลไม้

ทั้งนี้ ประเทศไทยยังถือว่าฮ่องกงเป็นคู่ค้า แหล่งกระจายสินค้า และการท่องเที่ยวที่สำคัญ โดยเฉพาะจุดแข็งด้านการขนส่ง การกระจายสินค้า และเทคโนโลยีที่ดีของไทย จะสามารถดึงดูดนักลงทุนจากฮ่องกงได้ไม่น้อย แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง CLMV จะได้เปรียบในเรื่องของค่าจ้างแรงงานและพื้นที่ ขณะที่เทคโนโลยีและทุนจากต่างชาติจะสามารถใช้ประเทศเหล่านั้นเป็นฐานการผลิต ส่วนประเทศไทยจะได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์และทักษะแรงงานที่มีฝีมือ

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

BBL_SME-Go-Inter2_เมษายน-2559_V4 sme

453 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น