Fortron สินค้าพลังงานทดแทน ชูจุดแข็ง บุกอาเซียน

“ผมรักพนักงาน พนักงานก็รักผม รักองค์กร และส่งผ่านความรักถึงคู่ค้าและลูกค้าทุกราย” เป็นประโยคบริหารธุรกิจของ ดร.ถานันดร์ วัชโรทยางกูร นักธุรกิจรายใหญ่ของไทย ด้านผู้นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทน Fortron ที่กว่าร้อยละ 80 ของศูนย์รถยนต์ทุกแบรนด์เป็นคู่ค้าทั้งหมด

ความสำเร็จในการประกอบธุรกิจ ทำให้ Fortron สามารถเปิดแฟรนไชส์ศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ AutoQuiks และตั้งเป้าในอีก 5 ปีต้องมีให้ถึง 200 สาขา พร้อมบุกตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม)

จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ เป็นใบเบิกทางสู่ความสำเร็จ
จากตัวแทนจำหน่ายรายเล็ก ก้าวกระโดดนั่งแท่นเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลังงานทดแทนรายใหญ่ของไทยและภูมิภาคอาเซียน ดร.ถานันดร์  วัชโรทยางกูร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฟอร์ซ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เผยถึงจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า “เดิมเป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทรถยนต์แห่งหนึ่ง จนเกิดวิกฤติต้มยำกุ้งในปี 2540 เลยออกจากงานหันมาเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ของออสเตรเลีย แค่เพียง 6 เดือนแรก สามารถทำยอดจำหน่ายเทียบเท่าตัวแทนจำหน่ายอื่น 19 ราย ที่เข้ามาทำตลาดก่อนหน้าผม และหลังจากนั้นอีก 1 ปี ทางออสเตรเลียเล็งเห็นถึงศักยภาพ จึงให้ผมก่อตั้งบริษัทเพื่อนำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน เป็นต้นมา”

“ช่วงปี 2545 เกิดวาระแห่งชาติเรื่องพลังงานทดแทน ขณะนั้นผู้บริโภคไม่ทราบถึงวิธีการดูแลรถยนต์อย่างแท้จริง ทำให้เกิดผลกระทบด้านรถยนต์หลายทาง จนเป็นคำพูดที่ติดปากว่า “อะไร ๆ ก็โทษแก๊สโซฮอล์” จากนั้นผมและทางออสเตรเลียจึงร่วมกันวิจัยทำการต่อยอดผลิตภัณฑ์เพิ่มและสำเร็จในปี 2548  จากเดิมที่ดูแลแค่น้ำมันเบนซินธรรมดาและน้ำมันดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ก็เลยต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้แก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซล ถือว่าเราเป็นรายแรกและหนึ่งเดียวที่ดูแลไบโอดีเซลและแก๊สโซฮอล์ได้ ในรูปแบบผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ตามระยะทาง Fortron ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเรื่องดูแลรถสำหรับแก๊สโซฮอล์ E10 91/95 E20 E85 ไบโอดีเซล B5 B7 B10 รถที่ใช้ก๊าซ CNG LPG รวมไปถึงรถยนต์ระบบ HYBRID โดยสามารถขจัดน้ำ สลายไขมันในถังน้ำมัน และระบบเชื้อเพลิง ต้นเหตุที่ทำให้เกิดความชื้นและสิ่งสกปรกในระบบเชื้อเพลิง ทั้งเบนซินและดีเซล ที่เป็นสาเหตุของการทำลายเครื่องยนต์ โดยไม่ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งเป้าหมายของรัฐบาลคือ ต้องไปให้ถึง B 25 และเมื่อพัฒนาถึง B 100 ก็ไม่ต้องพึ่งน้ำมันจากต่างประเทศ”

เมื่อสินค้าโตในตลาดคู่ค้าแล้ว ถึงเวลาต้องโตด้วยแบรนด์ตัวเอง
ดร.ถานันดร์  เล่าว่า “จากเดิมสินค้าทั้งหมดเป็นโปรดักส์ดีไซน์ที่เป็นอินโนเวชั่น จำหน่ายผ่านทุกศูนย์บริการรถยนต์และทุกแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น ยุโรป ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และเป็น OEM ของบริษัทญี่ปุ่นด้วย แต่ขณะเดียวกันสินค้าทั้งหมดผ่านช่องทางจำหน่ายของคนอื่นกว่าร้อยละ 80 ที่เป็นคู่ค้าของเรา ดังนั้น ผมจึงพัฒนาเป็น Business Design ก่อตั้งศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ของตนเอง ภายใต้ชื่อ AutoQuiks ที่เป็นหนึ่งเดียวเรื่องการบำรุงรักษารถยนต์ด้านพลังงานทดแทนโดยตรง จนปัจจุบันได้รับ Franchise Standard ซึ่งเป็นศูนย์บำรุงรักษารถยนต์หนึ่งเดียวที่ได้รับมาตรฐานนี้ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์  ในปี 2558 เริ่มขายแฟรนไชส์ศูนย์บำรุงรักษารถยนต์แบรนด์ AutoQuiks ซึ่งตอนนี้มี 5 สาขา แบ่งเป็นสาขา 3 แห่ง และแฟรนไชส์ซี 2 แห่ง เป้าหมายในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า ต้องทำให้ได้ 200 สาขา ในพื้นที่สถานีบริการน้ำมันพีที และกำลังพัฒนาระบบแฟรนไชส์ให้ดีขึ้น พร้อมบุก AEC ในแถบประเทศ CLMV ก่อน”

“นักธุรกิจมักละเลยตลาดเก่า ใส่ใจตลาดใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง”
ดร.ถานันดร์  เล่าต่อว่า “ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทฯ มา อุปสรรคของผมไม่ได้อยู่ที่การบริหารจัดการธุรกิจ แต่อยู่ที่พฤติกรรมของผู้บริโภค โดยกว่าร้อยละ 90 ผู้บริโภคที่ขับรถยนต์มักขับเป็นอย่างเดียว แต่ดูแลเครื่องยนต์ไม่เป็น ทุกครั้งที่มีปัญหาจะโทร.เรียกช่างตลอด พอช่างบอกอะไร ให้จ่ายราคาเท่าไหร่ก็เชื่อหมด ซึ่งตรงส่วนนี้เป็นเส้นบาง ๆ ที่ผู้ขับรถต้องมีความรู้ ไม่เช่นนั้นจะสูญเงินไปกับค่าซ่อมรถแบบไม่รู้ตัวโดยไม่จำเป็น”

“นอกจากนี้ ผมยังได้รับการช่วยเหลือจากธนาคารกรุงเทพเป็นอย่างดี ซึ่งเดิมผมพยายามใช้เงินตัวเอง จะไม่ใช้เงินกู้ กระทั่งถึงจุดที่เราต้องต่อยอดและพัฒนาธุรกิจให้เติบโต จึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องใช้บริการเงินกู้จากธนาคารกรุงเทพ ดังนั้น ตลอด 16 ปี ที่ผมใช้บริการกับทางธนาคารกรุงเทพ เขาดูแลธุรกิจของผมดีจริง ๆ”

“ปัจจุบันผมเป็นผู้นำตลาดด้านพลังงานทดแทน สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุงรักษารถยนต์ตามระยะทาง มียอดขายเฉลี่ยตกเดือนละ 5-6 ล้านบาท ซึ่งเมื่อไรที่ผมรวย ทีมงานที่ทำงานร่วมกับผมต้องรวยด้วย “คำว่ารวย คือ การมีชีวิตที่ดี พอกับสิ่งที่เป็น” โดยสโลแกนที่ผมมอบให้กับพนักงานทุกคน “ดี เก่ง สำเร็จ ร่ำรวย มีความสุข และเป็นประโยชน์ให้แก่สังคม”

“สำหรับคู่แข่งนับว่ามีจำนวนมาก แต่เป็นคู่แข่งทางอ้อม เพราะเราเป็นหนึ่งเดียวในการดูแลรถยนต์ที่ใช้พลังงานทดแทนโดยตรง และผมก็ได้จดสิทธิบัตรทรัพย์สินทางปัญญาไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ขณะที่คู่แข่งในตลาดดูแลได้แค่น้ำมันเบนซินธรรมดาและน้ำมันดีเซลธรรมดา ซึ่งปัจจุบันแทบจะไม่มีใช้แล้วในประเทศไทย ดังนั้น ตลาดหลัก ๆ ตอนนี้ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น จะอยู่ทุกศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ทุกแบรนด์ ไม่เฉพาะแบรนด์ตัวเองเท่านั้น รวมทั้งในภาคอุตสาหกรรมก็ได้ใช้สินค้าของเราเช่นกัน”

“แนวโน้มธุรกิจอีก 5 ปีข้างหน้า ผมจะนำธุรกิจเข้า MAI พร้อมเดินหน้าเข้า AEC และ CLMV อีกทั้งจะพัฒนาผลิตภัณฑ์พลังงานทดแทนต่อไปเรื่อย ๆ รวมถึงการพัฒนาและขยายธุรกิจแฟรนไชส์ศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ AutoQuiks”

“ทั้งนี้ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของธุรกิจแฟรนไชส์ และกำหนดให้ธุรกิจแฟรนไชส์เป็นยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลื่อน SME ไทย เนื่องจากในยุคนี้ เด็กสมัยใหม่อยากบริหารจัดการธุรกิจด้วยตนเอง แต่ส่วนใหญ่ไปไม่รอด จึงจำเป็นที่ควรจะมีระบบพี่เลี้ยงเพื่อช่วยป้องกันความล้มเหลว”

“อีกเรื่องหนึ่ง คือ วันนี้อินเทอร์เน็ต โซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ไลน์ อินสตาแกรม ฯลฯ รวมถึงแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ เข้ามาปรับเปลี่ยนโลกเราไปมาก ส่งผลให้ SME ไทยต้องเร่งปรับตัวเข้าสู่ Digital Marketing ได้แล้ว เพื่อความสะดวกต่อการดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ” ดร.ถานันดร์  กล่าวทิ้งท้าย

BBL_SME-In-Focus2_เมษายน-2559_V1

627 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น