ส่องพื้นที่ตลาดอาหารและเครื่องดื่มไทยในจีน

ภาพรวมตลาดสินค้าอาหารและเครื่องดื่มตลาดจีนเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองกวางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผยว่า มูลค่าการค้าปลีกสินค้าอุปโภคและบริโภคของจีนเท่ากับ 30 ล้านล้านหยวน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 10.7 ในจำนวนนี้แบ่งเป็นมูลค่าการค้าปลีกในพื้นที่เขตเมืองและชนบทเท่ากับ 25.89 ล้านล้านหยวน และ 4.1 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.5 และร้อยละ 11.8 ตามลำดับ

สำหรับช่องทางการจำหน่ายสินค้าอาหารและเครื่องดื่มในจีน
1.   โรงแรมและภัตตาคารอาหารระดับไฮเอนด์ เป็นหนึ่งในช่องทางที่สำคัญที่ใช้อาหารเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร ซึ่งชาวจีนมีความนิยมบริโภคอาหารสังสรรค์นอกบ้านกับครอบครัว เพื่อนฝูง ในโอกาสต่าง ๆ และมักเลือกเข้าร้านอาหารต่างชาติ หรืออาหารฟิวชั่นระดับพรีเมี่ยมราคาแพง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเป็นการส่งเสริมหน้าตาทางสังคม และมีการคาดการณ์ว่าปี 2561 มูลค่าการค้าปลีกร้านอาหารครบวงจรในจีนจะมีมูลค่ามากขึ้น 2.7 ล้านหยวน

2.   Hypersupermarket และ Supermarket เป็นแหล่งจำหน่ายสินค้านำเข้าและมีประสบการณ์ในการนำเข้าสินค้าจากประเทศต่าง ๆ ต่างให้ความสำคัญอย่างมากสำหรับแบรนด์ของสินค้าและคุณภาพสินค้า ด้าน Supermarket ในจีนส่วนใหญ่จะเป็นสัญชาติจีน และด้วยขนาดพื้นที่ใหญ่ของจีน ทำให้มีการกระจายตัวของ Supermarket อย่างแพร่หลาย ซึ่ง Supermarket ชื่อดังในจีนนั้น เช่น Beijing Hualian Group, Lianhua (BHG), China Resources Vanguard, Park’n Shop และ Yoghui เป็นต้น

3.   การช็อปปิ้งออนไลน์ หรือ E-Commerce ปัจจุบันการช็อปปิ้งออนไลน์ถือเป็นกิจวัตรอย่างหนึ่งของชาวจีน ในแต่ละวันจะมีผู้บริโภคประมาณร้อยละ 65 ของผู้บริโภคทั้งหมดเข้าเว็บไซต์เพื่อเลือกซื้อสินค้า เว็บไซต์ที่ถือเป็นผู้นำเข้าสินค้าอาหารและเครื่องดื่มจากต่างประเทศรายใหญ่ของจีน ได้แก่ Taobao,    Tmall,  JD  และ  Yihaodian การช็อปปิ้งออนไลน์ในจีนนี้ไม่เพียงแต่เป็นช่องทางในการเลือกซื้อสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นช่องทางในการแบ่งปันข้อมูลสินค้า การสื่อสารระหว่างผู้ซื้อผู้ขาย หรือแม้แต่การติดตามแนวโน้มสินค้าที่กำลังเป็นที่นิยม นอกจากนี้การช็อปปิ้งออนไลน์ก็สามารถเกิดได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ผู้บริโภคก็สามารถเลือกซื้อสินค้าและชำระเงินได้เพียงแค่คลิกผ่านโทรศัพท์มือถือ ดังนั้นช่องทางการจำหน่ายดังกล่าวถือเป็นช่องทางที่ผู้ประกอบการควรศึกษาและให้ความสำคัญ เพราะถือเป็นช่องทางที่ผู้ขายและผู้ซื้อสามารถทำการค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และมีแนวโน้มเติบโตอย่างมากในอนาคต

สำหรับการเติบโตของการค้าบน E-Commerce จะนำมาซึ่งการแข่งขันที่มากขึ้นทางธุรกิจ หากผู้ประกอบการชาวไทยต้องการขายสินค้าบน E-Commerce จำเป็นต้องสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับสินค้า และการให้บริการเพื่อขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น

นอกจากนี้ รัฐบาลจีนมีแผนที่จะปรับเปลี่ยนอัตราภาษีสำหรับการซื้อสินค้าผ่านรูปแบบ Cross – Border E-Commerce โดยจะมีการจำกัดมูลค่าของสินค้าที่ซื้อขายแต่ละครั้งไว้ที่ 2,000 หยวน/คน/ครั้ง และไม่เกิน 20,000 หยวน/คน/ปี โดยอัตราภาษีที่เรียกเก็บจะเก็บร้อยละ 70  ของผลรวมภาษีทุกประเภท ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีผู้บริโภค (เก็บจากสินค้าฟุ่มเฟือย) และภาษีศุลกากร

Bangkok Bank SME มีบริการสินเชื่อเพื่อการส่งออกในหลายผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองทั้งวงจร ท่านสามารถส่งสินค้าขายถึงปลายทางด้วยบริการแบบเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

BBL_SME-Go-Inter3_เมษายน-2559_V1 sme

689 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น