เมียนมาเร่งร่างแผน หวังดึงเม็ดเงินลงทุน 6-8 พันล้านเหรียญสหรัฐ

เมียนมาเอาจริง ! ร่างแผนเด็ด หวังดึงนักลงทุนต่างชาติ ให้หอบเม็ดเงินมาลงทุนในอุตสาหกรรมยักษ์ หากเป็นไปตามแผน จะมีเม็ดเงินไหลเข้าเมียนมามากเป็นประวัติการณ์ 6-8 พันล้านเหรียญสหรัฐ

อุตสาหกรรมที่เมียนมาให้ความสำคัญในการลงทุนลำดับต้น ๆ ก็คือ อุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยแรงงานที่มีฝีมือ อุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ  ทั้งหมดนี้เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายหลักที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญมากที่สุด ที่จะขนเม็ดเงินจำนวนมหาศาลมาลงทุนในเมียนมา ซึ่งแผนเด็ดดังกล่าวนั้น เกิดขึ้นตามข้อเสนอจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและการบริหารงาน (DICA) และคณะกรรมการการลงทุนเมียนมาที่เสนอต่อรัฐบาล ซึ่งจะเป็นผู้ลงมติอนุมัติให้แผนนั้นเกิดขึ้นจริง

ข้อเสนอดังกล่าว มีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นในเมียนมา รัฐบาลเมียนมาจะส่งเสริมให้เกษตรกรในท้องถิ่นขยายพื้นที่เพาะปลูก และเพิ่มการผลิตพืชผลทางการเกษตรให้มากขึ้น อีกทั้งเพิ่มการลงทุนในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ด้วย เช่น การขนส่ง การทำฟาร์ม โรงสี อุปกรณ์ทางการเกษตร และอุตสาหกรรมการผลิตของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

สำนักงานคณะกรรมการการลงทุนเมียนมา (MIC) ได้เปิดเผยถึงหนึ่งในมาตรการเด็ดของแผนดังกล่าวว่า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นมาตรฐานสากลของเมียนมา ถือเป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดในการพัฒนาประเทศเลยทีเดียว เพราะในปัจจุบัน ภาครัฐและเอกชนมีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งเป็นที่คาดว่า จะมีส่วนสำคัญต่อการขนส่ง พลังงาน การผลิต และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในเมียนมาด้วย

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและการบริหารงาน (DICA) ได้คาดการณ์ถึงโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติ จะขนเม็ดเงินมาลงทุนใหม่ ๆ เพิ่มเติม ซึ่งการคาดการณ์นี้เกิดขึ้น เพราะเมียนมาจะได้เตรียมความพร้อมสำหรับการลงทุนในเรื่องที่ดิน และความร่วมมืออันเป็นประโยชน์ร่วมกันระหว่างนักลงทุน

ทีนี้เราไปสำรวจดูว่า มีธุรกิจอะไรบ้างที่นักลงทุนต่างชาตินิยมขนเม็ดเงินไปลงทุนยังนอกประเทศของตนใน AEC  ได้แก่  ภาคการเกษตร ผลิตภัณฑ์ทางทะเลและประมง โรงแรมและการท่องเที่ยว การผลิตไฟฟ้า อุตสาหกรรมไม้ การทำเหมืองแร่ น้ำมันและก๊าซ

จะเห็นได้ว่า ภาคการเกษตรติดอันดับต้น ๆ ที่นักลงทุนให้ความสนใจกันมาก ซึ่งเมียนมาหวังว่า ภาคการเกษตรที่เป็นจุดแข็งของตนนี้ จะสามารถดึงนักลงทุนมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก นี่จึงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาดูกันต่อไป

แสดงความคิดเห็น