อินโดฯ จับมือออสเตรเลีย เปิด FTA และ CEPA

เผยเรื่องน่าสนใจสำหรับนักลงทุน เพราะอินโดนีเซียเตรียมจะเปิดการค้าเสรี (FTA) กับออสเตรเลียในปี 2017 และเปิดข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (CEPA) กับสหภาพยุโรปในปี 2018

Thomas Trikasih Lembong  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าอินโดนีเซีย กล่าวว่า “ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (CEPA) นี้ จะช่วยลดเงื่อนไขทางการค้า และเปิดโอกาสให้อินโดนีเซียสามารถส่งออกสินค้าอื่น ๆ ไปยังสหภาพยุโรปได้มากขึ้น ที่ไม่ใช่แค่ธุรกิจน้ำมันและธุรกิจก๊าซที่เคยส่งออกอยู่แล้ว ซึ่งข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (CEPA) นี้  อินโดนีเซียได้นำมาใช้เมื่อสี่ปีที่แล้ว แต่จะให้ประสบความสำเร็จในปี 2018”

Lembong  กล่าวต่อว่า  “ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านของเรา ซึ่งการจับมือกันทำข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (CEPA) นี้  ประธานาธิบดีโจโก วีโดโด ได้วางนโยบายให้เร่งดำเนินการให้สำเร็จในอีกสองปีข้างหน้า ก็คือปี 2018 ตอนนี้เรากำลังทำอยู่อย่างขะมักเขม้น”

แต่ขณะเดียวกัน Lembong ก็ยอมรับว่า “การเข้าถึงตลาดสหภาพยุโรปนั้น อินโดนีเซียยังตามหลังเวียดนามและฟิลิปปินส์ แต่สินค้าด้านโภคภัณฑ์นั้นอินโดนีเซียสามารถส่งออกได้อย่างน่าพอใจ ยกเว้นสินค้าภาคอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ที่ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ เร่งทำงานอย่างหนัก เพื่อดึงดูดนักลงทุน และเร่งให้เกิดการค้าเสรี (FTA) ขึ้นด้วย”

เมื่อพูดถึงการเกิดข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (CEPA)  และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ภาคพื้นแปซิฟิก (TPP)  เวียดนามมีข้อได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบในเรื่องกำแพงภาษีมากกว่าอินโดนีเซียถึง 15-17% ของการส่งสินค้าไปยังตลาดสหภาพยุโรปและอเมริกาเหนือ

“เราไม่สามารถพึ่งพาแต่เฉพาะการส่งออกธุรกิจน้ำมันและก๊าซเท่านั้น แต่จะต้องหันไปพึ่งกลุ่มธุรกิจสินค้า บริการ และไลฟ์สไตล์ด้วย อย่างเช่น การส่งออกเครื่องประดับ ซึ่งปีที่ผ่านมามีมูลค่าส่งออกมากถึง 5 พันล้านเหรียญ ส่วนกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์นี้จะวางเป้าหมายให้มูลค่าส่งออกเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม” Lembong กล่าวทิ้งท้าย

หากอินโดนีเซียเปิด FTA กับออสเตรเลียได้สำเร็จในปี 2017 และเปิด CEPA กับสหภาพยุโรปได้สำเร็จเช่นกันในปี 2018 ตามแผนที่วางไว้ จะส่งผลให้อุตสาหกรรมการส่งออกของอินโดนีเซียเฟื่องฟู จนอาจจะแซงหน้าเวียดนามและฟิลิปปินส์ที่เคยตามหลังอยู่ก็ได้

แสดงความคิดเห็น