เพนกวิน ชาบู คุ้มทุน 4-5 เดือนแรก สร้างรายได้หลักหลายล้านต่อสาขา

เมื่อพูดถึงอาหารญี่ปุ่นยอดฮิตชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะหม้อไฟคล้ายสุกี้ยากี้ ซึ่งคนไทยรู้จักกันดี นั่นคือ ชาบู ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนไทยกันมากมาย หนึ่งในคนไทยที่หันมาเปิดร้านธุรกิจอาหารชาบูอย่างจริง ๆ จัง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าดังกล่าว ก็คือ คุณธนพันธ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของกิจการ เพนกวิน ชาบู

คุณธนพันธ์ได้เล่าให้ฟังว่า “ไอเดียเริ่มแรกนั้นอยากจะลองทำธุรกิจร้านอาหารร่วมกับน้องชาย แต่ยังไม่มีประสบการณ์ ทั้งสองคนยังไม่เคยทำร้านอาหารมาก่อน  แต่ด้วยใจรักจึงเริ่มลงมือทำ โดยใช้เวลาประมาณ 67 วัน ใช้การลองผิดลองถูก สูตรทุกอย่างทำเองหมด คิดชื่อเมนูของตัวเอง ค่อย ๆ ปรับสูตรอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนกว่า จึงจะเข้าที่เข้าทาง”

สาเหตุที่เลือกทำธุรกิจร้านชาบู เพราะเกิดจากความคิดที่อยากจะทำร้านอาหาร และเห็นว่าร้านอาหารประเภทนี้คนไม่มีความรู้เลยก็สามารถเริ่มได้ “เห็นว่าเริ่มมีแนวโน้มที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ อิงกับกระแสตรงนี้ได้ ตอนแรกเริ่มทำในพื้นที่ 100 ตารางเมตร มีเพียง 14 โต๊ะ โดยนำวัสดุเก่า ๆ จากไซต์งานก่อสร้าง และเครื่องครัวมือสองต่าง ๆ มาเริ่มต้นธุรกิจ เพราะต้องการให้ลงทุนน้อย และคืนทุนเร็ว ”

“โดยเงินทุนเริ่มต้นมีประมาณหนึ่งล้านนิด ๆ เมื่อลงโต๊ะเก้าอี้เสร็จแล้ว สามารถรับลูกค้าได้ 50 คน ส่วนเรื่องการตลาดนั้นค่อย ๆ ทำ เมื่อเปิดร้านมาได้ 3 เดือนแรก เราจะขายเฉพาะชาบูเท่านั้น ต่อมาเห็นว่าการขายแต่ชาบูเพียงอย่างเดียวไม่เป็นทางเลือกให้กับลูกค้า จึงค่อยเปิดเมนูขายจำพวกทอด และอาหารในแบบครัวร้อน  ชูชิแบบบุฟเฟ่ต์ จากราคา 359 บาท ก็มีราคาให้เลือกเพิ่มขึ้นเป็น 459 และ 659 ”

คุณธนพันธ์ เล่าต่อว่า “คนน้อยทำให้เราต้องเพิ่มเมนู ถ้าขายต่อไปโดยให้ลดราคาก็คิดว่าคงไปไม่รอด จึงหันมาใช้กลยุทธ์ใหม่ นั่นคือ การปรับเมนู แล้วเพิ่มราคา พร้อมกับการทำการตลาดที่จริงจัง และใช้สื่อออนไลน์ โดยสื่อสารกับลูกค้าก่อนที่จะเปิดร้านประมาณ 3 สัปดาห์ แชร์รูปเมนูอาหารผ่านเน็ต ซึ่งเราใช้ชื่อนี้ตั้งแต่แรกเลย”

เบื้องต้นเราใช้สื่อออนไลน์สร้างบุคลิกตัวเพนกวินว่าเป็นผู้ชายตลก เจ้าชู้ สร้างเรื่องราวที่นำมาเล่าให้น่าสนใจ เน้นทำแบรนด์ดิ้ง ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง อ่านเนื้อหาของเราก็ติดใจและติดตาม ต่อมาคิดจะต่อยอดการทำการตลาดด้วยการทำกิจกรรมกับ[email protected] “เราได้เริ่มเข้ามาสมัคร [email protected] ตั้งแต่เริ่มเปิด ในระยะแรกไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกันมากนัก แต่ก็มีลูกค้าทักเข้ามาเรื่อยๆ ต่อมา[email protected]มีกิจกรรมให้เล่นมากขึ้นจึงสนใจ เริ่มต้นจากการจัดโปรโมชั่น ลูกค้าเห็นจากสิ่งนี้ก็แห่กันเข้ามาขณะนี้มีสมาชิก 7,000 คน แผนต่อไปคือจะมีการขายดีลผ่าน [email protected]ซึ่งเป็นการขายล่วงหน้า”

ผู้บริหารของ เพนกวิน ชาบู กล่าวว่า ข้อดีของการทำการตลาดผ่าน [email protected] คือถ้าต้องการลูกค้าเดี๋ยวนั้น [email protected] สามารถตอบสนองได้ดีกว่าโซเชียลมีเดียในรูปแบบอื่น หรือการทำโฆษณาผ่าน [email protected] ออกไปลูกค้าทั้งหมดจะเห็น ให้ความเป็นส่วนตัว และสามารถตอบคำถามอัตโนมัติตามคีย์เวิร์ดได้เอง ทำให้ไม่ต้องมาตอบคำถามลูกค้าเองตลอดเวลา

ปัจจุบัน เพนกวิน ชาบู ทำธุรกิจมาปีครึ่งมีทั้งหมด 3 สาขาคือ สะพานควาย ราชพฤกษ์ และ Terminal 21   มีนโยบายที่จะเปิดอีก 2 สาขา เพราะต้องการรายได้และกำไรส่วนหนึ่งมาสร้างทีมงานส่วนกลางและการสร้างระบบ เพนกวิน ชาบูไม่ขายแฟรนไชส์ เพราะสามารถโตได้ด้วยตัวเอง

คุณธนพันธ์ บอกว่า “คุ้มทุนตั้งแต่ 4-5 เดือนแรกแล้ว รายได้เดือนละประมาณหลักหลายล้านต่อสาขา จุดแข็งของเราคือ ปรับตัวเองตลอดเวลา ปรับเมนู สูตรอาหาร และระบบการทำงาน เอกลักษณ์ของเราคือเมนูอาหารญี่ปุ่นที่เป็นรสชาติไทย จนคู่แข่งเอาไปทำตาม เมนูเด็ดที่ขายดีมากก็คือชูชิวากิว เราทำการตลาดด้วยการทำโปรโมชั่น”

“หัวใจของการบริหาร คือ เราต้องดูรายละเอียดของร้านอาหารตลอดเวลา เช่น ต้นทุน ที่มาของต้นทุน รายได้  และค่าใช้จ่าย  ต้องมอนิเตอร์ตลอดเวลา หลักการบริหารสาขาของธุรกิจ เพนกวิน ชาบู ก็คือ ให้ทุกสาขาบริหารตัวเอง รักษามาตรฐาน ส่วนกลางจะเข้าไปดู เรื่องตัวเลข ให้หัวหน้าพ่อครัวเป็นเสมือนหนึ่งเจ้าของสาขา ส่วนเรื่องของรสชาติจะมีทีมส่วนกลางเข้าไปดู” คุณธนพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

เพนกวิน ชาบู คุ้มทุน 4-5 เดือนแรก

แสดงความคิดเห็น