N&B แฟรนไชส์เครปไทย โกอินเตอร์

เมื่อพูดถึงแฟรนไชส์ ในความคิดของคนไทยส่วนใหญ่จะนึกถึงร้านบะหมี่เกี๊ยวชื่อดัง ร้านลูกชิ้น หรือแม้กระทั่งแชร์ลูกโซ่ จนคำว่าแฟรนไชส์ กลายเป็นภาพลักษณ์ติดลบในใจ ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้แฟรนไชส์ในประเทศไทยไม่สามารถเติบโตได้ไกลเหมือนแฟรนไชส์ในต่างประเทศ ที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ เช่น McDonald, KFC, เป็นต้น

ธุรกิจแฟรนไชส์ไทย ทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญในต่างประเทศ เพราะสามารถส่งออกสินค้าและบริการ โดยไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าเหมือนการส่งออกทั่วไป อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประเทศที่แฟรนไชส์ของไทยเข้าไปทำธุรกิจ โดยถือว่าได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

สำหรับในสหรัฐฯ มีการทำแฟรนไชส์มา 100 ปี และมีกฎหมายรองรับมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 แล้ว เพื่อจัดระเบียบแต่ละประเภทของแฟรนไชส์ เป็นการอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่สนใจซื้อกิจการแฟรนไชส์อีกด้วย ขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับนี้  จึงใช้การร่างสัญญาระหว่างกันของผู้ซื้อและผู้ขาย

N&B ต้นแบบธุรกิจแฟรนไชส์ โกอินเตอร์
จุดเริ่มต้นการทำธุรกิจเครป N&B ของ  คุณบุญประเสริฐ พู่พันธ์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท เอ็นแอนด์บี พิซซ่าเครป จำกัด  เมื่อปี ค.ศ.1998   ว่า เริ่มแรกเป็นร้านขายมินิเครป ผสมผสานกับพิซซ่า และพัฒนาสูตรแป้งให้มีความหนานุ่ม หอม รสชาติกลมกล่อม มีความหลากหลายไส้ให้เลือกมากกว่า 15 ไส้ และได้ขยายสาขามากกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ สิ่งนี้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า N&B จะก้าวสู่ความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจ  และการให้บริการในอนาคต

N&B ตั้งอยู่บนแนวคิดการทำธุรกิจนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นอาหารว่าง (Completed Meal) มีส่วนผสมใส่น้ำผึ้งแท้ 100% พัฒนารูปแบบผสมผสาน ทั้งแนวคิดของพิซซ่า และการนำวิธีการของการทำขนมแบบแพนเค้ก (Pancake) มาใช้ร่วมกัน

นอกจากนี้  บริษัทฯ กำลังจะเปิดสาขาที่ประเทศลาว ซึ่ง คุณบุญประเสริฐ  เล่าว่า “การขยายสาขาที่ต่างประเทศเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องเจอมาตรการกีดกันทางการค้า กฎระเบียบต่าง ๆ แต่ถ้าเข้าไปในฐานะแฟรนไชส์จะไม่เจอกับเรื่องแบบนั้น แทนที่ต้องเสียเงินไปกับการลงทุนในประเทศนั้น ๆ แต่เป็นการไปนำเม็ดเงินกลับมาจากการขายแฟรนไชส์ และทำการขยายแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว”

“ตอนที่ผมไปลาว ถ้าเข้าไปในฐานะขยายธุรกิจ  จะต้องควักเงินไม่ต่ำกว่า 5–10 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุน  แต่กลับเป็นว่ามีนักลงทุนจากลาวควักเงินมา และทำให้อย่างดี แต่ก่อนหน้านั้นบริษัทฯ ต้องมีมาตรฐาน มีรูปแบบธุรกิจการทำแฟรนไชส์  มีโครงสร้างสนับสนุนผู้ซื้อแฟรนไชส์ที่ชัดเจน”

คุณบุญประเสริฐ  ยังกล่าวเสริมว่า “ในสหรัฐฯ มีระบบแฟรนไชส์มาอย่างยาวนานในประเภทธุรกิจขนาดใหญ่ ส่วนประเทศไทยต้องปรับมุมมองที่ว่าแฟรนไชส์มีขนาดเล็ก เพราะแฟรนไชส์เป็นระบบที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ลดความเสี่ยงที่จะทำธุรกิจไม่รอดไปได้ถึง 50% เพราะเป็นระบบที่ถูกวางไว้แล้วว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ทั้งกลุ่มเป้าหมาย วัตถุดิบ  การช่วยเหลือกันในด้านต่าง  ๆ และการวางแผนการตลาด”

สำหรับการเข้าไปดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศลาวนั้น  คุณบุญประเสริฐ  อธิบายว่า “แฟรนไชส์ไม่ได้ขายกันเป็นเรื่องง่าย ทางบริษัทฯ จะต้องให้ผู้ที่สนใจมาเสนอแผนโครงการว่าจะเข้าไปเปิดในประเทศลาว ทางนักลงทุนที่สนใจซื้อมีแผนในการขยายอย่างไร  มีทีมงานเป็นลักษณะใด มีประสบการณ์การทำธุรกิจด้านใดมา จะต้องมีการคัดเลือก สร้างความเข้าใจ อบรมให้เข้าในวิธิการของ บริษัทฯ แล้วถึงจะอนุญาตให้ไปเปิดที่ประเทศลาวได้ โดยใช้ระบบในรูปแบบนี้”

อนึ่ง ทางบริษัทฯ มีความพร้อมที่จะบุกไปต่างประเทศ หลังจากสร้างรากฐานธุรกิจในประเทศอย่างแข่งแกร่งแล้ว โดยจะใช้เวลาในระยะ 2 ปีนี้ในการเตรียมตัวเพื่อเข้าไปตั้งสาขาในอีกหลายประเทศ เพื่อก้าวไปสู่อินเตอร์แบรนด์ นอกจากนี้ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ มีโครงการที่จะผลักดันให้แฟรนไชส์ไทยโกอินเตอร์ให้ได้ภายในปี ค.ศ.2020

แสดงความคิดเห็น