กลยุทธ์จุดกระแส

การลบรอยขีดเขียนบนตู้รถไฟทำให้คดีอาชญากรรมในนิวยอร์กลดลงฮวบฮาบได้อย่างไร? ทำไมรายการโทรทัศน์รายการหนึ่งถึงฮิตถล่มทลายขึ้นมาได้ ทั้ง ๆ ที่ฉายตอนเดิมซ้ำติดกัน 5 วันรวด? การฆ่าตัวตายเหมือนกับการสูบบุหรี่ตรงไหน?

ทำไมการรื้อถอนแฟลตการเคหะจึงทำให้โรคหนองในระบาดอย่างรุนแรง?
พยาบาลคนหนึ่งกระตุ้นให้คนทั้งเมืองตื่นตัวเรื่องโรคเบาหวานโดยอาศัยร้านเสริมสวย ได้อย่างไร?

ประเด็นคำถามเหล่านี้ถูกจุดเป็นชนวนกระตุ้นให้เราสงสัยว่าอะไรคือคำตอบของคำถามทั้งหมดข้างต้น ซึ่งมองเผิน ๆ แล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด แต่ Malcolm Gladwell คอลัมนิสต์แห่งหนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์กเกอร์ และนักเขียนชื่อดัง เจ้าของผลงาน Outliers และ What the Dog Saw ได้ไขปริศนาคำถามอันหน้าพิศวงนี้ให้เราได้อ่านในหนังสือที่มีชื่อว่า “The Tipping Point” ซึ่งมีชื่อภาษาไทยว่า “กลยุทธ์จุดกระแส”

คำว่า The Tipping Point นี้เป็นศัพท์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวกับโรคระบาด ซึ่งหมายถึง ณ จุดหนึ่งที่เชื้อโรคแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นโรคระบาดอย่างฉับพลัน อันเนื่องมาจากสภาวะบางอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ทว่ากลับก่อให้เกิดผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ได้

The Tipping Point นี้อธิบายถึงปรากฎการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ว่าล้วนมีต้นกำเนิดมาจาก “จุดเล็ก ๆ” ที่คนมักมองข้าม แต่กลับทำให้เกิดการลุกลามกลายเป็นกระแสได้ในชั่วข้ามคืน ซึ่ง “จุดเล็ก ๆ” ที่ว่านี้มีองค์ประกอบ 3 อย่างก็คือ  The Law of The Few (กฎว่าด้วยคนส่วนน้อย), The Stickness Factor (ปัจจัยติดหนึบ) และ The Power of Context (พลังของบริบทแวดล้อม)

“กฎว่าด้วยคนส่วนน้อย” หมายถึง คนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะเป็นแค่กลุ่มเล็ก ๆ แต่สามารถทำให้เกิดการขยายเป็นวงกว้างได้ โดยจะมีลักษณะสำคัญอย่างน้อย 1 ใน 3 สิ่งนี้คือ เป็นคนที่มีคนรู้จักมาก เป็นผู้รู้ หรือเป็นนักขาย ส่วน “ปัจจัยติดหนึบ” คือเนื้อหาที่ส่งออกมาแล้วมีผลกระทบค่อนข้างแรง ทำให้เกิดความประทับใจ หรืออยู่ในความจดจำของผู้คน ในขณะที่ “พลังของบริบทแวดล้อม” จะเกี่ยวกับเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม กาลเวลา หรือสถานที่ ฯลฯ

1.1 กลยุทธ์จุดกระแส

848 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น