ลูกค้ามั่นใจ เจ้าของร้านสบายใจ ด้วยตัวช่วยจัดการ บริหารร้านอย่างง่ายดาย FoodStory

เดี๋ยวนี้ธุระกิจร้านอาหารเป็นอะไรที่ฮิตกันมาก ร้านอาหารแปลกๆใหม่ๆทยอยเปิดตัวกันอย่างแพร่หลาย หลายร้านเปิดมาแล้วก็ปิดตัวลง หลายร้านก็ยังสามารถขยายกิจการสาขาต่อไปได้ ซึ่งแสดงให้เห็นแล้วว่าการบริการจัดการร้านอาหารนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย ไม่ว่าจะในเรื่องของการจัดการพนักงานไม่ให้เกิดการทุจริต การบริหารออเดอร์ของลูกค้าไม่ให้ตกหล่น การดูแลราคาต้นทุนวัตถุดิบไม่ให้ขาดทุน การวิเคราะห์การเติบโตของร้านอาหารของเราในอนาคต ความสะดวกสบายในการบริการที่ต้องสอดคลองกันกับยุคสมัย ฯลฯ

แต่ในวันนี้สำหรับผู้กอบการร้านอาหารที่กำลังอ่านอยู่ หรือคนที่คิดกำลังจะเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเอง ไม่ต้องกังวลในเรื่องพวกนี้อีกต่อไป เพราะวันนี้ผมจะพาไปรู้จักกับ FoodStory ผู้ที่สามารถสามารถช่วยเหลือปัญหาเรื่องเหล่านี้ได้ ให้การจัดการบริการร้านอาหารที่ว่ายากนั้น ง่ายขึ้นเพียงปลายนิ้วสัมผัส!?!?

เริ่มบทสัมภาษณ์นี้กับคุณปรานต์ สุนนทะนาม (อ๊าท) Marketing ของ FoodStory ซึ่งเป็นระบบจัดการบริหารร้านอาหารแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ หน้าร้านจนถึงหลังร้าน โดย FoodStory นี้ก็เปรียบเสมือนตัวช่วยให้ร้านอาหารนั้นสามารจัดการควบคุมทุกอย่างภายในร้านได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพสูงสุด ด้วยฟีเจอร์ที่มากกว่า 400 รายการที่จะทำให้ปัญหาต่างๆไม่ว่าจะเป็นการควบคุมกำหนดสิทธิพนักงานในแต่ละหน้าที่ การสั่งออเดอร์ที่รวดเร็วและเช็ครายการตกหล่นได้ การจัดการบริหารวัตถุดิบแบบนาทีต่อนาที รู้ต้นทุกกำไรในแต่ละจาน รายงานทุกการทำงานและยอดขายในระดับวินาที โดยเจ้าของร้านสามารถทราบทุกอย่างในร้านได้ด้วยตัวเองแม้จะไม่ได้อยู่ในร้าน และฟีเจอร์อื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึงฐานลูกค้าที่มาจากการที่ลูกค้า Search หาร้านอาหารจากระบบเราซึ่งเป็นอีก Application ใน smart phone ที่ลูกค้าจะสามารถเข้าไปดูโปรโมชั่นของร้าน จองโต๊ะร้านอาหาร ออเดอร์รายการอาหารล่วงหน้า หรือกระทั้งสั่ง Delivery ได้อีกด้วย พูดได้ว่า FoodStory นั้นเป็นทั้งระบบร้านอาหารที่ครบวงจรและสถานที่ที่ทำให้ร้านอาหารและลูกค้ามาเจอกัน

จุดเริ่มต้นของ FoodStory นี้ก็เริ่มจากการที่พวกเราต่างก็เป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องอาหารอยู่แล้ว และอยากได้ข้อมูลที่ถูกต้องจริงๆ เท่านั้น ไม่ว่าเป็นเรื่องของรีวิวคำติชม รูปภาพ สถานทที่ตั้งร้าน เวลาเปิดปิด หรือร้านนี้ปิดกิจการไปแล้วหรือยัง เพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าจะไปกินร้านที่เราเลือกดีหรือไม่ จึงสร้างแอปพลิเคชั่น FoodStory ขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถรีวิวร้านอาหารที่ตัวเองไปกินได้อย่างถูกต้องเชื่อถือได้ และแสดงข้อมูลรายระเอียดที่เป็นจริงของร้านนั้นในเวลาปัจจุบันนั้นๆ ให้กับลูกค้าคนอื่นๆที่เข้ามาอ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจ “เรามองว่าการจะมี Quality Data ที่ดีต้องมี Quality Platform ที่ดี เราเลยสร้างแพลตฟอร์มฝั่งร้านอาหารขึ้นมา เริ่มตั้งแต่ยังไม่มีอะไรเลย ยังไม่รู้ระบบร้านอาหารอะไรทั้งสิ้น เราไปรีเสิร์ชตามร้านอาหารต่าง ๆ ว่าเค้าใช้ระบบอะไรยังไง ไปหาพวกที่ปรึกษาตามร้านอาหารใหญ่ ๆ ปรึกษากับคนที่ทำซอฟต์แวร์แนว ๆ นี้ เก็บข้อมูลความต้องการของผู้ใช้งาน จนถึงตอนนี้เราก็สามารถสนับสนุนการทำงานร้านอาหารทุกประเภท และผู้ใช้งานทุกระดับได้ทั้งหมดแล้ว”

ในช่วงเริ่มต้นพวกเขาแค่เพียงทำขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเอง แต่เมื่อพัฒนามาได้ถึงจุดหนึ่งทำให้ทราบถึงความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น ทราบว่ามีผู้คนอีกมากมายที่ประสบปัญหาแบบเดียวกับที่พวกเค้าเจอ ทำให้การทำ FoodStory ไม่ใช่การทำเล่น ๆ อีกต่อไป “พอเข้าปีที่สองปีที่สามเราก็ต้องเริ่มมองหารายได้ ตอนแรกเราก็เปิดให้ใช้ฟรีเพื่อเก็บข้อมูลลูกค้า ว่าลูกค้าต้องการอะไร แล้วเราก็พัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ตามสิ่งที่เค้าต้องการ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็พยายามจะทำให้มันเป็นกลางที่สุดสำหรับทุกร้านอาหาร” ซึ่งตรงจุดนี้เองที่เป็นความยากที่พวกเขาต้องเจอ “มันยากตรงที่เราต้องตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้ครบทุกแบบ ซึ่งมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่เราต้องทำก็คือหาจุดกึ่งกลางให้ทุกคนโอเคกับมัน”

ความยากอีกด้านหนึ่งที่ผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นหรือคนทั่วไปที่ไม่ได้มาคลุกคลีในวงการนี้ก็จะไม่มีทางรู้ก็คือ ความยากในการออกแบบรูปแบบการใช้งาน “เราต้องคิดหนักว่า จะทำยังไงให้ลูกค้าใช้งานง่ายขึ้น การวางมือของเค้าเป็นไปได้ราบรื่น ถ้ามีโจทย์มาว่า อยากให้ลูกค้าสร้างโปรโมชั่นได้เองจากแอปพลิเคชั่น เราก็ต้องคิดว่าทำยังไงให้ลูกค้าใช้งานได้ง่ายที่สุด เพราะเราสร้างระบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์ร้านอาหาร ให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้นในการบริหารจัดการร้านอาหาร ใช้งานง่าย พนักงานแฮปปี้ ลูกค้าแฮปปี้ พนักงานจะได้โฟกัสการบริการได้อย่างเต็มที่มากขึ้น ลดระยะเวลาในการจัดการลง”

การทำตัวให้เป็นที่รู้จัก ก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่เหล่า Startup ต้องเจอ ซึ่งคุณอ๊าทเผยกลยุทธ์ของ FoodStory ในด้านนี้ว่า “เราก็แค่ไปออกงานต่าง ๆ ไม่จำเป็นที่จะต้องเกี่ยวข้องกับ Startup เดินออกไปเจอคนเยอะ ๆ เปิดหน้าเปิดตา ถ้ามัวแต่อยู่ในถ้ำรอทำอะไรเสร็จสมบูรณ์แบบ พอถึงเวลาเปิดตัว คนอื่นเขาก็ชิงตัดหน้าไปก่อนแล้ว เรายังก็มีไปงานมีตติ้งต่างๆ ขึ้นเวทีแข่งขันนาๆ อีกทั้งเข้าอบรมตามงานสัมมนา ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆได้รู้ว่าคนเค้าไปถึงไหนกันแล้ว แล้วอีกอย่างเรายังสามารถหาพาร์ทเนอร์จากตรงนั้นได้อีกด้วย”

และนี่ก็เป็นคำตอบที่ทำให้หลายคนหายสงสัยว่าก้าวต่อไปของ FoodStory จะดำเนินไปในทิศทางใด “เราอยากปฏิวัติวงการธุรกิจร้านอาหารให้ทันสมัยขึ้นเรื่อยๆ ตามยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราคือตัวกลางระหว่างลูกค้ากับร้านอาหาร และเป้าหมายของเราก็คือลูกค้าสามารถเดินเข้าร้านอาหารไปพร้อมกับสมาทโฟนเครื่องเดียวและจ่ายเงินผ่านระบบของเราได้เลย หรือสแกน QR Code จากโต๊ะก็สามารถสั่งอาหารได้ ไม่ต้องรอรับออร์เดอร์จากพนักงาน ลดต้นทุนทางร้านได้ด้วย รวมถึงการสั่งออร์เดอร์ล่วงหน้า คุณสามารถเลือกเวลาคำนวนการเดินทางและพอมาถึงอาหารก็พร้อมเสริฟและทานได้ทันที อีกทั้งทางเจ้าของร้านอาหารก็มีชีวิตที่ดี๊ดี สามารถบริหารจัดการหรือควบคุมทุกอย่างได้แม้จะไม่ต้องอยู่ที่ร้าน ให้ทุกอย่างจบลงได้ที่สมาทโฟนของตัวเอง  ”

ท้ายที่สุดนี้คุณอ๊าทก็ได้ฝากข้อความถึงคนที่กำลังอยากจะเริ่มต้นธุรกิจหรืออยากจะกระโดดลงมาทำ Startup เหมือนกันว่า “ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบเตรียมพร้อมอะไรนะ ดูมันยุ่งยากเกินไป ถ้าคุณคิดอะไรออกก็เริ่มวางแผนแล้วรีบทำเลย ทำในสิ่งที่คุณรักจริงๆ อย่าเพิ่งกลัวปัญหา ลุยให้เต็มที่แล้วหนทางมันจะมาเอง ถ้ามันเกิดปัญหาก็แก้ซะ ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนช่วยได้ถ้าใจคุณยอมแพ้ เรามองปัญหาว่าเป็นแค่ทางผ่านที่ทำให้เราเติบโตขึ้น มีความรู้มากขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และสุดท้ายเราก็จะไม่ล้มลงในปัญหาเดิมที่เราได้ผ่านมันมาแล้ว ถ้าสุดท้ายแล้วยังไม่สำเร็จอีกก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว”

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

ลูกค้ามั่นใจ เจ้าของร้านสบายใจ ด้วยตัวช่วยจัดการ บริหารร้านอย่างง่ายดาย FoodStory SME

แสดงความคิดเห็น