ตะลุยส่งออกเครื่องสำอางสู่ตะวันออกกลาง

หลัง จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จากปลายปี 2558 ที่เคยสูงถึง 90 เหรียญสหรัฐฯต่อบาเรลก็ลดลงจนกระทั่งต่ำสุด 40 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลเมื่อต้นปี 2559 สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กำลังซื้อของตลาดกลุ่มประเทศผู้ค้าน้ำมันปรับตัวลดลงอย่างมาก และกระทบต่อการส่งออกสินค้าฟุ่มเฟื่อย (Luxury Products) เห็นได้จากการส่งออกสินค้าเครื่องสำอางของไทยปี 2558 ในตลาดสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญแห่งหนึ่ง เหลือ 40.74 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 4.97% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลสะท้อนจากกำลังซื้อที่ปรับตัวลดลง

นางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า แม้ว่าการส่งออกจะปรับตัวลดลง แต่สถานการณ์ตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี) ยังเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับบริษัทเครื่องสำอาง เพราะยูเออีเป็นตลาดใหญ่ในโลกความงาม ยังให้ความสำคัญกับการใช้เครื่องสำอาง และมีรสนิยมแต่งหน้าเข้มเป็นสิ่งจำเป็น และไทยสามารถอาศัย UAE เป็นจุดกระจายสินค้าไปยังประเทศตะวันออกกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีเครื่องหมายฮาลาล  ซึ่งผู้ผลิตบางรายใช้เป็นช่องทางธุรกิจ  เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้มุสลิม

สำหรับพฤติกรรมการซื้อเครื่องสำอางของผู้หญิง ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักมีแนวโน้มเปลี่ยนไปตามภาวะรายได้ที่ลดลงจากราคาน้ำมันที่ถูก ทำให้ผู้หญิงส่วนมากหันไปเลือกซื้อเครื่องสำอางระดับล่าง ที่มีราคาถูกกว่า  แต่ไม่ตัดค่าใช้จ่ายในการเลิกซื้อเครื่องสำอาง โดยคาดว่าเม็ดเงินสำหรับการใช้จ่ายซื้อเครื่องสำอางของประเทศในประเทศแถบตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดิอาระเบียใช้จ่ายรวมมูลค่า 4,900 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  อิหร่านใช้จ่ายมูลค่า 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  นอกจากนี้ผู้ใช้ยังคำนึงถึงการเลือกซื้อเครื่องสำอางที่มีคุณภาพดีในระดับราคาที่เหมาะสมมากขึ้น

ชูจุดแข็งเครื่องสำอางสมุนไพร
ประเภทสินค้าที่มีแนวโน้มจะได้รับความนิยมมากขึ้น เช่น น้ำหอม ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม สบู่ เครื่องสำอาง น้ำหอมดับกลิ่นกาย แชมพู และผลิตภัณฑ์บำรุงผม ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว โดยปัจจุบันเครื่องสำอางผู้ชาย (Men’s Grooming products) ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มีการซื้อหามากขึ้น เช่น สบู่ล้างหน้า ครีมโกนหนวด น้ำหอมดับกลิ่นกาย เป็นต้น ส่วนช่องทางจำหน่ายยังเป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ และร้านจำหน่ายของใช้ในบ้าน (Discount Store)

พร้อมกันนี้ นางมาลี แนะนำว่า สินค้าเครื่องสำอางไทยที่มีแนวโน้มเจาะตลาดยูเออีได้มากขึ้น ควรเป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสมุนไพร เนื่องจากมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างจากสินค้าของประเทศอื่นๆ  นอกจากเครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้าแล้ว  ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสำหรับสปา หรือ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติก็ได้รับความนิยมในประเทศนี้เช่นกัน  โดยผู้ผลิต ผลิตภัณฑ์ต้องคำนึงถึงคุณลักษณะตอบสนองความต้องการในด้านอื่นด้วย เช่น ป้องกันรังสีจากแสงแดด มลภาวะ เซลลูไลท์ และชะลอวัย

นอกจากนี้ ผู้ผลิตสินค้าไทยต้องปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามตรงกับความต้องการของตลาดมากขึ้น เพราะจะต้องแข่งขันกับสินค้าจากประเทศยุโรป หรือ เอเชียอื่นๆ โดยจะต้องปรับปรุงรูปแบบ กลิ่น สี ให้เหมาะสมกับความนิยมของตลาดอยู่ตลอดเวลา เน้นรูปแบบบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม ตั้งราคาให้เหมาะสม เพื่อแข่งขันกับสินค้าระดับเดียวกันได้ เพื่อให้ผู้นำเข้าสามารถนำไปใช้จำหน่ายและใช้เป็นสินค้าส่งออกต่อได้ต่อไป

3 เรื่องทีผู้ส่งออกเครื่องสำอางต้องรู้
ขณะที่สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ประจำดูไบ แนะนำให้ผู้ส่งออกศึกษากฎระเบียบในการส่งออกเครื่องสำอางให้รอบคอบ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ต้องสัมผัสกับร่างกาย ผิวหนังโดยตรง จึงมีกฎระเบียบที่เคร่งครัด โดยมีหน่วยงาน คือ The  Emirates  Authority  for Standardization  and  Metrology (ESMA) เป็นผู้วางระเบียบให้เป็นไปตามหลักสากล และเป็นระเบียบเดียวกับประเทศต่างๆในกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council : GCC) เช่น   วัตถุดิบที่ใช้ต้องปลอดภัยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้    โดยผู้ส่งออก สินค้าเครื่องสำอางไปตลาดยูเออี ต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่อง ดังต่อไปนี้

1. สลากสินค้า ต้องแสดงรายละเอียดชื่อส่วนผสมต่าง ๆ วิธีการใช้งานเป็นภาษาอาหรับ และระบุชื่อที่อยู่ผู้นำเข้าตาม ข้อบังคับของกฎหมาย อาทิ ชื่อเครื่องสำอาง/ประเทศผู้ผลิต ปริมาณสุทธิ/ขนาด/ปริมาตรของสินค้าพร้อมระบุวัสดุ/วัตถุดิบส่วนผสมที่สำคัญ วิธีการใช้/คำเตือน/วิธีใช้/วิธีการเก็บรักษา วันเดือนปีที่ผลิต/วันหมดอายุเครื่องสำอางหลังเปิดสินค้าใช้ (Period After Opening:PAO) พร้อมระบุ Batch no.และ Bar Code  ไม่อนุญาตให้อ้างสรรพคุณของเครื่องสำอางนั้นเทียบเท่ากับยา และห้ามใช้รูป/ภาพประกอบล่อแหลมที่ไม่เหมะสมขัดต่อวัฒนธรรม/ขนบธรรมเนียม ประเพณี/และสังคม

2.ภาษีขาเข้าสินค้าเครื่องสำอางอยู่ที่ 5% จากราคาซีไอเอฟ

3. เอกสารประกอบการนำเข้า ได้แก่ ใบ INVOICE, หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า (CERTIFICATE OF ORIGIN) ที่ประทับตรารับรองจากหอการค้าไทย และจะต้องผ่านการ LEGALIZE จากสถานทูตประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ในประเทศไทย BILL OF LADING และ PACKING LIST

แนะช่องทางการทำตลาดผ่านงานแฟร์
เมื่อผลิตภัณฑ์มีองค์ประกอบครบแล้ว ขั้นต่อไป คือ ช่องทางการเจาะตลาดที่ได้ผลรวดเร็วและมีประสิทธิมากที่สุด ทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศแนะนำให้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่จัดขึ้นในตลาดต่างประเทศ เช่น งาน Beauty world Middle East ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าเครื่องสำอางและประทินผิวที่ใหญ่ที่สุดตะวันออกกลาง จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เป็นเวทีในการเจรจาธุรกิจเท่านั้น ไม่มีจำหน่ายปลีก แต่งานนี้ถือเป็นช่องทางสำคัญที่จะแนะนำสินค้าให้เป็นที่รู้จัก พร้อมทั้งศึกษาช่องทางการทำตลาดในกลุ่มตะวันออกกลาง เรียนรู้คู่แข่ง และแสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจไปพร้อมกัน

 

ตะลุยส่งออกเครื่องสำอางสู่ตะวันออกกลาง

3912 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น