เปิดวิสัยทัศน์ CLMVT จากเบอร์ 1 แห่งแบงก์กรุงเทพ คุณชาติศิริ โสภณพนิช

พาณิชย์ระดมบิ๊กแห่งภูมิภาคร่วมประชุม CLMVT Forum ด้านแบงก์กรุงเทพ วิเคราะห์ โครงสร้างพื้นฐาน แหล่งเงินทุน ภูมิศาสตร์ไทย ผลักชาติให้เป็นศูนย์กลางแห่งอาเซียน

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายคนอาจคุ้นหูกับ CLMV ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ทางเศรษฐกิจในประชาคมอาเซียน ประกอบไปด้วย กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดย CLMV เป็นประเทศที่มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ล้อมรอบประเทศไทย ทำให้มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทยและ CLMV เติบโตอย่างมาก ในปี 2558 โดยตลาดส่งออกมีส่วนแบ่งถึงร้อยละ 10.4 การลงทุนมีสัดส่วนถึงร้อยละ 10 จากการลงทุนโดยตรงของต่างประเทศและของไทย สัดส่วนจากการท่องเที่ยวโดย CLMV มาประเทศไทยคิดเป็นร้อยละ 10 ของนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งการเติบโตสวนทางวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่กำลังซึมหนัก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ เปิดเผยในประชุมและเสวนา “CLMVT Forum 2016: Towards a Shared Prosperity” ณ ห้องนภาลัย โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ว่า CLMVT Forum เป็นการประชุมที่ตั้งเป้าหมายว่าจะจัดขึ้นทุกปี โดยปีแรกประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดงาน ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการสร้างเวทีให้ภาครัฐและเอกชนในภูมิภาคเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดและแบ่งปันประสบการณ์ รวมถึงแสวงหาแนวทางและช่องทางการพัฒนาเศรษฐกิจให้ก้าวสู่ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน พร้อมกับสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจอีกด้วย

นอกจากนี้ คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ การสนับสนุนด้านการค้าและการลงทุนใน CLMVT: บทบาทของสถาบันทางการเงินในการพัฒนาภูมิภาค ว่า CLMVT Forum 2016 เป็นการรวมตัวของนักธุรกิจทรงอิทธิพลและมีศักยภาพในภูมิภาค รวมถึงตัวแทนจากภาครัฐบาลทั้งจาก ไทย เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม และกัมพูชา เพื่อประชุมหารือ รวมถึงกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในภูมิภาคที่เต็มไปด้วยศักยภาพว่าจะอยู่ในทิศทางใด

ประเทศไทยมีขีดความสามารถมาตลอด แม้ในช่วงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ประเทศไทยก็สามารถรอดพ้นมาได้ และการปรากฏตัวของกลุ่ม CLMV ก็เป็นที่ประจักษ์ในเชิงความต้องการบริโภคของตลาดขนาด 235 ล้านคน แรงงานวัยหนุ่มสาว รวมถึงอำนาจการซื้อ ที่ทำให้นอกจากจะเป็นตลาดส่งออกแล้ว ยังเป็นภูมิภาคที่น่าลงทุนทางธุรกิจ เป็นที่หมายตาของผู้ประกอบการทั่วโลกต้องจับตามอง

บรรดานักลงทุนที่เข้ามาลงในภูมิภาคต่างได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าภายใต้กฎแหล่งกำเนิดสินค้า และยังได้รับการส่งเสริมด้าน Connectivity จาก CLMVT ด้วยการคมนาคมกันระหว่างภูมิภาคที่สำคัญสำหรับฐานการผลิต ซึ่งประเทศไทยมีความก้าวหน้ามากกว่าประเทศอื่น ๆ ด้วยภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยประเทศ CLMV อีกทั้ง ยังมี Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน) ที่ดีและสมบูรณ์กว่าประเทศเพื่อนบ้าน จนทำให้ประเทศไทยจะกลายเป็น Hub (ศูนย์กลาง) ในด้านต่าง ๆ ที่สำคัญที่สุด ในภูมิภาคไม่ใช่แค่ CLMV แต่ในอาเซียน

ด้านบทบาทของภาคการเงิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ชี้ว่า บทบาทจะแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย

  1. ความร่วมมือในการบริการลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกให้บริษัทต่าง ๆ ทำงานร่วมกันระหว่างภูมิภาคเป็นห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain)
  2. พัฒนาแหล่งธุรกิจสำหรับ CLMVT นักธุรกิจในภูมิภาคต้องการสินเชื่อเพื่อพัฒนาการลงทุน ซึ่งการที่จะทำให้การผลิตกลายเป็นฐานการผลิตเดียว ต้องให้ประเทศไทยเป็นฐานเงินทุนใน CLMV ลดความเสี่ยงใน CLMV โดยการพัฒนาตลาดหนี้และตลาดทุน เรียนรู้จากประเทศมาเลเซีย และประเทศสิงคโปร์
  3. หนุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและประเทศ โครงสร้างพื้นฐานต้องเชื่อมโยงระหว่าง CLMVT และโยงไปถึง อินเดีย จีน และญี่ปุ่น
  4. ภาคการเงินต้องสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น เนื่องจากประเทศที่พึงพาแต่เงินทุนต่างชาติและนักลงทุนต่างชาตินั้นเป็นสิ่งที่ไม่ยั่งยืน ภาคการเงินต้องสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นในการพัฒนาความสามารถแข่งขัน แรงงาน และองค์กรให้ขึ้นมาแข่งกับตลาดโลก

“ภาคการเงินการธนาคารต้องทำงานร่วมกันกับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกับสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี ส่งเสริมศักยภาพให้มีความสามารถแข่งขัน ขจัดอุปสรรคทางการค้า การที่ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือกันอย่างใน CLMVT Forum 2016 จะทำให้ความสามารถของภูมิภาคเรา ดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศ และแข่งขันกับตลาดโลกได้” คุณชาติศิริ กล่าว

840 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น