ผจก.แบงก์กรุงเทพ มะนิลา ฟันธง! ฟิลิปปินส์เลือกตั้งใหญ่ไม่กระทบนักลงทุน

เจาะบทวิเคราะห์ การเมือง เศรษฐกิจ พร้อมภาคธุรกิจสุดรุ่งในฟิลิปปินส์ กับ 2 ผู้เชี่ยวชาญ คุณดุษฎี เขมะพันธุ์มนัส และ คุณจักรกฤษ สุวรรณศิลป์

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จัดห้องให้ความรู้แบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดพิเศษกับเหล่าผู้ประกอบการที่ต้องการไปลงทุนในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรง โดยคุณดุษฎี เขมะพันธุ์มนัส ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขากรุงมะนิลา และคุณจักรกฤษ สุวรรณศิลป์ ผู้อำนวยการบริษัท Maliwasa จำกัด ผู้ผลิตกระเบื้องที่ใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์

AEC Clinic Investment กลับมาอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นการพูดถึงประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างเช่นเคยจากผู้ประกอบการ คุณดุษฎี เขมะพันธุ์มนัส ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขากรุงมะนิลา ที่เริ่มต้นพูดเรื่องราวของฟิลิปปินส์ ด้วยการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 16 เพื่อทำหน้าที่ต่อจาก ประธานาธิบดีเบนิกโน อาคีโน ที่ 3 ผู้นำคนปัจจุบัน ที่หมดวาระลง

แน่นอนว่าการเปลี่ยนผ่านผู้นำย่อมส่งผลอย่างมากต่อเศรษฐกิจประเทศและการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติรวมถึงนักลงทุนในประเทศ ซึ่ง คุณดุษฎี  ย้ำกับนักลงทุนว่า แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งยิ่งใหญ่เกิดขึ้น แต่โดยส่วนตัวไม่คิดว่าจะเป็นปัญหาสำหรับนักลงทุน เนื่องจากการเมืองภายในฟิลิปปินส์มีความแข็งแกร่งอย่างมาก

สำหรับภูมิประเทศเป็นลักษณะที่ราบสูง  มีภูเขาและภูเขาไฟ จำนวนมาก และเกาะมากถึง 7,107 เกาะ โดยมีหมู่เกาะที่สำคัญได้แก่ หมู่เกาะลูซอน (Luzon) หมู่เกาะวิสายาส์ (Visayas) หมู่เกาะมินดาเนา (Mindanao) และชายฝั่งทะเลยาว 36,289 กิโลเมตร ประชากรในประเทศราว 107 ล้านคน

คุณดุษฎี แนะว่า ปัญหาที่รัฐบาลชุดต่อไปต้องเร่งแก้ไข เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนมี 2 ปัญหาหลัก คือ ปัญหาการคอรัปชั่นในฟิลิปปินส์เป็นปัญหาเรื้อรัง และความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ฟิลิปปินส์ในการแย่งชิงพื้นสิทธินอกเหนืออาณาเขตทางทะเล โดยฟิลิปปินส์ได้มีการผูกมิตรกับสหรัฐอเมริกาอย่างแน่นแฟ้น ซึ่งทางสหรัฐฯ ก็มีความต้องการเข้ามาขยายอำนาจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จากการที่จีนกำลังมีอิทธิพลอย่างมาก และฟิลิปปินส์ก็สามารถทำได้สำเร็จในการดึงสหรัฐฯ เข้ามา โดยสหรัฐฯ ได้ทำการตั้งฐานทัพภายในประเทศฟิลิปปินส์อีกด้วย แม้ว่าทางศาลสูงจะมีการออกมาทักท้วงก็ตาม แต่ถึงกระนั้นศาลสูงก็ได้ออกมาตัดสินแล้วว่าไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้ในอนาคตสหรัฐฯ จะทำการตั้งฐานทัพอย่างน้อย 5 แห่งในฟิลิปปินส์อย่างแน่นอน จากปัญหาข้างต้นทำให้นักลงทุนที่ต้องไปอยู่ที่ฟิลิปปินส์และต้องการติดต่อซื้อขายกับทางจีนอาจต้องเจออุปสรรคอย่างมาก

นอกจากนี้ฟิลิปปินส์ยังเป็นประเทศที่งบประมาณขาดดุลมานานตั้งแต่ 1998 และมีการคาดการณ์ว่าจะขาดดุลต่อไปอย่างน้อย 5 ปี ถึงปี 2020 เนื่องจากการเรียกเก็บภาษียังไม่พอ จากรายจ่ายจำนวนมาก รวมถึง TPP Project ที่ฟิลิปปินส์ได้ลงนามร่วมไว้ โดยมีโปรเจคต์ทั้งหมด 50 โปรเจคต์ ทางรัฐบาลได้มีการตั้งงบประมาณในปี 2016 – 2020 ไว้ที่ 64 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 15% ซึ่งจะสามารถช่วยสนับสนุนจีดีพีของประเทศได้มหาศาล

สำหรับโครงสร้างที่ฟิลิปปินส์ต้องการพัฒนาคือโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งท่าเรือ ถนน รถไฟ และสนามบิน ซึ่งยังมีขนาดเล็กและไม่อำนวยความสะดวก สายการบินชื่อดังของไทยเคยบินวนน่านฟ้าฟิลิปปินส์จนน้ำมันเกือบหมดเพราะไม่สามารถลงจอดที่ท่าอากาศยานได้ จากนโยบายที่รัฐบาลมีความต้องการพัฒนาการท่องเที่ยวนั้นจะทำให้ฟิลิปปินส์มีปัญหาจากการคมนาคมดังที่กล่าวมา ซึ่งจะมีความยากลำบากอย่างมากโดยเฉพาะท่าอากาศยานที่ไม่สามารถรองรับเที่ยวบินได้

นโยบายที่ฟิลิปปินส์มีความต้องการพัฒนาและวางเป้าหมายให้ลุล่วงในปี 2040 ประกอบด้วย
1.   การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Investment)
2.   การส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตในภาคธุรกิจต่าง ๆ (Boosting Manufacturing Sector)
3.   การขยายภาคธุรกิจบริการให้มากขึ้น (Expanding Services Sector)
โอกาสธุรกิจที่เติบโตในฟิลิปปินส์
1.   อุตสาหกรรมเกษตร (Agro-Industry)
2.   BPO/IT Services
3.   อิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์
4.   พลังงาน
5.   โลจิสติกส์ (Hub)
6.   เหมืองแร่
7.   การต่อเรือ (Shipbuilding)
8.   การท่องเที่ยว

สำหรับผู้ประกอบการไทย คุณจักรกฤษ สุวรรณศิลป์ ผู้อำนวยการบริษัท Maliwasa จำกัด ผู้ผลิตกระเบื้องที่ใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ ในเครือของ SCG แนะนำเพิ่มเติมว่า จากนโยบายความต้องการของรัฐบาลสะท้อนให้เห็นถึงช่องทางการลงทุนให้กับนักลงทุนไทยว่า การที่ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานและการสร้างอสังหาริมทรัพย์ที่ยังขาดแคลนทำให้ภาคธุรกิจก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งที่เกี่ยวกับการก่อสร้างทั้งหมดจะกลายเป็นภาคธุรกิจที่จะเติบโตอย่างมาก รวมถึงภาคบริการและการโรงแรม สำหรับผู้ประกอบการไทย ซึ่งมีความชำนาญอย่างมากในเรื่องของภาคธุรกิจบริการ และภาคการโรงแรม ร้านอาหาร สปา และนวดแผนไทย ที่ขึ้นชื่อระดับโลก ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่ยังมีพื้นที่ทางการตลาดเหลืออยู่

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.thสายด่วน 1333

 

หมายเหตุ (ซ้าย)คุณดุษฎี เขมะพันธุ์มนัส ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขากรุงมะนิลา (ขวา) คุณจักรกฤษ สุวรรณศิลป์ ผู้อำนวยการบริษัท Maliwasa จำกัด ผู้ผลิตกระเบื้องที่ใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์

 

เลือกตั้งใหญ่ฟิลิปปินส์ไม่กระทบนักลงทุน sme

534 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น