เจาะขั้นตอนนำเข้าและทำการตลาดสินค้าออนไลน์อินเตอร์

ธุรกิจ E-Commerce กำลังเข้ามามีบทบาทและสร้างเม็ดเงินให้กับระบบเศรษฐกิจอย่างน่าสนใจ ซึ่งในอนาคตอาจเข้ามาพลิกรูปแบบการค้า ให้ห้างสรรพสินค้าลดความสำคัญลงได้

เริ่มต้นสำหรับผู้ประกอบที่สนใจทำ E-Commerce ต้องรู้แหล่งที่จะคัดเลือกสินค้าเข้ามาขาย โดยแหล่งหาสินค้านำเข้ายอดนิยมนั้นสามารถแบ่งออกได้ตามนี้
1.   Online : Taobao.com Gmarket.co.kr Rakuten.co.jp และ Amazon.com
2.   Offline : สินค้าจากธุรกิจครอบครัว หรือแหล่งค้าส่งที่สำคัญ

โดยทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะมีทั้งรูปแบบที่ผู้ประกอบการสั่งแล้วตุนสินค้ากับแบบไม่ต้องตุนสินค้า ซึ่งอย่างหลังเหมาะสำหรับนักธุรกิจออนไลน์มือใหม่อย่างมาก โดยจะดำเนินธุรกิจในรูปแบบตัวแทนจำหน่ายที่ไม่ต้องตุนสินค้าไว้ทำให้เงินไม่จมสำหรับผู้เริ่มต้น

จากนั้นเมื่อผู้ประกอบการคัดเลือกสินค้าที่ต้องการจำหน่ายแล้ว จำเป็นต้องมองหาชิปเปอร์ผู้นำเข้าสินค้า อย่างเช่น www.vcanbuy.com ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย สำหรับผู้ที่ต้องการหาสินค้า Offline การเดินสำรวจก่อนในช่วงแรกเป็นสิ่งที่ควรทำ และจดสินค้าที่ท่านสนใจอย่างละประมาณ 20 ชิ้น โดยห้ามจดสินค้าซ้ำหรือสินค้าทั้งหมดจากร้านเดียวกัน

การที่แนะนำให้ผู้ประกอบการเริ่มต้น เดินสำรวจและจดรายชื่อสินค้ารวมถึงร้านค้านั้น เพื่อเป็นการป้องกันการรีบตัดสินใจซื้อสินค้าจากความเหนื่อยล้า จนส่งผลให้เลือกสินค้าที่ไม่น่าสนใจจริง ๆ มาขาย

เมื่อได้สินค้าที่ต้องการขายแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเริ่มทำ Online Marketing ซึ่งแพลตฟอร์มที่แนะนำและได้ผลอย่างมากคือ Social  Network Marketing  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิด Page ใน เฟซบุ๊ค (Facebook) ที่เป็นส่วนหนึ่งในการโปรโมทสินค้าและธุรกิจ อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการให้ข้อมูลข่าวสารและการขายอีกด้วย

สำหรับเครื่องมือการทำโฆษณาบน เฟซบุ๊ค (Facebook) ที่ได้ผลและบรรลุเป้าการขายมากที่สุดคือการ “โปรโมทโพสต์” ให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงสินค้า ซึ่งการกำหนดกลุ่มเป้าหมายคือเครื่องชี้ชะตาว่าสินค้าจะเข้าถึงหรือไม่ จะขายได้หรือไม่ คือการกำหนดเป้าหมายลงในช่อง “กำหนดเป้าหมายอย่างละเอียด” และเข้าไปตรวจสอบที่ “ตัวจัดการโฆษณา” จากนั้นไปที่หัวข้อ “หัวข้อ CTR” ซึ่งตัวเลขวัดผล CTR ที่ดีต้องมากกว่า 7 % สำหรับ CTR คือตัวเลขที่วัดผลจาก 100 คน มี 7 คนที่เกิด Activity กับโพสต์ที่ทำการโปรโมท กุญแจสำคัญอีกข้อคือหาก CTR ขึ้น 9% แต่ไม่สามารถขายของได้ ให้ผู้ประกอบการดูที่ราคา อาจต้องหาแหล่งนำเข้าสินค้าใหม่ที่ราคาถูกลงกว่าเดิม รวมถึงการถ่ายรูปที่ต้องออกมาสวยงามอีกด้วย

ส่วนเครื่องมือที่สำคัญอีกอย่างในการดึงกลุ่มเป้าหมายให้เข้าถึงสินค้าคือ การทำโฆษณาผ่าน Adword ใน Google โดย Page Facebook ที่ขายสินค้าของผู้ประกอบการจะขึ้นอยู่บนหน้าแรกในการค้นหาของ Google ซึ่งจะช่วยดึงกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดให้เข้าถึงมากขึ้น

นอกจากนี้เมื่อทำธุรกิจและสามารถสร้างฐานลูกค้าได้สำเร็จ ปัญหาที่ผู้ประกอบการจะต้องเจอตามมาคือจะเริ่มมีการนำสินค้ามาขายตัดราคา เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องมองหาสินค้าใหม่อยู่เสมอ รวมถึงการมองหาแหล่งนำสินค้ามาขายใหม่อีกด้วย อย่าขายแต่สินค้าเดิม ๆ หรือมองหาสินค้าจากแหล่งเดิม ๆ

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล:AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

BBL_SME-SME-Go-Inter_V2

1778 Total Views 3 Views Today
แสดงความคิดเห็น