Stick house ไอศกรีมเจลาโต้ ขายได้ขายดี ไม่สนกระแสเศรษฐกิจ

ร้านไอศกรีมย่ำแย่! เหตุจากเศรษฐกิจฉุดลง แต่เนื่องด้วยจุดแข็งและความแตกต่างเหนือคู่แข่งถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ เช่นเดียวกับร้านไอศกรีม Stick house ที่ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหา เดินหน้าพัฒนาต่อเนื่อง จนตอนนี้สามารถขยายสาขาได้แล้ว 4 สาขาภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี

Stick house ร้านไอศกรีมเจลาโต้ อิตาลี โดยมีคุณภูมิ เรืองสินภิญญา เป็นเจ้าของธุรกิจ ได้เปิดโอกาสเล่าถึงจุดเริ่มต้นให้ฟังว่า “Stick house เป็นร้านไอศกรีมเจลาโต้ อิตาลี แฮนด์เมดแท่งน่ารัก ๆ และเป็นธุรกิจแฟรนไชส์ที่ซื้อมาจากประเทศอิตาลีโดยตรง นับว่าเป็นแบรนด์ที่โด่งดังและกระจายสาขาทั่วโลกถึง 60 แห่ง ทั้งนี้ จึงตัดสินใจนำเข้ามายังประเทศไทย ซึ่งดำเนินกิจการมาได้ 1 ปีกว่า และสามารถขยายสาขาเป็นของตนเองแล้วทั้งหมด 4 สาขา ไม่ว่าจะเป็นสาขาสยามพารากอนชั้น G เทอร์มินอล ทเวนตี้วันชั้น 4 เอ็มควอเทียร์ชั้น B และโครงการท่ามหาราช ซึ่งปีนี้จะก้าวไปเปิดสาขาที่ SHOW DC อีกหนึ่งที่”

จุดเด่นของไอศกรีมร้าน Stick house “อยู่ที่รสชาติความอร่อย เนื้อแน่น ละลายช้า ผิวไอศกรีมเนียนนุ่ม ส่วนเครื่องผลิตไอศกรีมพร้อมทั้งวัตถุดิบทั้งหมดนำเข้าจากประเทศอิตาลี เป็นสินค้าที่ถูกลิขสิทธิ์ได้คุณภาพ นอกจากนี้ วัตถุดิบของร้านเราสดใหม่ทุกวัน ไม่ใส่สีผสมอาหาร อีกทั้งรสชาติของไอศกรีมแบ่งเป็นรสผลไม้รวมที่มีมากกว่า 30 รสชาติ ไม่ว่าจะเป็นรสนม, รสกล้วย, รสช็อกโกแลต, รสวานิลลา, รสกาแฟ, รสมะม่วง, รสเมลอน, สตรอเบอรี่, รสราสเบอรี่, รสเลมอน เป็นต้น และยังเพิ่มลูกเล่นน่ารักๆ เข้าไปด้วย ทำให้ผลการตอบรับถือว่าดีในช่วงแรกๆ แต่ระยะหลังเริ่มน้อยลง เนื่องจาก เศรษฐกิจปัจจุบันไม่ค่อยดี แต่โดยรวมก็ถือว่าพอไปได้”

ธุรกิจแฟรนไชส์ก็รวยได้ ถ้ารู้จักบริหารธุรกิจเป็น!
คุณภูมิ เล่าว่า “ร้านไอศกรีม Stick house เป็นลิขสิทธิ์แท้ของอิตาลี ซึ่งก่อนตัดสินใจเลือกซื้อแฟรนไชส์แบรนด์นี้เพื่อใช้เป็นธุรกิจของตนเองต้องดูว่ากลุ่มลูกค้าของเขามีจำนวนมากแค่ไหน แล้วสินค้าที่เรานำมาขายจะมีผลการตอบรับเป็นอย่างไร โดยวิเคราะห์การตลาดและภาพรวมก่อนเสมอ เมื่อตัดสินใจได้แล้วจึงค่อยซื้อ ส่วนต้นทุนก็จะมีค่าแฟรนไชส์ พร้อมค่าลงทุนเรื่องตู้ไอศกรีม อุปกรณ์ต่าง ๆ และออกแบบร้านเอง ด้วยการอ้างอิงจากแบรนด์เดิมให้เหมาะสม ทั้งนี้ เรื่องของรายได้อย่างที่บอกไปข้างต้นเรื่องเศรษฐกิจไม่ค่อยดี แต่ก็พอมีกำไรอยู่ได้”

“Stick house ใส่ใจรสชาติเป็นสำคัญ ต้องสดใหม่ อร่อย สวยงาม และเหมาะกับราคาขาย”
นอกจากนี้คุณภูมิเล่าต่อว่า “ประเทศไทยถือว่าเป็นเมืองร้อน ซึ่งสินค้าประเภทไอศกรีมสามารถทานได้ทุกฤดูกาล ส่วนการตลาดตอนนี้เราพยายามทำให้แบรนด์ติดหูลูกค้า รวมทั้งกำลังสร้างความแตกต่างให้ไอศกรีมแท่งด้วยการออกแบบลวดลายในแนวสินค้าแฮนด์เมด”

Stick house ไอศกรีมเจลาโต้ 2

“ส่วนปัญหาที่เจอขณะนี้น่าจะเป็นเรื่องความเชื่อของคนไทยที่มักอยู่ติดกับอะไรเดิม ๆ ตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนไอศกรีมราคาแท่งละ 5 -10 บาท แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้ว ซึ่งราคาไอศกรีมของเราค่อนข้างราคาสูงอยู่ที่แท่งละ 89 บาท แต่ก็คุ้มกับราคาที่จ่าย”

วิธีบริหารธุรกิจเพื่อเก็งกำไร
“ลูกค้าส่วนใหญ่ของร้าน Stick house เป็นชาวต่างชาติ และกำลังหากลุ่มลูกค้าคนไทยให้มากขึ้น  ดังนั้น วิธีการบริหารธุรกิจเพื่อให้ได้กำไรสูงสุดคือ 1.ควบคุมต้นทุน 2.ผลิตร่วม หมายความว่า  เราจะไม่แยกแหล่งผลิตไอศกรีมไปที่อื่น ต้องผลิตในสถานที่แห่งเดียวกัน 3.ใช้พนักงานที่มีประสิทธิภาพ และกำลังมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายตามงานแต่งงาน งานแคทเทอริ่ง เพราะไอศกรีมแท่งเล็กราคาจะย่อมเยา”

เคล็ดลับการบริหารธุรกิจ
“อย่างแรกลูกค้าถูกเสมอ โดยเอาคอมเมนต์ของลูกค้ามาแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น ต่อมาคือการบริการ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งโลเกชันก็มีส่วนทำให้ประสบความสำเร็จได้ สำหรับแนวโน้มในอนาคต เราพยายามสร้างแวลู สร้างสตอรี่ที่มาของไอศกรีมให้ป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น”

“ส่วนตลาดคู่แข่ง เราไม่หวั่น เพราะว่าแต่ละแบรนด์มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนั้น เราต้องทำไอศกรีมให้เป็นที่จดจำ โดยจุดขายอยู่ที่หน้าตา เช่น มองปุ๊บคนต้องเหลียวหลังกลับมาดู สุดท้ายอนาคตผมมองว่าหากเศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น เราก็จะไม่ยอมแพ้ จะต้องพัฒนาจุดแข็งต่อไปเรื่อย ๆ” คุณภูมิเล่าทิ้งท้าย

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

Stick house ไอศกรีมเจลาโต้ ขายได้ขายดี ไม่สนกระแสเศรษฐกิจ

889 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น