เปิดร้านยังไง ให้ใคร ๆ ก็อยาก Check-in

รายการ SME CLINIC ในหัวข้อ “Social Restaurant” มาเรียนรู้การตลาดออนไลน์สำหรับร้านอาหารโดย 2 วิทยากร คุณธีรศักดิ์ แก้วประเสริฐศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญประจำสถาบันธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร (FFI) และคุณธนพันธ์ วงศ์ชินศรี เจ้าของร้าน Penguin Eat Shabu บุฟเฟต์ชาบูสุดน่ารัก มาดูกันว่าโซเชียลมีเดียมีประโยชน์แค่ไหน ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้ดีอย่างไร งานนี้ผู้ประกอบการร้านอาหาร…ห้ามพลาด !!

อ.ธีรศักดิ์ แก้วประเสริฐศิลป์ เปิดประเด็นพูดถึงบทบาทของโซเชียลมีเดียในยุคปัจจุบัน ว่า“ปัจจุบันออนไลน์มาร์เก็ตติงเข้ามามีอิทธิพลสูงมาก เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงสื่อออนไลน์ทั้งหมด โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือการทำตลาดออนไลน์ที่ได้ผลถ้าอยากให้คนรู้จักเรามากขึ้นด้วยงบประมาณที่มีจำกัด ตรงนี้ออนไลน์มาร์เก็ตติงมีประโยชน์มาก”

ส่วนคุณธนพงศ์ เสริมว่า  “ทุกวันนี้เราใช้โซเชียลมีเดียติดต่อกันตลอด ปฏิเสธไม่ได้ว่าวิถีชีวิตแทบจะ 24 ชั่วโมงของเราอยู่กับโลกออนไลน์ตลอดเวลา ผู้ประกอบการร้านอาหารควรมองให้เห็นถึงความสำคัญตรงจุดนี้ให้มาก”

เนื่องจากโซเชียลมีเดียมีมากมายหลายตัว โดยหลักในการเลือกนั้น วิทยากรทั้งสองท่านบอกว่า

อ.ธีรศักดิ์ : “ทุกตัวมีประโยชน์ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าต้องดูความเหมาะสมของเราเองว่าจะใช้ตัวไหนเป็นหลัก”

คุณธนพงศ์ : “ปัจจุบันใช้เป็นหลักอยู่ 3 ตัว เฟซบุก ไลน์ และอินสตาแกรม แต่ที่โฟกัสมาที่สุดจะเป็นเฟซบุกที่ทำมาตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงปัจจุบัน”

เรื่ององค์ประกอบที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการทำมาร์เก็ตติงออนไลน์นั้น อ.ธีรศักดิ์ มองว่าคาแรกเตอร์ของร้านและกลุ่มเป้าหมายคือสิ่งที่ต้องนึกถึงเป็นอันดับแรก

“ร้านต้องมีคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน แบรนด์คาแรกเตอร์บนโลกออนไลน์เป็นเรื่องสำคัญ จากนั้นต้องรู้ว่ากลุ่มเป้าหมายเป็นใคร โดยร้านอาหารที่ต้องการใช้สื่อออนไลน์แน่นอนว่าทุกคนต้องอยากทำแฟนเพจ อินสตาแกรม สร้างไลน์แอด ซึ่งทุกคนสามารถสร้างได้ แต่เมื่อสร้างแล้วต้องกำหนดคาแรกเตอร์โซเชียลมีเดียของแบรนด์ให้ชัดเจน น่าสนใจ อย่างเช่น  ร้านเพนกวินชาบูถือว่าเป็นการทำที่ประสบความสำเร็จ  เพราะมีแบรนด์คาแรกเตอร์ที่ชัดเจน มีวิธีการเล่นหรือชักจูงลูกเพจให้อยากมีส่วนร่วมได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งต่างจากรายอื่นที่ทำเพจแค่การ PR เพียงอย่างเดียว ไม่มีอะไรน่าสนใจ”

สำหรับร้าน Penguin Eat Shabu มีการสร้างแบรนด์คาแรกเตอร์เป็นตัวเพนกวิน ซึ่งคุณธนพงศ์เล่าถึงที่มาและการทำการตลาดผ่านโซเชียลในช่วงเริ่มเปิดร้านว่า “มองว่ากลุ่มผู้หญิงจะชอบใช้โซเชียลเช็กอินร้านอาหาร  โพสต์รูปอาหารเป็นส่วนมาก เราเลือกใช้ตัวเพนกวินสื่อสารกับผู้บริโภค โดยเพนกวินจะเป็นผู้ชายที่มีนิสัยทะลึ่ง กวน ๆ ฮา ๆ ซึ่งผู้หญิงมักจะชอบ โดยเน้นการทำมาร์เก็ตติงออนไลน์ตั้งแต่แรก  เนื่องจากเรามีทุนไม่เยอะ จึงตั้งใจตั้งแต่แรกเลยว่าจะทำการตลาดออนไลน์เท่านั้น ทำตั้งแต่วันแรกที่มีโลโกร้าน โพสต์ลงเพจไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมของร้าน จนเปิดร้านวันแรกเรามีแฟนเพจถึง 8000 ไลก์ จึงมีลูกค้าตั้งแต่วันแรก ต่อเปิดได้ 3 เดือนลูกค้าเต็มร้าน จากนั้นก็เต็มทุกวันจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังใช้สื่อโซเชียลในการช่วยเรื่องจุดอ่อนที่ร้านมีปัญหาเรื่องโลเกชัน เพราะอยู่ในซอยที่เป็นซอยย่อย เราวิเคราะห์จุดอ่อน แล้วใช้ออนไลน์กลบจุดอ่อนของเราผ่านการสื่อสาร”

อ.ธีรศักดิ์ กล่าวเสริมคุณธนพงศ์ พร้อมอธิบายเสริมในเรื่องการปรับตัวของผู้ประกอบการที่ต้องการจะใช้โซเชียลมีเดียว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

“ต้องสร้างความเข้าใจก่อนว่า  เครื่องมือที่เราจะใช้มีประโยชน์อะไร ต้องมีกลยุทธ์ที่ดี รู้จักวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ต้องรู้จักเรียนรู้ ต้องวิเคราะห์ให้ออกว่าใช้แบบไหนถึงจะเหมาะกับธุรกิจของเรา ด้วยยุคนี้เป็นยุคโซเชียลมีเดีย แม้ว่าการที่เรายังไม่มีหน้าร้านหรือยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่ถ้าเรามีแฟนเพจก็สามารถสื่อสารสร้างเรื่องราวให้น่าติดตามหรือชวนให้สนใจได้ คือการสร้างความต้องการให้เขาก่อน”

และในเรื่องกลยุทธ์การสร้างความน่าสนใจของร้าน  เพื่อจูงใจให้ลูกค้าแชร์และบอกต่อนั้น ทั้งสองท่านได้ให้ความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน

คุณธนพงศ์ : “เราวิเคราะห์ว่าจะทำยังไงให้ลูกค้ามาร้านเราแล้วถ่ายรูปโพสต์ลงโซเชียลให้มากที่สุด เราออกแบบร้านเองซึ่งเป็นข้อดี โดยไฟในร้านเราต้องสว่าง เวลาลูกค้าถ่ายรูปแม้จะเป็นมือถือที่กล้องคุณภาพไม่ดี แต่รูปก็จะชัด พอรูปชัดเราก็อยากแชร์ รวมทั้งยังมีมุมให้ถ่ายรูปที่ทุกคนต้องมาถ่าย มีพร็อบให้ถ่ายในร้านมากมาย อุปกรณ์ทุกอย่างในร้านต้องถ่ายรูปได้ มีชุดเพนกวินให้ใส่ถ่ายรูป และที่สำคัญพนักงานของเราทุกคนถูกฝึกให้ใช้มือถือในการถ่ายรูป ทุกคนถ่ายเป็นไม่ว่าไอโอเอสหรือแอนดรอย เลือกมุมถ่ายได้ เมื่อลูกค้ามีรูปสวย ๆ มุมสวย ๆ ก็เต็มใจที่จะแชร์รูปออกไป”

“กลยุทธ์อีกอย่างคือ  การเลือกใช้ประเภทโซเชียลตามความเหมาะสม อย่างที่ใช้อยู่ 3 ตัวหลัก คือ  อินสตาแกรม จะเหมาะกับกลุ่มคนที่ไม่ชอบอ่านมากโดยเน้นรูปเป็นหลัก ดังนั้นรูปที่ลงไอจีต้องดูน่ากิน สีสันสดใส ดูแล้วอยากจะมากิน ส่วนเฟซบุกนั้นอาจจะเน้นในเรื่องโปรโมชั่น เข้ามาอ่านคอมเมนต์ เรื่องการแท็กเพื่อน ส่วนไลน์ก็เป็นช่องทางใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำ มีกลุ่มลูกค้าอยู่ประมาณหมื่นกว่าคน เอาไว้ใช้บอกรายละเอียดโปรโมชันใหม่ ๆ สามารถเจาะเฉพาะกลุ่มได้”

อ.ธีรศักดิ์ : “การทำตลาดออนไลน์ให้ประสบความสำเร็จ  จะต้องมีเรื่องราวที่น่าสนใจ การสร้างสตอรี่ต้องทำให้ดูดี ต้องน่าสนใจ เริ่มจากชัดเจนกับกลุ่มเป้าหมาย มีคาแรกเตอร์ของแบรนด์ จากนั้นจึงสร้างเรื่องราวที่น่าสนใจ ต้องเอากลุ่มลูกค้าเป็นตัวตั้งว่าชอบหรือสนใจเรื่องราวแบบใด จากนั้นก็เอามาเป็นจุดขาย โดยเนื้อหาที่สำคัญมีอยู่ 2 ส่วนคือ  รูปภาพและข้อความ  ซึ่งเนื้อหาที่ดีคือการสร้างอารมณ์ความรู้สึก ไม่ใช่แค่การ PR”

ส่วนกระแสทางแง่ลบของโซเชียลมีเดียนั้นก็เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการต้องคำถึง โดยคุณธนพงศ์ พูดถึงด้านลบและการรับมือของร้านเพนกวินชาบูให้ฟังว่า “เรามีสโลแกนน่ารัก ๆ ว่า ‘ไม่อร่อยให้ต่อยเพนกวิน’ ซึ่งจุดนี้เป็นประตูที่ทำให้เราเข้าถึงลูกค้า เป็นช่องทางพูดคุยกับเขาว่าเราผิดพลาดบกพร่องตรงไหน สามารถนำไปปรับปรุงได้ และเนื่องจากเพนกวินมีแฟนเพจกว่าสี่แสน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าโดนคอมเมนต์ตลอด เคยโดนหนักถึงขั้นยอดขายตก จึงได้มาคุยกันเพื่อหาทางออกโดยการมีทีมงานคอยตอบคอมเมนต์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเจ้าของร้านจะคอยดูและตอบคอมเมนต์ด้วยตัวเองให้มากที่สุด โดยมีหลักคือ ต้องใจเย็น ๆ พยายามไม่โต้แย้ง รับฟังให้มากที่สุด ขอโทษ  และเชิญให้มาทานใหม่”

และในเรื่องแง่ลบนั้น อ.ธีรศักดิ์ อธิบายเพิ่มว่า“หากมีกระแสทางแง่ลบหรือเรื่องดรามา อย่างแรกต้องใจเย็น ๆ รอดูกระแสก่อนว่าจะไปในทิศทางไหน ถ้าอยู่ในพื้นที่ของเราเช่นในเพจ ควรเข้าไปคุยกับเขา ห้ามลบ เพราะถ้าลบแล้วเขาอาจไปโพสต์ที่อื่นแล้วเราจะควบคุมไม่ได้ ต้องพยายามรู้ให้ได้ว่าลูกค้าไม่พอใจเราเพราะอะไร เรื่องการบริการ หรือรสชาติของอาหาร อันดับแรกต้องน้อมรับ ขอโทษ รับฟังและแก้ไข”

“และสิ่งที่ต้องคำนึงถึงสำหรับผู้ประกอบการนั้นคือ  ต้องคิดเสมอว่าทุกอย่างมีทั้งด้านบวกและลบ ต้องระวังผลลัพธ์ในทางลบด้วย เช่น ใช้ไปแล้วคนไม่ชอบ หรือโดนคู่แข่งโจมตี และที่สำคัญอย่าโฟกัสแค่ที่เครื่องมือใดเครื่องมือเดียว ต้องพยายามศึกษาหลาย ๆ ช่องทาง หากว่าผิดพลาดอย่างไรก็สามารถใช้ช่องทางอื่นแทนได้”  อ.ธีรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

921 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น