บริษัทเมียนมา เร่งพัฒนาสู่ “บริษัท CSR โลก”

เป้าหมายสูงสุดที่นอกเหนือจากแสวงหากำไรแล้ว บริษัททั้งหลายในเมียนมา จะต้องได้รับการพัฒนาในด้านจริยธรรม รับผิดชอบต่อสังคม และก้าวไปสู่การเป็น…บริษัท CSR ระดับโลก

ศาสตราจารย์ Aung Tun Thet ที่ปรึกษาอาวุโส สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมเมียนมา เปิดเผยว่า “เราจะเน้นให้ความสำคัญของคุณภาพบุคลากรที่จะมาดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในภาคเอกชน  แม้ว่าตอนนี้ที่เมียนมามีบริษัทมหาชนจำกัดเกิดขึ้นราวกับดอกเห็ด แต่ประชาชนส่วนใหญ่มักจะพูดกันว่า กรรมการบริษัทส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะมีคุณภาพมากนัก  ในเมื่อเป็นแบบนี้  เราจึงอยากให้พวกกรรมการบริษัททั้งหลาย ว่าคุณจะต้องแสดงศักยภาพออกมา ต้องจริยธรรมมากกว่านี้ และต้องมีความเป็นผู้นำด้วย เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความเชื่อมั่นในตัวคุณ อีกทั้งผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และองค์กร จะต้องบริหารด้วยความโปร่งใส จะต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการทำ CSR แล้วคุณก็จะสามารถนำองค์กรไปสู่ความยั่งยืนได้ ใคร ๆ ก็จะพากันปรบมือชื่นชม”

“ยังมีข้อครหาอีกว่า แม้นโยบายบริษัทส่วนใหญ่จะโชว์วิสัยทัศน์ว่า บริษัทของตัวเองมีนโยบายที่ดี ๆ ต่อเรื่องโน้นเรื่องนี้  แต่ในทางปฏิบัติมักจะละเลยสิ่งเหล่านี้ไปอย่างน่าเสียดาย  ทั้งที่เหล่ากรรมการบริษัทก็ล้วนต้องการที่จะเร่งนำบริษัทของตนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ให้ได้ แต่เรามองว่าไม่จำเป็นต้องเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้นแหละมันน่าจะมีความสำคัญมากกว่า ซึ่งเรื่องการสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้นในตัวกรรมการบริษัทนี่แหละ เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ทุกบริษัทต้องมีเลยล่ะ”

แผนปฏิบัติหรือนโยบายทั้งหลายแหล่เหล่านี้ไม่ควรทำเพียงแค่ภาคธุรกิจเอกชนเท่านั้น แต่ควรทำกับองค์กรรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่รัฐมีสถานะเป็นเจ้าของ หรือถือหุ้นเกินกว่าครึ่งหนึ่งด้วย

ในขณะเดียวกัน ศาสตราจารย์ Aung Tun Thet ยังเปิดต่อสื่อมวลชนถึงเรื่องที่ต้องการจะกระตุ้นให้ภาคธุรกิจในท้องถิ่นพัฒนาศักยภาพไปสู่ระดับโลกให้ได้ด้วย เพื่อให้ทั่วโลกได้เห็นว่าภาคธุรกิจท้องถิ่นเหล่านั้นมีการปฏิบัติที่ถูกต้องในเรื่องสิทธิมนุษยชน มีมาตรฐานแรงงานที่ถูกต้อง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต่อต้านการคอรัปชัน

“ขณะนี้บริษัทในเมียนมามีราว 300 แห่ง ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ UNGC (UN Global Compact : การทำ CSR ระดับโลก)  ฉะนั้นเมียนมาคือหนึ่งในอาเซียนที่เป็นสมาชิกของ UNGC แต่ในอนาคตเราจะผลักดันบริษัทให้ได้ 1,000 แห่งในการเป็นสมาชิก UNGC  นี้ให้จงได้ ถ้าเราบรรลุเป้าหมายได้สำเร็จ เราจะขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของโลกในด้านบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการทำ CSR ระดับโลก” ศาสตราจารย์ Aung Tun Thet เปิดเผยทิ้งท้าย

456 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น