“ริชชีบราวนี่” บราวนี่ออนไลน์ เงินลงทุนหลักแสน ผ่านไป 3 ปี ยอดขายเดือนละหลักล้าน !

ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงในตลาดของเบเกอรี “ริชชีบราวนี่” บราวนี่เกรดพรีเมี่ยม มิได้เกรงกลัว มั่นใจในคุณภาพและรสชาติความอร่อย อีกทั้งยังใช้การตลาดผ่านสื่อออนไลน์ ขายผ่าน Facebook โดยมียอดแฟนเพจกว่า 300,000 ไลค์รวมถึงตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ดำเนินธุรกิจ 3 ปี เริ่มต้นลงทุนหลักแสน ปัจจุบันสร้างยอดขายหลักล้านต่อเดือน

ริชชีบราวนี่ บริหารงานโดย คุณวริญยา ดวงงา หรือฝ้าย เจ้าของแบรนด์และเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งริชชีบราวนี่ บราวนี่สุดอร่อย รสชาติเข้มข้น โดยมีสโลแกนว่า “มากกว่าบราวนี่ คือความใส่ใจ” ซึ่งในวันนี้ คุณตู่-พรชัย แรมลี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด จะมาให้รายละเอียดและบอกเล่าถึงเคล็ดลับกลยุทธ์ในการ‬สร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

“ริชชีบราวนี่” บราวนี่ออนไลน์ เงินลงทุนหลักแสน ผ่านไป 3 ปี ยอดขายเดือนละหลักล้าน !2

โดยคุณพรชัย เล่าถึงการเริ่มต้นของธุรกิจ ริชชีบราวนี่ ให้ฟังว่า“เป็นเบเกอรี่ บราวนี่เกรดพรีเมี่ยม จุดเริ่มต้นมาจากได้ไปเรียนทำขนม แล้วลองทำกินเองที่บ้าน ปรากฏว่าทุกคนที่ได้ลองกินบอกว่าอร่อย น่าจะลองทำขาย ตอนนั้นในตลาดขนมประเภทนี้ก็มีคนทำบราวนี่เยอะ แต่รู้สึกว่าแต่ละเจ้ารสชาติธรรมดา ไม่เป็นพรีเมี่ยม เลยมองว่าถ้าเราทำให้ดีกว่า อร่อยกว่า ทำให้เป็นพรีเมี่ยม ก็จะเป็นทางเลือกให้ลูกค้า จึงตัดสินใจทำออกมาขาย โดยสูตรของเราใส่ส่วนผสมและวัตถุดิบต่าง ๆ  อัดแน่น เข้มข้น มีรสชาติอร่อย สร้างความแตกต่างให้เป็นคนละเกรดกับที่ขายอยู่ในท้องตลาดทั่วไป จนทำให้ลูกค้าติดอกติดใจ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ และต่อยอดจนประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้”

โดยคุณตู่เล่าถึงการเตรียมความพร้อมในตอนเริ่มต้นเงินทุนก้อนแรก ระยะเวลาในการคืนทุน และผลกำไรที่ได้รับให้ฟังว่า“เริ่มต้นมาประมาณ 3 ปี ตอนแรกทำเป็นธุรกิจเล็ก ๆ เตรียมอุปกรณ์คือเตาอบ ซึ่งก็เป็นเตาขนาดเล็ก ใช้เงินทุนของที่บ้านเท่าทีมี เริ่มแรกใช้เงินหมุนเวียนไม่เยอะ  เพราะทำตามที่ลูกค้าสั่ง สั่งของ วางเงิน แล้วจึงของส่ง ในช่วงแรกใช้เงินทุนประมาณไม่เกิน 500,000 บาท ต่อมาเริ่มขายดี คิดขยายธุรกิจ จึงต้องหาแหล่งเงินทุนใหม่  โดยทำสินเชื่อกับธนาคาร นำเงินทุนมาใช้ในกระบวนการผลิต ซื้อเครื่องจักรใหม่ สร้างโรงงานเพื่อรองรับกับธุรกิจที่ขยายตัว หลังจากขยายธุรกิจแล้วกิจการก็ดำเนินมาได้ด้วยดี สร้างยอดขายจนสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาประมาณ 2 ปี โดยปัจจุบันมียอดขายต่อเดือนประมาณ 2-3 ล้านบาท สัดส่วนของกำไรอยู่ประมาณ 20-30 %”

และในส่วนของวิธีการทำกำไรนั้นคุณตู่เพิ่มเติมว่า “ปัจจัยที่ทำให้ได้กำไรเยอะคือวอลุ่ม เรามีปริมาณการขายเยอะ แม้ว่าการขายตรงให้ลูกค้าเราจะได้กำไรเยอะกว่า แต่จะมีปริมาณการขายน้อย เทียบกับเมื่อเรามีตัวแทน และตัวแทนมีรายย่อยอีกที ทำให้เรามีปริมาณการขายมาก แม้กำไรต่อถุงจะน้อยลง แต่จำนวนขายเราได้มากถุงขึ้น ตรงนี้จึงนำมาซึ่งการได้กำไรเป็นจำนวนมาก”

ริชชี่บราวนี่มีวิธีทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ และมีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่นและผู้หญิงวัยทำงาน ซึ่งคุณตู่บอกว่า“จับกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น วัยทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มสาวออฟฟิศจะขายดีมาก และยังมีหน่วยงานต่าง ๆ ที่จัดงานเลี้ยงหรือจัดสัมมนาที่มีคอฟฟีเบรก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มร้านกาแฟ ซึ่งเป็นอะไรที่เข้ากันและไปด้วยกันได้ดีมาก และในส่วนของการตลาดนั้น ใช้การขายออนไลน์ โดยสื่อโซเชียล มี Facebook เป็นหลัก  Instagram นิดหน่อย โดย Facebook มีคนกดไลค์มากกว่า 300,000 คน สื่อออนไลน์ช่วยให้ธุรกิจโตเร็วขึ้น ยอดขายหลักมาจากเพจ”

ส่วนวิธีเอาชนะคู่แข่งนั้น  ริชชี่บราวนี่มีความมั่นใจในเรื่องของรสชาติ ซึ่งคุณตู่อธิบายในส่วนนี้ไว้ว่า“เราทำเป็นเจ้าแรก ๆ สำหรับบราวนี่สติก เราชนะคู่แข่งได้เพราะเรื่องของแพ็กเกจจิ้ง เจ้าที่ออกมาหลัง ๆ ส่วนใหญ่จะเลียนแบบเรา  แต่เราก็ไม่ได้กังวลอะไร เพราะสิ่งที่เราได้เปรียบตอนนี้คือรสชาติ มั่นใจว่ารสชาติของเราตอนนี้นำคู่แข่งไปไกล อีกทั้งยังมีการพัฒนาปรับปรุงสูตรให้ดีขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้ปรับไปถึง 3 ระดับ ซึ่งลูกค้าบอกว่าอร่อยขึ้น มองว่าความอร่อยของคู่แข่งยังอยู่แค่ระดับ 1 ซึ่งเรายังนำหน้าอยู่มากกว่าถึง 2 ระดับ”

และคุณตู่ได้วิเคราะห์แนวโน้มของธุรกิจประเภทนี้ไว้ด้วยว่า“สำหรับสินค้าประเภทขนมกรุบกรอบกินเล่น ในกลุ่มของลูกค้ามองว่าโอกาสค่อนข้างเปิดกว้าง ไม่ได้มีของเราแบบเดียว มีหลายรูปแบบ คิดว่าน่าจะไปได้อีกไกลและมีแนวโน้มที่ดีในอนาคต ตลาดต่างประเทศก็สนใจสินค้าเรา เราไปออกงานที่จีนมาก็ได้ผลตอบรับที่ดี สินค้าประเภทนี้ที่มาจากไทยก็เป็นที่ชื่นชอบของคนที่นั่น นอกจากนี้ยังมองหาตัวแทนจำหน่ายในเขตอาเซียนด้วย อย่างเช่นที่ลาว ซึ่งภาครัฐก็มีโครงการให้การสนับสนุน เพราะในลาวและเขตพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านนั้นสินค้าจากไทยได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง”

สุดท้าย คุณตู่ได้กล่าวถึงแนวทางในการต่อยอดธุรกิจในอนาคตเพื่อพัฒนาธุรกิจให้ยั่งยืนว่า”ยังไงก็มองว่าเรายังเป็นธุรกิจขนาดเล็ก สามารถโตได้อีก  เราชัดเจนในการจับกลุ่มเป้าหมาย และใช้โซเชียลมีเดียทำการตลาดสร้างยอดขายได้เป็นอย่างดี แต่จะพึ่งพาสื่อโซเชียลเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ จึงวางแผนเพื่อทำให้ธุรกิจยั่งยืนโดยการเข้าโมเดิร์นเทรด เจาะเข้าห้างสรรพสินค้าทุกประเภท ซึ่งตอนนี้ติดต่อไว้หมดแล้ว  นอกจากนี้ยังจะหาสินค้าประเภทใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ใช่บราวนี่ หรือต่อยอดจากบราวนี่ออกไป เพื่อความหลากหลายไม่จำเจของตัวสินค้า และยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าอีกด้วย”

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

BBL_SME_-SME-In-Focus_V7

แสดงความคิดเห็น