BOI หนุนนักลงทุนไทย ปักหมุดกลุ่มอาเซียน

BOI จับมือทูตพาณิชย์ เตรียมตั้งสำนักงานในประเทศกลุ่มอาเซียน ที่นักลงทุนไทยไปปักหมุดลงทุน เพื่อช่วยการค้าการลงทุน หวังเกื้อหนุนการส่งออกยังประเทศที่นักลงทุนไทยปักหมุดให้ผ่านฉลุย

นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า “ยอดลงทุนในต่างประเทศของนักลงทุนชาวไทย ในช่วงระยะ 5 เดือนแรกของปี 2559 มีมูลค่าราว 7 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะมีการขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่มีมูลค่าการออกไปลงทุนต่างประเทศ 2 พันล้านบาท และตลอดทั้งปีอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท จึงคาดว่าตัวเลขการลงทุนในต่างประเทศปี 2559 นี้ จะมีอัตราการเติบโตมากกว่าเมื่อปีที่แล้ว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการที่มีการขยายตัว  ได้แก่ ศูนย์กระจายสินค้า วัสดุก่อสร้าง ธนาคารพาณิชย์ อุตสาหกรรมกลุ่มพลังงาน และสิ่งทอ”

ทางด้าน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยเช่นกันว่า “BOI จะตั้งสำนักงานใหญ่ที่ฮานอย เวียดนาม และย่างกุ้ง เมียนมา ภายในปี 2560 นี้ จากนั้นก็จะขยายไปตั้งสำนักงานอีกแห่งที่กรุงจาการ์ตา  อินโดนีเซียในปี 2561 อีกด้วย เพราะต้องการเข้าไปช่วยเหลือเรื่องการค้าการลงทุน  ร่วมกับทูตพาณิชย์ที่อยู่ในกลุ่มอาเซียนด้วยกัน  เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัว มีความผันผวนสูง ส่งผลให้เราไม่สามารถพึ่งพาการส่งออกแค่อย่างเดียวได้อีก ฉะนั้นรัฐบาลจึงต้องเร่งส่งเสริมการลงทุนในอาเซียน โดยเราจะทำผ่าน 3 ช่องทาง คือ ทำผ่านรัฐต่อรัฐ เอกชนต่อเอกชน และบุคคลต่อบุคคลด้วย”

“ตอนนี้ไทยเรามีสัดส่วนการส่งออกสินค้าไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนถึง 25% ของภาพรวม โดยในจำนวนนี้เป็นกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) 10% และถ้ามองในแง่มูลค่าการค้าของไทยช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นการลงทุนในอาเซียนถึง 20% เลยทีเดียว”

นอกจากนี้ยังพบว่า สาเหตุที่นักลงทุนไทยให้ความสนใจออกไปลงทุนยังต่างประเทศมากขึ้น เพราะมีปัจจัยที่เป็นแรงดึงดูดคือ นักลงทุนต่างก็ต้องการหาตลาดใหม่ ๆ ต้องการปัจจัยด้านวัตถุดิบและต้นทุนที่มีความหลากหลาย แต่ที่เกิดขึ้นพร้อม ๆ กันก็คือ ยังมีอุปสรรคที่นักลงทุนต้องเผชิญอีกหลายด้าน เช่น  กฎเกณฑ์ที่กลุ่มประเทศอาเซียนเคยกำหนดขึ้นมักจะถูกเปลี่ยนแปลงบ่อย

ส่วนกฎระเบียบที่มีการบัญญัติไว้อย่างเป็นทางการ แต่เมื่อนำมาปฏิบัติแล้วก็พบว่าไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบที่บังคับใช้จริง นี่จึงเป็นอุปสรรคที่จะสร้างความสับสนให้นักลงทุนต่างชาติได้  ดังนั้นเพื่อหวังแก้ไขปัญหาดังกล่าว สำนักงาน BOI ได้จึงเชิญบริษัทที่ปรึกษาด้านกฎหมายมาร่วมเป็นทีมคณะทำงานในครั้งนี้ด้วย

แสดงความคิดเห็น