AsiaPay ส่ง PesoPay รุก E-Commerce ในฟิลิปปินส์

PesoPay เปิดโครงการบัญชีการค้า และเริ่ม set up ขั้นตอนชำระเงินแบบ E-Commerce มุ่งเน้นกลุ่ม Startup และ SME ช่วยดำเนินธุรกิจได้สะดวก

การใช้อินเทอร์เน็ตและมือถือที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นนั้น ส่งผลให้การช้อปปิ้งออนไลน์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการทำ E-Commerce เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้การจับจ่ายใช้สอยทางออนไลน์เกิดขึ้นมากมายในฟิลิปปินส์

ดังนั้น เพื่อให้เกิดการเร่งการเจริญเติบโตด้าน E-Commerce ในธุรกิจท้องถิ่น PesoPay ซึ่งเป็นธุรกิจให้บริการชำระเงินออนไลน์ชั้นนำระดับประเทศ จึงมีแผนที่จะเข้าไปให้บริการกับกลุ่มธุรกิจ Startup และผู้ประกอบการ SME ในฟิลิปปินส์  เริ่มจากเปิดโครงการบัญชีการค้า และ set up ขั้นตอนการชำระเงินออนไลน์ ซึ่งไม่ยุ่งยากมากนัก

โครงการบัญชีการค้าดังกล่าวนี้ เป็นประเภทบัญชีที่ธนาคารได้กำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับสไตล์ของสองกลุ่มธุรกิจอย่าง Startup และผู้ประกอบการ SME รวมทั้งการทำธุรกิจบัตรเครดิตออนไลน์ด้วย

ซึ่งเงื่อนไขที่ธนาคารระบุไว้ในโครงการบัญชีการค้านั้นว่า ธุรกิจใดที่สนใจเปิดบัญชี จะต้องมีเงินฝากหรือวางเงินประกันในธนาคาร 500,000 เปโซ หรือราว 371,000 บาท ต้องก่อตั้งหรือเปิดให้บริการมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี และต้องมียอดขายขั้นต่ำอย่างน้อยเดือนละ 150,000 เปโซด้วย

Mau San Andres ผู้อำนวยการสมาคม AsiaPay Philippines เปิดเผยว่า “ธุรกิจที่มีเงินทุนจำกัดและมีผลการดำเนินงานยังไม่ครบปี แต่มาทำ E-Commerce เสียแล้วโดยที่ยังไม่พร้อมนั้น จะก่อให้เกิดปัญหาตามมาแน่นอน”
“การดำเนินการผ่านความร่วมมือ BDO ในการนำเสนอแผนการดำเนินงานขั้นพื้นฐาน โดยมีสัญญาว่าจะทำการส่งมอบให้ได้ภายในเร็ว ๆ นี้ มีอัตราราคาที่แข่งขันได้ และสอดคล้องกับเงื่อนไขของธนาคารที่มีต่อกลุ่ม Startup และผู้ประกอบการ SME”

PesoPay เป็นแผนงานขั้นพื้นฐานภายใต้ “ช่องทางสะดวกในการชำระเงิน” (payment facilitator) ซึ่งเป็นบริการชำระเงินออนไลน์รูปแบบใหม่ภายใต้ AsiaPay (ผู้ให้บริการชำระเงินและโซลูชั่นระบบการชำระเงิน ครอบคลุม 8 ประเทศในเอเชีย รวมทั้งที่ฟิลิปปินส์นี้ด้วย) ซึ่งที่ฟิลิปปินส์นี้ PesoPay จะดำเนินการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตผ่านทางร้านค้า แล้วจะถูกนำไปเก็บไว้จุดแรกที่บัญชีกลาง จากนั้นนำไปเบิกจ่ายไปยังผู้ประกอบการแต่ละรายได้

ในกรณีดังกล่าว AsiaPay จะทำหน้าที่เป็น “ต้นแบบการค้า” (master merchant) ในขณะที่ธุรกิจออนไลน์ จะเรียกช่องทางนี้ว่า “ร้านค้าย่อย” (sub-merchants)

ขั้นตอนการดำเนินงานดังกล่าวนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการและร้านค้าขนาดเล็ก สามารถดำเนินกิจการได้สะดวกคล่องแคล่ว ทั้งการใช้จ่ายเงินผ่าน Visa และ MasterCard

แสดงความคิดเห็น