มาเลย์ฯ รับมือ แรงงานต่างด้าวทะลัก

นายจ้างมาเลย์ฯ ร้องรัฐฯ เร่งออกกฎหมายรองรับแรงงานต่างด้าว ที่หลั่งไหลมาหางานทำ โดยเฉพาะอุตฯ โรงงานแช่แข็ง ลดขั้นตอนยุ่งยาก

นาย Shamsuddin Bardan ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร มูลนิธินายจ้างมาเลเซีย (MEF) เปิดเผยว่า  “แรงงานจากต่างด้าวกลุ่มใหม่ ๆ ที่ทยอยเดินทางเข้ามาหางานทำในมาเลเซียนี้ ส่วนใหญ่จะไปทำงานเกี่ยวกับธุรกิจแช่แข็ง”

นายจ้างส่วนใหญ่จึงเริ่มรับสมัครแรงงานต่างด้าวกันแล้วตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา  ในสายงานเกี่ยวกับการแช่แข็ง แรงงานยกของ  ก่อสร้าง ทำสวน และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นตำแหน่งที่ต้องใช้แรงงานทั้งสิ้น

แต่อย่างไรก็ตาม นายจ้างส่วนใหญ่พบว่า ยังมีปัญหาติดขัดบางอย่างจากภาครัฐ ที่ไม่ค่อยจะเอื้อให้พวกเขาเปิดรับสมัครแรงงานต่างด้าวมาทำงานให้อย่างทันท่วงที

นาย Seri Sakib Kusmi ผู้อำนวยการทั่วไป Immigration เปิดเผยว่า “ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกกฎหมายห้ามแรงงานต่างชาติที่เข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายมาแล้วด้วย”

ทางด้าน นาย Shamsuddin Bardan ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร มูลนิธินายจ้างมาเลเซีย (MEF) เปิดเผยว่า “ดูเหมือนว่าจะนโยบายภาครัฐยังไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการออกกฎหมายมาบังคับใช้กับแรงงานต่างด้าว  จึงทำให้นายจ้างส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะสบายใจนัก  เพราะไม่รู้ว่าตนจะว่าจ้างแรงงานต่างด้าวเหล่านั้นได้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่”

ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลมาเลเซีย ควรจะมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการว่าจ้างแรงงานต่างด้าว  เพราะจะได้รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติด้วย  ซึ่งการที่ภาครัฐล่าช้าในเรื่องกฎหมายและการปฏิบัติที่แรงงานต่างด้าวจะขอเข้าเมืองนั้น  ทำให้นายจ้างบางรายไม่สามารถจะรออะไรได้

อีกทั้งยังพบว่า ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซียนั้น เต็มไปด้วยแรงงานต่างด้าวที่ทะลักกันมาเข้าคิวยาวเหยียด ทำให้เกิดความล่าช้าอย่างมาก ต้องใช้เวลานานหลายขั้นตอนกว่าจะเสร็จสิ้น และกว่าจะคว้าตัวแรงงานต่างด้าวมาทำงานกับตนได้ ต้องพบกับขั้นตอนที่ยุ่งยาก ดังนั้น เขาจึงไปหาแรงงานต่างด้าวจากที่อื่นมาแทน เพื่อมาทำงานในธุรกิจแช่แข็งเป็นส่วนใหญ่

ปัจจุบันธุรกิจสินค้าแช่แข็งมาเลเซียนั้นมีการแข่งขันกันสูงมาก  นายจ้างจึงเร่งที่จะอยากได้แรงงานต่างด้าวมาช่วยในกิจการของตน  ซึ่งในอุตสาหกรรมธุรกิจแช่แข็งนั้นพบว่า มีมูลค่ามหาศาลถึง 24 พันล้านริงกิตมาเลเซีย หรือราว 208 ล้านบาทไทยเลยทีเดียว

แสดงความคิดเห็น