ทีดีอาร์ไอ สร้างโมเดล ดันไทยพ้นกับดักรายได้ปานกลาง

ทีดีอาร์ไอ เดินเครื่องขับเคลื่อนไทย หลุดพ้นประเทศติดกับดักรายได้ปานกลางใน 5 ปี ยกระดับเป็นประเทศพัฒนาแล้วในเศรษฐกิจ 4 ด้าน ส่งเสริมเทคโนโลยีสีเขียว

นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)  เปิดเผยในงานสัมมนาเชิงวิชาการเชิงสังเคราะห์ เรื่อง “New Development Model โครงการโมเดลใหม่ในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย” ว่า

“โมเดลการขยายตัวทางเศรษฐกิจแบบเก่านั้นไม่สามารถจะช่วยให้ไทยหลุดพ้นกับดักนี้ได้ ฉะนั้นไทยจึงต้องการโมเดลใหม่ที่จะสะท้อนแนวคิด หรือวิธีการบริการรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้ไทยหลุดพ้นกับดัก จนสามารถยกระดับเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้ในระยะเวลาที่ไม่นานเกินไป เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาคน นโยบายอุตสาหกรรม บทบาทภาครัฐ การจัดการเชิงสถาบัน และการพัฒนาสีเขียว น่าจะทำให้ไทยหลุดพ้นประเทศรายได้ปานกลางได้ใน 5 ปีข้างหน้า”

ดังนั้นสิ่งที่ ทีดีอาร์ไอ แนะนำก็คือ ควรทำในโมเดลใหม่ โดยปรับการบริหารจัดการการศึกษาให้มีระบบรับผิดรับชอบมากขึ้น ต้องลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสและคุณภาพการศึกษา ปรับหลักสูตรการเรียนให้เน้นการแก้ไขปัญหา และเพิ่มบทบาทของท้องถิ่นในการพัฒนาการศึกษา การฝึกทักษะแรงงาน ควรเป็นไปตามความต้องการของตลาดมากขึ้น และเปิดเสรีนำเข้าแรงงานต่างชาติที่มีทักษะฝีมือสูงขึ้น

โมเดลใหม่ควรเน้นในเรื่องการพัฒนาสีเขียว และวิธีที่จะช่วยให้ไทยขยายตัวทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมได้ ก็คือ การปฏิบัติตามกติกาการค้าระหว่างประเทศที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนด้วย ได้แก่ การใช้มาตรการการเงินการคลัง พัฒนาภาคการผลิตให้สะอาดขึ้น ปรับพฤติกรรมผู้บริโภคให้เกิดการบริโภคที่ยั่งยืน  ส่งเสริมเทคโนโลยีสีเขียวให้ก้าวหน้าขึ้น และจะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากลได้อย่างจริงจัง

ส่วนหลักการสำคัญของการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำก็คือ การกระจายอำนาจทางการเมืองสู่ท้องถิ่น ให้มีการเลือกตั้งในทุกระดับ เพื่อให้มีผู้นำชุมชนแก้ไขปัญหาในท้องถิ่นได้เอง

ทางด้าน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ประเทศไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการจัดการเชิงสถาบันใน 3 เรื่อง ได้แก่ 1.หลุดพ้นจากการเป็นประเทศที่ติดกับดักรายได้ปานกลาง นั่นก็คือ เร่งสร้างนวัตกรรม 2.ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ ได้แก่ การกระจายรายได้ และ 3.แก้ปัญหาคอร์รัปชัน”

แสดงความคิดเห็น