นิสิตไทยโชว์ของ สร้างแอปแก้ปัญหารถเมล์สายนี้ไปไหน รออีกนานเท่าไหร่ รู้ได้ด้วย VIABUS

“VIABUS นี้ต้องบอกว่าเป็นแอปพลิเคชันที่นิสิตพัฒนาทั้งหมดเลย ตั้งแต่เริ่มต้น วางแผน เก็บฟีดแบค เข้าพื้นที่ สำรวจความต้องการ ทุกอย่าง เราทำกันเองหมด”

จั่วหัวกันแรงขนาดนี้ต้องบอกเลยว่า บทความในวันนี้น่าสนใจมาก เพราะเราได้ไปพูดคุยกับนิสิตนักพัฒนาผู้ทำ Startup อายุน้อยที่สุดของคอลัมน์เรา ซึ่งเค้าได้เข้ามาแก้ไขปัญหาที่คนไทยแทบจะทุกคนต้องเคยประสบพบเจอด้วยตัวเอง นั่นก็คือการรอรถประจำทางซึ่งไม่รู้ว่ากี่ชั่วโมงมาคัน ทั้งดูดพลังกาย พลังใจ ท้อแล้วท้ออีก ไม่รู้ว่าควรรอต่อไป หรือขึ้นแท็กซี่ให้รู้แล้วรู้รอด แต่วันนี้เราอยู่กับคนที่จะมาแก้ไขปัญหานี้ให้ทุกท่าน ภายใต้ชื่อแอปพลิเคชันว่า VIABUS

ความผิดพลาดเล็ก ๆ บางทีก็นำไปสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่ คุณอินทัช มาศวงษ์ปกรณ์ นิสิตชั้นปีที่ 3 ภาค ICE (Information and Communication Engineering) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ซึ่งเคยทำแอปพลิเคชัน “จุฬาป๊อปบัส” มาก่อน จากสาเหตุที่เคยเข้าเรียนไม่ทันเพราะตกรถป๊อป (รถโดยสารของมหาวิทยาลัย) ทำให้คุณอินทัชและเพื่อนได้ทำแอปพลิเคชันที่สามารถรู้ได้ว่า รถป๊อปของมหาวิทยาลัยถึงตรงไหนแล้วขึ้นมา จะได้กะเวลาได้ถูกต้อง

และจากการที่เป็นคนขึ้นรถเมล์อยู่ประจำ  ทำให้ทราบว่าจริง ๆ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถป๊อปของมหาวิทยาลัยนั้นก็เกิดขึ้นเหมือนกันกับรถโดยสารประจำทางในชีวิตประจำวัน และไม่ใช่แค่จำนวนคนส่วนน้อยที่ประสบกับปัญหานี้ แต่เป็นตัวเลขที่มากมายมหาศาลของผู้ที่ต้องใช้งานรถโดยสารประจำทาง และต้องการทราบระยะเวลาที่แน่นอน ต้องการทราบว่ารถจะมาถึงตอนไหน จะได้สะดวกต่อการตัดสินใจในการเลือกวิธีในการเดินทาง ทำให้คุณอินทัช (Project Leader) คุณธนัทเศรษฐ์  หอวัฒนพันธ์ (Designer) และคุณธนโชติ โชติสรยุทธ์ (Operation) ได้ร่วมกันสร้าง VIABUS แอปติดตามรถเมล์แบบเรียลไทม์ขึ้นมา

VIABUS เป็นแอปพลิเคชันติดตามรถสาธารณะ ซึ่งช่วยให้เราค้นหาป้ายรถเมล์ได้ แสดงตำแหน่งรถเมล์แบบเรียลไทม์ ค้นหาเส้นทางในการเดินทางได้  “เนื่องจากเราเป็นคนทำเองหมด  จึงอยากตอบตัวผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด บางคนก็ขอมาว่าอยากนั่งรถแอร์อย่างเดียว แสดงผลแต่รถแอร์ได้มั้ย เราก็ทำให้ เราค่อนข้างเปิด เพราะเราต้องการแก้ไขปัญหาจริง ๆ” ซึ่งตอนนี้เป็นแค่เพียงจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาอันยิ่งใหญ่ เป็นช่วงทดลองใช้งานเก็บฟีดแบค จึงทำให้ยังไม่รองรับพื้นที่ทั้งหมดรอบกรุงเทพฯ  แต่ก็ได้เปิดให้ทดลองใช้งานจริงอยู่ 4 สาย รวมทั้งสิ้น 80 คันด้วยกัน

“หลายคนชอบถามว่า ที่รถมีกล่องแล้วเหรอ ทำไมถึงโชว์สัญญาณเรียลไทม์ได้ ตรงนี้คือเรามีแอปพลิเคชันให้คนขับเค้าเปิด  ก็จะติดตามได้เหมือนกัน แม่นยำกว่า  และไม่ต้องบำรุงรักษามากมายด้วย”

ด้วยกับสเกลที่ใหญ่มาก ไม่ใช่แค่เพียงคนส่วนน้อยที่จะได้ประโยชน์จากการใช้งานตรงนี้อีกต่อไป แต่เป็นการแก้ปัญหาให้ผู้คนจำนวนมหาศาลที่ใช้งานรถประจำทางอยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังรวมถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทย  และไม่ทราบว่าต้องขึ้นรถสายไหน  ก็จะได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้อีกด้วย ทำให้ Startup รายนี้ต้องติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ มากมาย และต้องประสานงานขอการสนับสนุนจากอีกหลายฝ่าย เช่น ขสมก. Chula Engineering Innovation Hub และ AIS

“เวลาเราเดินทาง เราไม่ได้เดินทางแค่รถเมล์อย่างเดียว เราใช้งานปนกัน MRT ต่อ BTS ขึ้นเรือ ไปรถตู้ นั่งสองแถว ซึ่งตรงนี้แหละที่เราต้องการให้แอปพลิเคชันนี้ครอบคลุมทุกการเดินทาง แต่เราแค่เริ่มจากส่วนของตัวรถเมล์ก่อน”

แต่ละ Startup ก็จะมีความยากแตกต่างกันออกไป สำหรับ VIABUS เองก็เป็นในด้านของการคำนวณระยะเวลาการมาถึงของรถโดยสาร เพราะในประเทศไทยการจราจรที่แน่นขนัด  ทำให้ไม่สามารถคาดคะเนอะไรได้อย่างแม่นยำ จึงต้องอาศัยการศึกษาข้อมูล และนำเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น Big Data อีกทั้งยัง A.I. และ Machine Learning เข้ามาช่วยในการประมวลผลและคำนวณระยะเวลาด้วย “ความยากในด้านต่อไปก็คงเป็นเรื่องการติดต่อ  เพราะการติดต่อกับภาครัฐ คนธรรมดาอาจเข้าถึงลำบาก เราก็ต้องขอบคุณทาง Chula Engineering Innovation Hub ที่ช่วยติดต่อประสานงานให้”

การเป็นเพียงนิสิตตัวเล็ก ๆ แล้วทำ Startup ที่มีผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ ความท้าทายอีกเรื่องหนึ่งคงหนีไม่พ้นการทำตัวเองให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งตรงนี้คุณอินทัชก็มีการทำการตลาด สร้างการรับรู้โดยใช้การประชาสัมพันธ์ออนไลน์ และติดต่อไปทางชมรมคนรักรถเมล์

“เค้าก็ยินดีให้ข้อมูล ช่วยประชาสัมพันธ์ต่อ จุฬาฯ ก็พาเราไปออกบูธ ออกวิทยุงานต่าง ๆ ด้วย”

ทำให้ตอนนี้ถึงแม้จะเป็นเพียงช่วงทดลองใช้ แต่ก็มีคนลงทะเบียนเข้าใช้งานมากถึง 2,000 คน ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น และเป็นผู้ใช้งานประจำต่อเดือนมากถึง 700 คนเลยทีเดียว ทำให้รู้ได้เลยว่ามีคนรอใช้งานแอปพลิเคชัน VIABUS นี้เยอะมากจริง ๆ

ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสุดยอด Startup ที่มีแนวโน้มจะมาแรงในอนาคต ด้วยฝีมือเด็กไทยที่มีความรู้ความสามารถไม่แพ้ชาติอื่น ๆ ในโลก ซึ่งเชื่อได้เลยว่าหลังจากเก็บฟีดแบค และพัฒนากันจนสำเร็จ  สามารถใช้งานได้จริงเมื่อไหร่ล่ะก็ VIABUS ต้องสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ให้เกิดขึ้นต่อคนไทยทั้งประเทศได้อย่างไม่ยากแน่นอน  ซึ่งใครอยากช่วยส่งฟีดแบคเพื่อให้ VIABUS พัฒนาต่อไป  ก็สามารถเข้าไปช่วยกันบอกเล่าได้เลยที่ตัวแอปพลิเคชัน VIABUS นั่นเอง

สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษา Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สายด่วน 1333

 

BBL_SME_-SME-In-Focus_V9 SME

แสดงความคิดเห็น