เกิดเป็นกระต่ายต้องคิดให้ได้อย่างหมาป่า

หากได้มีโอกาสเดินดูตามชั้นหนังสือในร้านหนังสือทั่วไป อาจจะได้พบกับหนังสือชื่อน่าสนใจเล่มนี้ “เกิดเป็นกระต่าย ต้องคิดให้ได้อย่างหมาป่า” ขอแนะนำให้หยิบขึ้นมาหาคำตอบค่ะว่าเพราะอะไร

หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่เขียนโดย Dave Trott ผู้คร่ำหวอดในวงการโฆษณา เป็นทั้ง Copy Writer และ Creative Director รวมทั้งผู้ก่อตั้งบริษัทโฆษณาหลายแห่งในลอนดอน

พูดถึงผู้เขียนแล้วก็คงจะเดากันได้ไม่ยากว่าหนังสือเล่มนี้คงจะหนีไม่พ้นการมองเรื่องราวที่เกิดขึ้นผ่านมุมมองของ นักสร้างสรรค์งานโฆษณา ซึ่งคลุกคลีอยู่ในแวดวงธุรกิจ

เกิดเป็นกระต่ายต้องคิดให้ได้อย่างหมาป่านี้หากเห็นชื่อภาษาอังกฤษที่ว่า Predatory Thinking หรือที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า การคิดแบบนักล่า จะทำให้เราเข้าใจ Concept ของหนังสือมากขึ้นอีกนิด แต่ก็ยังไม่คลายสงสัยว่าการคิดแบบนักล่าหรือหมาป่านั้น มันดีกว่ากระต่ายตรงไหน

ในหนังสือเล่มนี้กล่าวถึงที่มาที่ว่า หลายหมื่นปีที่ผ่านมา กระต่ายตกเป็นเหยื่อของหมาป่ามาโดยตลอด นอกจากจะเป็นเพราะสรีระทางร่างกายแล้ว แต่ยังรวมไปถึงวิธีคิดของกระต่ายด้วย ที่เมื่อถูกล่ามักจะใช้วิธีหนีอย่างเดียว ซึ่งต่างจากหมาป่าที่เป็นยอดของความเจ้าเล่ห์

Dave Trott พบว่า คนส่วนใหญ่รวมไปถึงธุรกิจจำนวนมากนั้นต้องตกเป็นเหยื่อหรือเสียเปรียบ อันเนื่องมาจากวิธีคิดเฉกเช่นเดียวกับกระต่าย มีหรือที่จะสู้หมาป่านักล่าได้ ในหนังสือเล่มนี้เขาได้บอกเล่าเรื่องราวของบุคคลต่าง ๆ รวมทั้งองค์กรหลายแห่งที่เพียงแค่เปลี่ยนวิธีคิดก็สามารถเปลี่ยนจากเหยื่อกลายเป็นนักล่าที่ประสบความสำเร็จได้

Dave Trott ได้ยกตัวอย่างกรณีที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่ก็สร้างปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่มาแล้ว เช่น การปล่อยข่าวลือว่านักบินคนหนึ่งชอบกินแครอต สามารถทำให้ประเทศที่กำลังจะแพ้สงครามกลายเป็นผู้ชนะได้อย่างไม่น่าเชื่อ การทิ้งให้ลูกค้ารายใหญ่นั่งรอในห้องสกปรก ทำให้บริษัทโฆษณาขนาดเล็กเอาชนะบริษัทยักษ์ใหญ่และได้ลูกค้ารายนั้นไป รวมถึงการแต่งเรื่องว่าตัวเองชอบขับรถกลางสายฝน แค่นี้ก็ทำให้นักแข่งรถคนหนึ่งสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองหลายสมัยติดต่อกัน ฯลฯ

ในหนังสือเล่มนี้ Dave Trott พยายามอธิบายให้เห็นว่าชีวิตนั้นเป็นเกมที่ต้องชิงไหวชิงพริบ มีคนแพ้ก็ต้องมีคนชนะ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่ารสนิยมเป็นศัตรูตัวฉกาจกับความคิดสร้างสรรค์ และเขาเหล่านั้นก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย เปิดรับแค่เพียงสิ่งที่ตัวเองชอบและต้องการจะรับรู้เท่านั้น นอกจากนี้ Dave ยังอธิบายถึงวิธีคิดนอกตำรา ศิลปะในการแข่งขัน ตลอดจนแนวคิดและวิธีการที่จะทำให้กระต่ายน้อยเข้าใจและเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นหมาป่า

ลองถามตัวเองดูว่าอยากจะเป็นกระต่ายน้อยหรือหมาป่า ถ้าอยากเป็นหมาป่าต้องลองหาหนังสือเล่มนี้มาอ่านดูค่ะ

แสดงความคิดเห็น