อินโดฯ กำหนดราคากลาง สินค้าอุปโภคบริโภค

อินโดฯ เผย ตัดห่วงโซ่อุปทาน ลดขั้นตอน ตั้งผู้จัดจำหน่ายกลาง กำหนดราคากลางสินค้าอุปโภคบริโภค ข้าว หอม น้ำตาล เนื้อวัว

รัฐบาลอินโดนีเซียมีนโยบายกำหนดราคาพื้นฐานต่ำสุดและสูงสุดของสินค้าอุปโภคบริโภคภายในประเทศ เพื่อป้องกันความผันผวนของราคาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

นาย Enggartiasto Lukita รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า “รัฐบาลได้ประเมินราคาขายสินค้า  โดยเน้นสินค้าประเภทข้าว หัวหอม น้ำตาล และเนื้อวัว”

นอกจากนี้ รัฐบาลยังกำหนดให้มีผู้จัดจำหน่ายกลาง เป็นศูนย์กลางในการนำสินค้าจากเกษตรกรไปกระจายต่อให้กับตลาดทั่วไปอีกทอดหนึ่ง ซึ่งโครงการนำร่องนี้จะเกิดขึ้นที่กรุงจาการ์ตาเป็นที่แรกก่อน และคาดว่ารัฐบาลจะตัดระบบห่วงโซ่อุปทานหรือลดขั้นตอนทางการตลาดต่าง ๆ ออกไปอีก 4-5 ขั้นตอน เพื่อให้เกิดความสะดวกรวดเร็วในการซื้อขายระหว่างเกษตรกร ผู้จัดจำหน่ายกลาง และผู้ซื้อในตลาด

นาย Amran Sulaiman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า “เกษตรกรส่งสินค้าเกษตรประเภทหัวหอมไปขายต่อให้กับตัวแทนจำหน่าย ในราคาเพียงแค่ตั้งแต่ 14,000-16,000 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม จากนั้นผู้แทนจำหน่ายก็นำไปขายต่อในท้องตลาดทั่วไป ซึ่งทีนี้ราคาจะถีบตัวสูงถึง 40,000 รูเปียห์ต่อกิโลกรัมเลยทีเดียว”

“ส่วนสินค้าประเภทข้าวก็เหมือนกัน นั่นคือ ต้นทุนการผลิตข้าวมีเพียง 6,800 รูเปียห์ต่อกิโลกรัมเท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่ตลาดแล้ว ผู้บริโภคจะต้องควักเงินซื้อข้าวกิโลกรัมละ 11,000-12,000 รูเปียห์ เห็นได้ชัดเลยว่ามันแตกต่างกันมาก ซึ่งไม่ควรเป็นแบบนี้ ดังนั้นจะต้องเร่งแก้ไข แต่มันก็ไม่ง่ายเลย ถ้าจะแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง คงต้องใช้เวลานานพอสมควร” นาย Amran Sulaiman เปิดเผย

แสดงความคิดเห็น